พลังแห่ง มวลชน กรณี ธนารักษ์ โครงการ พหล 11

ภาษาหนังสือพิมพ์ยุคพาดหัวตัวไม้ จะเรียกการโยกย้ายข้าราชการแบบฉับพลันโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “ย้ายฟ้าผ่า”

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต และยังจะเกิดต่อไปในอนาคต

โดยกรณีฟ้าผ่าครั้งล่าสุด เกิดขึ้นอย่างสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันอังคารที่ 9 พฤษภาคมนี้เอง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังขอโอนข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัดไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในประเภทบริหารระดับสูงจำนวน 2 ราย

ได้แก่ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง

และนายพชร อนันตศิลป์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์

เพิ่มเติมโดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ว่า การโยกย้ายดังกล่าวทำไปเพื่อความเหมาะสม

เป็นการบริหารจัดการคนภายในประทรวงการคลัง ไม่เกี่ยวกับโครงการบ้านธนารักษ์ ซอยพหลโยธิน 11

ที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้

อะไรคือโครงการบ้านธนารักษ์ พหลโยธิน 11

ยิ่งใหญ่และสำคัญขนาดที่ทำให้เกิดการโยกย้ายข้าราชการระดับอธิบดีเชียวหรือ

ย้อนอดีตหมาดๆ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ประกาศดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ประเภทโครงการเช่าระยะสั้น

บนแปลงที่ราชพัสดุหมายเลขทะเบียนที่ กท.2615 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ (ซอยพหลโยธิน 11)

เป็นโครงการที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชนผู้อยู่อาศัยโดยรอบบริเวณดังกล่าว

ทั้งด้วยเหตุผลเรื่อง ความเหมาะสมของโครงการ

ความรวบรัดในการดำเนินการ ทั้งที่ตัวโครงการยังไม่ผ่านการประเมินผลสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

และความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินโครงการ

เพราะในการนี้ กรมธนารักษ์คัดเลือกเอกชนเข้ามาเป็นผู้ลงทุน

และได้บริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน คอนสตรัคชั่น ยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ได้คะแนนประเมินลำดับที่ 1 เข้ามาเป็นผู้ดำเนินการ

ก่อนที่บริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน คอนสตรัคชั่น ยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป จำกัด จะทำหนังสือถึงกรมธนารักษ์

ขอโอนสิทธิในการลงนามสัญญา ให้กับบริษัท จูโน่ พาร์ค จำกัด

ซึ่งกรมธนารักษ์อนุญาตให้ดำเนินการได้

ท่ามกลางเสียงคัดค้าน

และความฉงนสงสัยของประชาชนทั่วไป

เสียงแห่งความสงสัยที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐต้องขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวข้ามาดูแล

ไม่เพียงแต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หรือนายอภิศักดิ์ รัฐมนตรีคลัง จะสอบถามด้วยความกังวล

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็ออกโรงเคลื่อนไหว

ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สตง.ส่งหนังสือถึงกรมธนารักษ์ ความว่า

มีการพิจารณาแล้วเห็นว่า คุณสมบัติผู้ที่เสนอโครงการนั้น มีการระบุเพียงเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และต้องไม่เคยทิ้งงานก่อสร้างของราชการ

แต่ สตง.เห็นว่าเป็นคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วน เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นการสร้างอาคารขนาดใหญ่

แต่ไม่คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้เสนอโครงการ

อีกทั้งหลังจากที่บริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน คอนสตรัคชั่น ยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป จำกัด ได้โอนสิทธิให้กับบริษัท จูโน่ พาร์ค จำกัด

ซึ่งจากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจนั้น ประกอบกิจการด้านการส่งเสริม ฝึกทักษะการพัฒนาของเด็กโดยทั่วไป

และให้บริการวางระบบและออกแบบสถานที่

ซึ่งไม่เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร

ดังนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่บรรลุผลตามนโยบายของรัฐบาลได้

นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวดูไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เสนอโครงการรายอื่นๆ

เพราะบริษัท จูโน่ พาร์ค จำกัด ไม่ได้เป็นผู้เสนอโครงการแต่แรก

เริ่มจากเสียงคัดค้านของชาวบ้าน

ที่รวมตัวกันต่อสู้อย่างไม่ลดละ

ส่งผลสะเทือนขึ้นไปถึงหน่วยราชการและฝ่ายการเมือง

ประกอบเข้ากับความแปลกแปร่งของตัวโครงการ

ทั้งในขั้นตอนและความเร่งรีบดำเนินการ

ผลสรุปเบื้องต้นก็คือเปลี่ยนแปลงตัวอธิบดีกรมธนารักษ์ผู้รับผิดชอบ

โดยมีตัวโครงการตกเป็นเป้าเพ่งเล็งลำดับถัดไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ตร. เตือน จชต. ระวังกลลวงโจร ลั่งล่าอีก3ร่วมคาร์บอมบ์บิ๊กซี ซัดกก.สิทธิฯดูแลเหยื่อผู้บริสุทธิ์บ้าง
บทความถัดไปรองโฆษก ตร. แจงหมายเรียก”ส.ต.อ.”กดไลค์เฟซบุ๊ก ฐานะพยาน