หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตัวอย่างคุมสื...

ตัวอย่างคุมสื่อ โดย นฤตย์ เสกธีระ

9.05.17 | 15:08 น.

เริ่มมีตัวอย่างเกี่ยวกับการตรวจสอบการทำงานของสื่อปรากฏออกมา

ตัวอย่างแรก เมื่อเว็บไซต์ข่าวสดลงคลิปฝนตกน้ำรั่วที่ห้องเรียนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ต่อมาอธิการบดีโพสต์เฟซบุ๊กท้วง และประกาศหนุนให้มีองค์กรควบคุมสื่อ

จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์

ตัวอย่างที่สอง เป็นบทบาทภาครัฐ เมื่อ กสทช.ประกาศล้างเว็บไซต์ผิดกฎหมายออกจากระบบจำนวน 6,900 เว็บไซต์ และกำลังประสานกับเฟซบุ๊กเพื่อปิดอีก 600 เว็บไซต์

Advertisement

ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายกับเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย

ตัวอย่างที่สาม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยมอบให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์รูปและข้อความผิด

ลงรูป นายการุณ โหสกุล ตอนไปกราบลาบวช แต่ระบุว่าเป็นรูป นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาฯ กราบคุณหญิงสุดารัตน์

ต่อไปตำรวจก็ต้องเรียกตัวมาสอบสวน และดำเนินคดีไป

ตัวอย่างทั้งหมดเกิดขึ้นในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายที่ สปท.เสนอ

ตัวอย่างดังกล่าวทำให้มองเห็นคำถาม

ประการแรก สื่อมวลชนคือใคร คือ องค์กรที่มีรายได้จากการสื่อสาร หรือรวมไปถึงเพจทุกเพจ เว็บไซต์ทุกเว็บไซต์

ประการที่สอง สิ่งที่เรียกว่าปัญหาที่เกิดจากสื่อนั้นเกิดจากใคร

เกิดจากสื่อมวลชน เกิดจากเว็บไซต์ หรือเกิดจากเพจ ฯลฯ

ประการที่สาม ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น รัฐไทยมีกลไกปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบพอหรือยัง

กฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมพ์ และกฎหมายอื่นๆ มีเพียงพอไหม

การสื่อสารทางโซเชียลที่สามารถตอบโต้ได้ทันที เพียงพอในการแสดงความจริงออกมาตอบโต้ความเท็จหรือเปล่า

ในความคิดเห็นส่วนตัว เพียงพอแล้ว

เห็นว่า กระบวนการปกป้องสิทธิเสรีภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นมีการวางระบบไว้หลายชั้น

มีสมาคมวิชาชีพ มีกฎหมาย และมีการตรวจสอบจากสังคม

เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิขึ้น กลไกต่างๆ จะทำงาน

หลังจากทำงาน หากองค์กรวิชาชีพบกพร่อง กลไกกฎหมาย และระบบสังคมสามารถรองรับได้

แต่หากกลไกทางกฎหมายเกินเลย ก็มีองค์กรวิชาชีพ และระบบสังคมคอยทัดทาน

ส่วนระบบสังคมหากเข้าใจผิด ก็มีองค์กรวิชาชีพคอยชี้แจง และพึ่งพาความยุติธรรมจากกฎหมาย

ทั้งนี้ หากองค์กรวิชาชีพ กลไกทางกฎหมาย หรือระบบสังคม ที่ดำเนินการ ขาด บ้าง เกิน บ้าง ก็ต้องปรับตัว

การปรับตัวก็ควรจะให้คนในองค์กร คนในระบบกลไก เป็นผู้ปรับ

ถ้าทุกวันนี้มีเสียงสะท้อนเรื่องจรรยาบรรณสื่อ องค์กรวิชาชีพสื่อต้องกลับไปทบทวนตัวเอง

ถ้าตัวบทกฎหมายผิดพลาด หรือการบังคับใช้กฎหมายบกพร่อง ต้องให้กระบวนการยุติธรรม หรือรวมถึงฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณา

ส่วนสังคมจะมีการตรวจสอบปรับเปลี่ยนตัวเองตลอดอยู่แล้ว เพียงแค่ให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

ดังนั้น จากตัวอย่างที่หยิบยกมาข้างต้น ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบการนำเสนอข่าวสารนั้นมีอยู่แล้ว

ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายมาควบคุมเพิ่ม

หวังว่าหลังตัวแทนสื่อพบฝ่ายรัฐบาลจะได้ข้อสรุปออกมาเช่นนี้

คือ ไม่ปล่อยให้กฎหมายควบคุมสื่อโผล่ออกมาบังคับใช้