หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘ไพ่ไฟ’ และ ‘พลร่ม’ เลือกตั้งสกปรก 2500

3.02.26 | 17:10 น.
การชุมนุมประท้วงการเลือกตั้งสกปรกที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2500

เลือกตั้งสกปรก – เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 มีเลือกตั้งส.ส. ที่ประวัติศาสตร์บันทึกว่า “เลือกตั้งสกปรก”

ตอนนั้นเรียนชั้นมัธยมต้นโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ (อยู่ใกล้สะพานมัฆวาน) แต่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย นอกจากทุกวันต้องเดินผ่านสะพานมัฆวานตอนเช้าเข้าเรียนเป็นปกติ

นักศึกษาและประชาชนเดินขบวนประท้วงเลือกตั้งสกปรก ปะทะกับแนวทหารที่มีอาวุธครบมือ แต่ครั้งนั้นทหารอะลุ่มอล่วยการประท้วง ที่สะพานมัฆวานฯ พ.ศ. 2500 (ภาพจากหนังสือ สู้เพื่อประชาธิปไตย โดย คณะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ สืบค้นในhttps://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=klongrongmoo&month=122013&date=01&group=17&gblog=23)

สมัยนั้นเป็นเด็กวัดอยู่วัดเทพธิดาราม (สุนทรภู่จำพรรษวัดนี้) หลังเหตุการณ์เลือกตั้งสกปรก มีปฏิวัติของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายทหารคนหนึ่งหลบไปอยู่ในกุฏิพระสงฆ์ ซึ่งอยู่ติดกับกุฏิที่ผมเป็นลูกศิษย์พระ จึงรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิด?

เหตุการณ์ในกุฏิพระสงฆ์วัดเทพธิดารามครั้งนั้นอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม เพราะตอนนั้นตื่นเต้น ต่อมาเมื่อติดตามงานวิจัยของนักค้นคว้าวิชาการก็ยิ่งตื่นเต้น เพราะรู้สึกตนเองใกล้ชิดเหตุการณ์ หมายถึงเหตุการณ์นายทหารหนียึดอำนาจไปซ่อนในกุฏิพระสงฆ์วัดเทพธิดาราม แต่อยู่ห่างไกลมากในความรับรู้ข้อมูลทางการเมืองที่สภาและที่สะพานมัฆวาน จึงจะคัดข้อความในหนังสือที่บันทึกเรื่องนี้ไว้ ดังนี้

การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดเท่าที่เคยมี
ฝ่ายค้านเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

Advertisement

กรุงเทพฯ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 ประชาชนได้ออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน 160 ที่นั่ง เพื่อจะได้มีรัฐบาลใหม่ มีพรรคการเมืองสมัครลงเลือกตั้งรวม 23 พรรค และเป็นการเลือกตั้งที่ได้ชื่อว่าสกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500

จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นำคณะนิสิตนักศึกษาเข้าพบจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากการเดินขบวนประท้วงการเลือกตั้งสกปรก พ.ศ. 2500

จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลา และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อลงสมัครเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยมี พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตํารวจ เป็นเลขาธิการพรรค ดังนั้น ในฐานะเป็นรัฐบาลรักษาการ และด้วยเดิมพันทางการเมืองที่สูงยิ่งเพื่อสืบทอดอํานาจทางการเมืองต่อไป จึงเป็นที่เชื่อกันว่าพรรครัฐบาลนี้จะต้องทําทุกวิถีทางที่จะชนะการเลือกตั้งให้ได้

ในวันเลือกตั้ง ยังพบ “ไพ่ไฟ” หรือบัตรเลือกตั้งที่กาลงคะแนนให้พรรคนี้วางอยู่บนโต๊ะกรรมการการเลือกตั้ง และยังพบ “พลร่ม” หรือการหมุนเวียนลงคะแนนเสียง และยังมีการโกงการนับคะแนน

เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาปรากฏว่าพรรคเสรีมนังคศิลาได้เสียงข้างมากในสภา ผลรวมทั้งประเทศได้ 83 คน จากจํานวน ส.ส. ทั้งหมด 160 คน ทําให้ประชาชนไม่ยอมรับเพราะเห็นว่ามีการโกงการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในหมู่นิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมสังเกตการเลือกตั้ง จึงรวมตัวกันประท้วงในต้นเดือนมีนาคม มีประชาชนมารวมตัวจนเป็นคลื่นมหาชนออกเดินขบวนไปยังทําเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

เมื่อจอมพล ป. ทราบเรื่อง ก็กล่าวว่า “ผมสาบานได้ว่า ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ผมแน่ใจว่าผมได้รับเลือกด้วยตัวของผมเอง ผมไม่ต้องทําอะไรพรรค์นี้หรอก”

ส่วน ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคําร้องต่อศาลขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ แต่ศาลมีคําตัดสินในเดือนมิถุนายนว่าเป็นการเลือกตั้งที่ถูกต้อง

[จากหนังสือ กาลานุกรมสยามประเทศไทย 2485-2554 (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บรรณาธิการ) โพสต์บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2555 หน้า 70-71)

เผด็จการหลังเลือกตั้งสกปรก

หลังเลือกตั้งสกปรก จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทั้งปฏิวัติและรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่บัดนั้น พ.ศ. 2500

“ถนอม-ประภาส” สืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร นาน 16 ปี เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ขับไล่เผด็จการทหาร 14 ตุลาคม 2516 หลังจากนั้นเผด็จการทหารอาละวาด เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ขณะนี้ มีฤดูเลือกตั้ง แต่ไม่น่าไว้วางใจ “ไพ่ไฟ” และ “พลร่ม” ชุดใหม่ เพราะลีลาเล่ห์กลคนเกี่ยวข้องการเลือกตั้งทำ “แหวง” มีไม่น้อย