กอทูเล – หนึ่งใน “ข่าวใหญ่” ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้สังคมไทยไม่น้อย คือข่าว “กะเหรี่ยงประกาศอิสรภาพ” และ “การสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเล” ที่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด เพราะนี่คือคำที่สำนักข่าวหลายแห่งในบ้านเราเลือกใช้ ทั้งในโซเชียลมีเดีย และสื่อกระแสหลักแทบทุกสำนัก อย่างไรก็ดี การใช้คำใหญ่ๆ อย่าง “เอกราช” หรือ “การสถาปนารัฐใหม่” นี้ มีผลเชิงจิตวิทยากับสังคมไทยของอย่างเหลือเชื่อ ลึกๆ แล้ว สังคมเราให้ความสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านพอสมควร แต่ข้อจำกัดของสื่อไทยไม่ได้สร้างองค์ความรู้ หรือนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้านเพียงพอ
ข่าวดังกล่าวมีมาตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม เมื่อ เนอดา เมี๊ยะ (Nerdah Mya) ผู้นำกองกำลัง KTLA หรือกองทัพกอทูเล ออกมาประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐกอทูเล โดยประกาศนโยบายหลายด้าน ทั้งการต่างประเทศ การเมือง และยังประกาศทีมบริหารชุดใหม่ สร้างความตื่นเต้นจนสื่อนำไปตีข่าวว่าเนอดา เมี๊ยะเป็นประธานาธิบดีของกะเหรี่ยงไปเรียบร้อยแล้ว กระแสนี้สร้างความสับสนในสังคมไทยเป็นอย่างมาก ข้อสังเกตหนึ่งคือเราแทบไม่เห็นกระแสข่าวนี้ปรากฏในสื่อต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นสื่อทุกสำนักในพม่าเอง หรือสื่อต่างชาติ ผู้เขียนมีคำอธิบายปรากฏการณ์นี้ว่า คนไทยรู้จักมักคุ้นกับคนกะเหรี่ยง และรัฐกะเหรี่ยง เรียกว่าคุ้นหูมานานแล้ว เพราะหลายเหตุการณ์อันเกิดจากสงครามและการแบ่งกลุ่มก้อนต่างๆ ภายในรัฐกะเหรี่ยง ก็ส่งผลกระทบกับไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายท่านอาจจะยังนึกถึงเหตุการณ์กะเหรี่ยงก๊อดส์อาร์มี่บุกยึดสถานทูตพม่า และโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ระหว่างปี 2542-2543 และน่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ นายพล โบเมี๊ยะ (Bo Mya) อดีตผู้นำสูงสุดของ KNU ผู้มีสายสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับหน่วยงานความมั่นคงไทยมาช้านาน
อย่างไรก็ดี กะเหรี่ยงที่สังคมไทยทั่วไปรู้จัก อาจไม่ใช่ภาพสะท้อนของสถานการณ์ภายในรัฐกะเหรี่ยงในปัจจุบัน ที่นับวันยิ่งมีความซับซ้อน มีตัวแสดงเพิ่มขึ้น และเต็มไปด้วยความขัดแย้งกับผลประโยชน์มหาศาล ก่อนที่เราจะไปถึงประเด็นเหล่านี้ เรามาเข้าใจกันก่อนว่า “กอทูเล” คืออะไร คำว่ากอทูเล ที่บางสำเนียงออกเสียงว่า กอซูเล นั้น เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า ดินแดนแสนสุข ปราศจากความทุกข์ยาก นอกจากจะเป็นชื่อที่ผู้นำกะเหรี่ยงนำมาใช้แทนรัฐในอุดมคติของตัวเองแล้ว กอทูเล ยังมีความหมายไปถึงการรวมคนทุกเชื้อชาติเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากคนกะเหรี่ยงแล้ว รัฐกะเหรี่ยงยังมีทั้งคนมอญ พม่า ทวาย ไทใหญ่ คะเรนนี และอื่นๆ อาศัยอยู่อีกมาก ผู้เขียนจึงมองว่า กอทูเล ไม่ได้หมายถึงการปกครองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสอดประสานทางวัฒนธรรมในรัฐกะเหรี่ยงด้วย
คำว่า กอทูเล ปรากฏมาตั้งแต่ปี 1949 หลังพม่าได้รับเอกราชไม่นาน โดยผู้ที่นำมาใช้เป็นคนแรกๆ คือ ซอบาอูจี (Saw Ba U Gyi) นักชาตินิยมคนสำคัญของกะเหรี่ยง ที่ประกาศผ่านทางวิทยุว่าเขาได้ตั้งประเทศเอกราชในนาม “กอทูเล” ขึ้น ก่อนหน้านี้ นักชาตินิยมกะเหรี่ยงเคลื่อนไหวเพื่อจัดตั้งรัฐกะเหรี่ยง และมีคำอื่นๆ ที่นำมาใช้แทนชื่อรัฐกะเหรี่ยง เช่น คะเรนนิสถาน (Karenistan) กอลา (Kaw Lah) และกันยอกอ (Kan Yaw Kaw) ประชาชนในรัฐกะเหรี่ยงเองก็ใช้คำว่า กอทูเล อย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
การประกาศตั้งสาธารณรัฐกอทูเล ของเนอดา เมี๊ยะ ผู้นำ KTLA ไม่ใช่เรื่องเหนือความหมายอะไร เพราะเนอดาแสดงออกชัดเจนว่าเขาไม่พอใจการทำงานแบบเดิมๆ ของ KNU หรือสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ปกครองรัฐกะเหรี่ยง แต่นัยที่ซ่อนเร้นอยู่ในคำประกาศของเนอดา ที่มีผู้วิเคราะห์ไว้คือ KTLA ต้องการระดมทุนเพิ่มเติม จึงต้องออกมาประกาศในสิ่งที่เนอดาเองก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ และสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้รัฐบาลพม่าที่เนปยีดอไม่พอใจ แต่หากผู้อ่านลองสังเกตดูดีๆ รัฐบาลพม่าไม่เคยออกมาตอบโต้คำประกาศของ KTLA เลย เพราะเนปยีดอเองก็ไม่ได้มองว่ากองกำลังอย่าง KTLA ที่มีกำลังอย่างมากไม่กี่ร้อยนาย จะมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพของพม่าได้ อีกทั้งเนอดาเองก็มีคู่กรณีอยู่ทั่วรัฐกะเหรี่ยง แม้ว่าเขาจะเป็นลูกชายคนโปรดของนายพล โบเมี๊ยะ (Bo Mya) อดีตผู้นำสูงสุดผู้ยิ่งใหญ่ของ KNU แต่วีรกรรมที่ผ่านมาของเนอดา ทำให้ผู้บริหารของ KNU เอือมระอา จนเขาต้องแยกตัวออกมาตั้ง KTLA ในปี 2022 เหตุผลของ KNU ที่ประกาศขับเนอดานั้นง่ายมาก หากเนอดายังเป็นส่วนหนึ่งของ KNU อยู่ KNU ก็จะถูกครหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่ร่ำไป เพราะเนอดาขึ้นชื่อว่าเป็นคนมุทะลุ และเคยมีประวัติใช้กองกำลังของตนเองละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐกะเหรี่ยงหลายครั้ง
KNU เองได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ KTLA ว่า KNU ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสาธารณรัฐกอทูเล และไม่ได้เห็นชอบกับการประกาศเอกราชของเนอดา อีกทั้งยังกล่าวด้วยว่าเนอดาไม่ได้มีอุดมการณ์การปฏิวัติกะเหรี่ยง หากแต่ทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ประชาชนชาวกะเหรี่ยง อย่างไรก็ดี อนุสนธิจากกรณีของเนอดา ผู้เขียนมองว่าเป็นบทเรียนที่ดีให้กับ KNU ได้ดี ถึงแม้ว่าข่าวของเนอดาจะเป็นที่ฮือฮาเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ต้องบอกว่าก็สร้างแรงกระเพื่อมภายใน KNU ได้พอสมควร KNU อาจต้องกลับมาพูดถึงยุทธศาสตร์ของตนอย่างชัดเจน ผู้เขียนพูดกับหลายคนว่า KNU อาจมีเจตจำนงและมีเป้าหมายในการปฏิวัติกะเหรี่ยงที่จริงจัง แต่ไม่มีใครที่พูดถึง end state หรือเป้าหมายสุดท้าย ว่าการสู้รบในรอบนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด จริงอยู่ อาจมีผู้ค้านว่า KNU ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะตัดสินใจอะไรได้มาก เพราะกองทัพพม่ายังคงใช้กำลังบุกเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ในรัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง การค้าชายแดนที่เคยรุ่งเรือง ก็ถูกพม่าตัดตอนหลายอย่าง จนการค้าชายแดน (แบบถูกกฎหมาย) ซบเซา สภาวะสงครามยังขับให้มีผู้ลี้ภัยภายในประเทศ (IDPs) เป็นจำนวนมาก คนหนุ่มสาวหนีออกเพื่อมาเป็นแรงงานในไทย และแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าและเพื่อปากท้องของครอบครัว
ผู้เขียนก็คงตอบไม่ได้ว่าความรุนแรงในรัฐกะเหรี่ยงจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่หากต้องตอบสั้นๆ ก็พอจะตอบได้ว่า “อีกนาน” รัฐกะเหรี่ยงแตกต่างจากพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยอื่น เพราะนอกจากจะมีขนาดใหญ่ มีประชากรเยอะแล้ว การแบ่งพื้นที่ของ KNU กับกองกำลัง KTLA ซึ่งเป็นขุมกำลังหลักของ KNU เป็นพื้นที่ 7 กองพลน้อย (brigade) ยังทำให้มีผลประโยชน์ภายในแต่ละพลน้อยมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสินแร่อย่างทองคำ พลวง หรือแม้แต่แรร์เอิร์ธที่กำลังเป็นที่เสาะแสวงหากัน ยังไม่นับกองกำลังกะเหรี่ยงอื่นๆ ทั้ง DKBA BGF และ PC ที่ล้วนแตกออกมาจาก KNU ด้วยเรื่องผลประโยชน์ ความไม่ลงรอยกันของผู้นำ และการที่กองกำลังบางกลุ่มถูกพม่าใช้ เพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่ของกะเหรี่ยงมาช้านานด้วย

