กลองสำริด หรือกลองมโหระทึกสมัยดึกดำบรรพ์ พบใหม่ในทุ่งนา บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี [ข่าวและภาพจาก ข่าวสด (ออนไลน์) วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569]
“สมอพลือ” ชุมชนใหญ่บ้านพราหมณ์ริมแม่น้ำเพชร (ต้นน้ำจากเทือกเขาเหนือแก่งกระจาน) ดังนั้นน้ำเพชรบริเวณบ้านพราหมณ์สมอพลือได้รับยกย่องเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่านพราหมณ์ จึงตักไปทำพิธีกรรมสำคัญๆ ในกรุงรัตนโกสินทร์
1.บ้านพราหมณ์ หมายถึงตระกูลพราหมณ์เมืองเพชร สมัยอยุธยา มีหลักแหล่ง ถิ่นฐานบริเวณ “สมอพลือ”
2.พราหมณ์รามราช หมายถึงพราหมณ์เมืองเพชรเป็นพราหมณ์อินเดียจากเมือง ราเมศวรัม (ทมิฬ) อินเดียใต้ ที่เอกสารเก่าของไทยเรียก “เมืองรามราช”
3.วงศ์กษัตริย์อยุธยา หมายถึงเชื้อสายพราหมณ์บ้านสมอพลือเมืองเพชร คือพี่น้อง 2 สาว เป็นมเหสีพระบรมโกศ มีโอรส คือ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์, พระเจ้าอุทุมพร, พระเจ้าเอกทัศ
4.สุนทรภู่ มีบรรพชนต้นตระกูลเป็นพราหมณ์รามราช บ้านสมอพลือ เมืองเพชรบุรี
ย่านสมอพลือล่าสุดพบกลองสำริดอายุหลายพันปีมาแล้ว
กลองสำริด (หรือสัมฤทธิ์) ได้ชื่อสำริดจากโลหะผสมของทองแดง (โลหะหลัก มีแหล่งใหญ่มากอยู่ลุ่มน้ำโขงทั้งฝั่งลาวและฝั่งไทยในอีสาน) กับดีบุก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของอุษาคเนย์ 3,000 ปีมาแล้ว ต้นทางการหล่อเทวรูปสำริดและพระพุทธรูปสำริดสมัยหลังๆ
เรื่องราวของกลองสำริดมีมาก แต่สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ดังนี้
(1.) กลองสำริดถูกเรียกอย่างคลาดเคลื่อนโดยนักโบราณคดีในไทยว่า “กลองมโหระทึก” ด้วยการแปลงจากชื่อ “หรทึก” ในกฎมณเฑียรบาลสมัยอยุธยาตอนต้น ที่หมายถึงเครื่องประโคมจากอินเดียในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ 5 สิ่ง คือ “กลอง 4 ปี่ 1” เรียก “เบญจตุริยะ”
“หรทึก” มีเสียงดังกึกก้องจากปี่ไฉน (สรไน) และกลองต่างขนาด 4 ใบ กฎมณเฑียรบาลบอกไว้ว่าใช้ประโคมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และในงานมหรสพพิธีกรรมในราชสำนัก ทุกวันนี้ยังพบเครื่องประโคมแบบนี้มีเหลือเค้าในวงปี่พาทย์งานศพ (ทำบัวลอย), วงกาหลอของภาค ใต้, และวงมังคละที่สุโขทัย ฯลฯ แต่กลองสำริดเสียงกังวาน ไม่ดังกึกก้อง จึงไม่เป็นกลองเดียวกัน
(2.) กลองสำริดเป็นเครื่องประโคมศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมหลังความตาย เพื่อเรียกขวัญคนตายคืนร่าง กับส่งขวัญหัวหน้าเผ่าพันธุ์ที่เพิ่งตายให้ขึ้นฟ้าไปรวมพลังกับผีฟ้า (ทั้งหลาย) แล้วปกป้องคุ้มครองคนมีชีวิตในชุมชน
ดังนั้น บนหน้ากลองสำริดมีปุ่มนูนรูปขวัญ จำลองจากจอมขวัญบนกลางกบาลของคนแล้วตีดังกังวานในพิธีเรียกขวัญและสู่ขวัญ เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารให้ชุมชน จึงสลักรูปสัญลักษณ์เกี่ยวกับการทำมาหากินทางเกษตรกรรม
กลองสำริดเป็นต้นทางเครื่องประโคมเรียก “ฆ้อง” ปัจจุบันมีหลายขนาดและมีหลายแบบ แต่แบบหนึ่งเรียก “ฆ้องหุ่ย” ทุกวันนี้ใช้ตีในพิธีทำขวัญ เช่น ทำขวัญนาค ฯลฯ
(3.) กลองสำริดเป็นสัญลักษณ์อำนาจของชนชั้นนำหลายพันปีมาแล้ว ดังนั้นหัวหน้าเผ่าพันธุ์เป็นเจ้าของกลองสำริด โดยถูกเก็บไว้ในที่จำเพาะของเผ่าพันธุ์ เมื่อหัวหน้าเผ่าพันธุ์ตายไป กลองสำริดถูกใช้เป็นภาชนะเก็บกระดูกหัวหน้าเผ่าพันธุ์ ไม่ใช้งานศพทั่วไป

