หน้าแรก คอลัมนิสต์ ที่เห็นและเป็...

ที่เห็นและเป็นไป : ประชาชนอย่างเราๆ

11.01.26 | 14:34 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเลือกตั้งทั่วไป หรือเลือกตั้งใหญ่ทั้งประเทศ การปกครองระบอบประชาธิปไตยการเลือกตั้งใหญ่เป็นโอกาสสำคัญสำหรับให้การบริหารจัดการประเทศเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ ประชาชนทุกคนต้องถือเป็นหน้าที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันอย่างเอาจริงเอาจัง

ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้สิทธิในการเลือกของประชาชนอย่างเราๆ เริ่มต้นที่เลือก “ส.ส.” ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ในสภา สิทธิแรก เลือกตัวบุคคลที่ลงสมัครในนาม “ส.ส.เขตพื้นที่” และอีกสิทธิเลือก “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ของพรรคการเมือง กาบัตร 2 ใบเพื่อเลือกผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา

หลังจากนั้น ส.ส.ที่เราเลือกเข้าไปจะเริ่มเข้าไปทำหน้าที่เลือกผู้ที่จะมาเป็น “นายกรัฐมนตรี” เพื่อมาจัดตั้งคณะรัฐมนตรีบริหารจัดการประเทศ

หน้าที่ของประชาชนอย่างเราๆ คือ ต้องพยายามอย่างที่สุดที่จะพิจารณาคนที่เราหวังได้ว่าจะเป็นผู้ที่ตั้งใจไปทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยเจตจำนงของอุดมการณ์ที่จะนำพาประเทศให้พัฒนาไปในทิศทางสร้างและเอื้ออำนวยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเจริญรุ่งเรือง มีสิทธิเสรีภาพ สุขสงบ สบาย ด้วยความเป็นธรรมอย่างเสมอภาค

Advertisement

หากประชาชนอย่างเราๆ สามารถเริ่มทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือรู้ว่าประเทศมีปัญหาอะไร และต้องการคนหรือพรรคการเมืองแบบไหนให้ไปจัดตั้งรัฐบาลเพื่อจัดให้เกิดสภาวะที่เหมาะที่ควรกับการพัฒนา

การทำหน้าที่ดีจะต่อเนื่องจากประชาชนอย่างเราไปสู่การสร้างรัฐสภาที่มีคุณภาพ และคณะรัฐมนตรีที่ดี ปัญหาของประเทศจะได้รับการแก้ไข และตามมาด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่จะนำไปสู่การพัฒนาในทางที่จะสร้างอนาคตที่ดีงามเตรียมไว้ให้ลูก ให้หลาน คนรุ่นหลังๆ

เช่นนี้คือสภาวะที่ควรเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่เข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งของประชาชนอย่างเราๆ

เท่านี้เอง แค่ “ตั้งอกตั้งใจพิจารณาเพื่อเลือกคน และพรรคการเมืองที่เชื่อมั่นได้ว่ามีคุณสมบัติที่จะทำให้ส่วนรวมเจริญรุ่งเรืองอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่พวกที่เข้ามาเพื่อแสวงอำนาจเพื่อเป็นโอกาสหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง”

การพิจารณาไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ยิ่งยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารมีการนำเสนอว่าใครเป็นใครมีประวัติความเป็นมาอย่างไร ที่ผ่านมามีพฤติกรรมอะไรบ้าง ออกมาแลกเปลี่ยนให้รับรู้ร่วมกันอย่างปิดบังได้ยากเช่นทุกวันนี้

การตัดสินใจเลือกให้ถูกต้องคือให้เป็นการทำหน้าที่อย่างหวังได้ในประสิทธิผลเป็นเรื่องไม่ยากเย็นอะไรเลย เพียงแค่ต้องกล้าพอที่จะตัดสินใจเลือกโดยใช้ความดีงามเพื่อส่วนรวมเป็นเป้าหมาย

เลือกเพื่อประเทศโดยรวม ไม่ใช่เลือกเพื่อตอบสนองผลประโยชน์บางอย่างของตัวเอง

แค่ไม่เลือก “ความเลวร้าย” ให้ประเทศ ย่อมถือว่าประชาชนอย่างเราๆ ได้ทำหน้าที่ดีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากเป็นวันเลือกตั้งใหญ่อย่างที่ว่าแล้ว ครั้งนี้ยังมีความพิเศษคือ คูหาที่ใช้กาบัตรเลือก ส.ส. ดังกล่าวแล้ว ยังมีบัตรอีกใบที่ประชาชนอย่างเราๆ ต้องไปแสดงตัวเพื่อร่วมทำ “ประชามติ” ว่า “เห็นด้วยหรือไม่ที่ประเทศจะต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่”

เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนอย่างเราๆ ที่ใหญ่หลวงยิ่ง

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศเราถูกแช่แข็งด้วยขบวนการสืบทอดอำนาจรัฐประหาร สร้างปัญหามากมายด้วยตัวบท กลไกโครงสร้างอำนาจที่สถาปนาไว้ในรัฐธรรมนูญ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกที่ประเทศต่างๆ ต้องเร่งสร้างโอกาสในการแข่งขันสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้ประชาชนของตัวเอง

รัฐธรรมนูญของประเทศกลับเป็นอุปสรรคให้ประชาชนอย่างเราๆ ต้องจมอยู่กับสภาวะ “ประเทศที่ไม่อนุญาตให้พัฒนา” มายาวนาน จากที่เคยเป็นประเทศผู้นำในอาเซียน ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีอนาคตที่ดีในประชาคมโลก กลายเป็นประเทศที่ล้าหลัง จนถูกขนานนามว่าเป็น “คนป่วยของอาเซียน”

ประชาชนอย่างเราๆ มีภาระใหญ่ร่วมกันที่จะจัดการกับ “รัฐธรรมนูญ” เสียใหม่ ด้วยการช่วยกันกาบัตรในช่อง “เห็นด้วย” อย่างพร้อมเพรียง เพื่อเริ่มนำประเทศออกจากความวิปริตผิดเพี้ยนที่คนบางกลุ่มสร้างไว้ให้ได้

และจะเป็นการดี เป็นการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพที่สุดหากสามารถพิจารณาเพื่อให้มีความเห็นที่ชัดเจนว่า “ผู้สมัคร ส.ส.คนไหน พรรคการเมืองพรรคใด” ที่มีเจตจำนงเดียวกันคือ “มุ่งมั่นที่จะให้ประเทศมีรัฐธรรมนูญใหม่” เหมือนประชาชนอย่างเราๆ และร่วมกันเลือกผู้สมัคร และพรรคการเมืองนั้น ให้มาร่วมเดินทางสร้างโอกาสที่ดีกว่าให้ประเทศร่วมกัน โดยกาบัตรเลือกผู้สมัคร และพรรคการเมืองนั้นร่วมกัน

นั่นจะหมายถึงการทำหน้าที่เลือกตั้งได้อย่างวิเศษยิ่งสำหรับประชาชนอย่างเราๆ

สุชาติ ศรีสุวรรณ