
เชื้อชาติในประวัติศาสตร์เป็นปฏิปักษ์ต่อความก้าวหน้าของไทยในทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
แนวทางแก้ไขคือยกเลิกเชื้อชาติ แล้วยกย่องสัญชาติว่าคนเป็นไทยโดยสัญชาติ ซึ่งมาจากชาวสยามที่เป็นลูกผสมของชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ ทำให้ลดการด้อยค่าคนอื่นเข้าสู่ความเป็นคนเท่ากัน จากนั้นความขัดแย้งก็คลี่คลายไปทางดีมีสันติสุข ทำให้เข้าถึงวัฒนธรรมแตกต่างมีพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ
การยกเลิกเชื้อชาติช่วยลดอำนาจของประวัติศาสตร์เชื้อชาติไทยจากอัลไต-น่านเจ้า-สุโขทัย ขณะเดียวกันการยกย่องสัญชาติช่วยกระตุ้นความมั่นใจให้ชนเผ่าพื้นเมืองชาติพันธุ์ต่างๆ มีต่อประวัติความเป็นมาของตน เพราะที่ผ่านมานับร้อยปีถูกเหยียดหยามทำลายจนเลือนหายจากความทรงจำเกือบหมด
ดังนั้น จึงสนับสนุนแนวคิดของผู้สมัครส.ส. พรรคประชาชนที่มีต่อวัฒนธรรมประชาชนด้วยการอภิวัฒน์ เพราะงานวัฒนธรรมในไทยถูกแช่แข็งทั้งโดยระบบราชการและการเมือง
อภิวัฒน์วัฒนธรรม
นายฆนัท นาคถนอมทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงประเด็นนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมของพรรคประชาชน โดยเผยถึง “นโยบายอภิวัฒน์วัฒนธรรม” เปลี่ยนผ่านจากวัฒนธรรมที่เน้นชนชั้นนำ ไปสู่สังคมแนวราบ หรือคนเท่ากัน โดยสร้างเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์แห่งชาติขึ้นมาใหม่ที่เน้นความหลากหลาย และสร้างพิพิธภัณฑ์มีเนื้อหาประชาธิปไตย (ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_5553504) แล้วกล่าวต่อไปอีกว่า
“ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ทำให้เห็นกลไกของรัฐในการดำเนินการด้านศิลปวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘การแช่แข็งของวัฒนธรรม’ ขึ้น หมายความว่านิยามของวัฒนธรรมไทยในหน่วยงานของรัฐ มักจะนิยามว่าเป็นสิ่งดีงาม เป็นรำไทย เป็นอาหารไทยแบบนิยามเดียว การเห็นว่าภาครัฐแช่แข็งของวัฒนธรรม นิยามความหมายวัฒนธรรมไทยนิยามเดียวถ้าปลดล็อกนิยามคำว่าวัฒนธรรมไทยไปสู่คำว่า Spicy Thailand ได้ วัฒนธรรมจะแปรเปลี่ยนเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจได้อีกมากมายมหาศาล พร้อมๆ กับสามารถสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในประเทศไทยได้”
“ประวัติศาสตร์แห่งชาติ จริงๆ แล้วไม่ใช่ประวัติศาสตร์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเดียว แต่ยังมีประวัติศาสตร์บุคคลอื่นๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นคนไทยในพื้นที่ประเทศไทยด้วยกัน”
“ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ม้ง เย้า หรือประวัติศาสตร์ของคนภาคอีสาน พื้นที่ภาคอีสานว่ามีความเป็นมาอย่างไร ประวัติศาสตร์ทางภาคเหนือที่เขามีอาณาจักรของเขาเอง ประวัติศาสตร์ของทางใต้ ถูกพูดถึงน้อยมากๆ ในแบบเรียนของประวัติศาสตร์ไทย ทำให้จินตนาการของผู้คนคิดออกอยู่แต่ประวัติศาสตร์ที่เกิดจากชนชั้นนำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือ จากสุโขทัย อยุธยา ต่อมาเป็นรัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ ทำให้คนไทยไม่เห็นภาพว่าจริงๆ ในดินแดนไทยมันมีประวัติศาสตร์ของพื้นที่อื่นๆ ผู้คนทางภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ที่เขามีประวัติศาสตร์ฉบับของเขาเอง”
“ประวัติศาสตร์แนวเดียวเป็นเรื่องเล่าเดียว ไม่เอื้อต่อการทำให้เกิดประชาธิปไตยเพราะว่าทำให้คนที่เรียนไม่เห็นความหลากหลายของผู้คนในดินแดนนี้ เมื่อเห็นความหลากหลาย เห็นคนอื่นที่ไม่เหมือนจากเรา มันคือพื้นฐานของสำนึกประชาธิปไตย”
เศรษฐกิจสร้างสรรค์
นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จากการทำงานเชิงนโยบายในกรรมาธิการที่หลายคนมองข้าม แต่พบว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนประเทศ (รายงานพิเศษโดย วรวิทย์ ไชยทอง ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 30 ม.ค.-5 ก.พ. 2569 หน้า 19-20) มีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้
ปัญหาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ เพราะเพียงปีเดียว ประเทศใช้งบด้านนี้กว่า 4,000 ล้านบาท ผ่าน THACCA และหากรวมงบแฝงจากหลายกระทรวง ตัวเลขอาจสูงถึง 8,000-9,000 ล้านบาท
จากการทำงานและลงพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าปัญหาหลักคือการใช้งบประมาณผิดทิศ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยมักแก้ปัญหาที่ปลายน้ำ งบจำนวนมากถูกใช้ไปกับการจัดอีเวนต์ ขณะที่ต้นน้ำ-การผลิต การพัฒนาองค์ความรู้ และคนทำงานระดับรากหญ้า-กลับไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง
หัวใจของการปลดล็อกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่ได้อยู่ที่โครงการใดโครงการหนึ่ง แต่อยู่ที่การเมือง ผู้มีอำนาจบริหาร และระบบการศึกษาที่กล้าคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อให้อภิวัฒน์ทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้นต้องกลับไปที่การศึกษา เพราะการเปลี่ยนประเทศหนีไม่พ้นการอภิวัฒน์ทางวัฒนธรรม เช่นเดียวกับที่รัฐบาลในอดีตเคยทำ
ต้องปลดปล่อยการศึกษาออกจากการครอบงำ เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากหลายมุมมอง และซึมซับความสุขทางศิลปะอย่างหลากหลาย เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว
ในระดับโครงสร้าง จำเป็นต้องปฏิรูปหน่วยงานอย่างกระทรวงวัฒนธรรม จากการเน้น “อนุรักษ์” เป็นหลัก สู่การ “พัฒนาและดัดแปลง” ให้ทันยุคสมัย โดยไม่กระทบข้าราชการ แต่เปลี่ยนกรอบคิดและวิธีทำงาน
