หน้าแรก คอลัมนิสต์ สปอตไลต์ โดย ...

สปอตไลต์ โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

2.03.16 | 15:00 น.

งานโชว์แจกรางวัลงานใหญ่ของฮอลลีวู้ดในเวทีออสการ์ปีนี้ หนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนเรื่อง Spotlight พิชิตรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้

ทั้งๆ ที่คว้ารางวัลไปได้แค่ 2 สาขา คือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมกับบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ลักษณะการพิชิตรางวัลแบบนี้ในประวัติศาสตร์ออสการ์ไม่ได้เกิดมานานตั้งแต่เรื่อง The Greatest Show On Earth เมื่อ 64 ปีก่อน

เป็นการตอกย้ำว่า บทภาพยนตร์นั้นสำคัญเป็นอันดับต้น และเป็นตัวการันตีคุณภาพ

แนวหนังเรื่องราวเจาะข่าวระทึกขวัญของ Spotlight ยังชวนให้คิดถึง All the President’s Men ภาพยนตร์ปี ค.ศ.1976 (พ.ศ.2519) ซึ่งนำเสนอเรื่องราวการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนระทึกขวัญเช่นเดียวกัน ทั้งพิชิตรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ได้เช่นกัน

Advertisement

ในเรื่อง All the President’s Men นำแสดงโดยโรเบิร์ต เรดฟอร์ด กับดัสติน ฮอฟฟ์แมน รับบทเป็นสองนักข่าว บ๊อบ วูดเวิร์ด กับคาร์ล เบิร์นสไตน์ ผู้สืบเสาะค้นหาความจริงทางการเมืองในคดีวอเตอร์เกต ส่งผลสะท้านสะเทือนวงการการเมืองของอเมริกาครั้งใหญ่ จนประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกจากตำแหน่ง

ขณะที่ผลงานข่าวชิ้นนี้ของวอชิงตันโพสต์ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ รางวัลทรงคุณค่าของวงการหนังสือพิมพ์สหรัฐอเมริกา

เป็นหนังสนุกเข้มข้นมากเรื่องหนึ่งได้เห็นภาพการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนที่ยาก เหน็ดเหนื่อย ถูกคุมคาม และเสี่ยงภัย

สำหรับ Spotlight นำเสนอเรื่องราวการทำข่าวสืบสวนสอบสวนของหนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบ ช่วงปี 2545 กรณีล่วงละเมิดทางเพศเด็กของบาทหลวงในโบสถ์คาทอลิก และความพยายามปกปิดกรณีอื้อฉาวนี้โดยคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่

เมื่อเทียบคดีการเมืองอย่างวอเตอร์เกตของวอชิงตันโพสต์ที่ต้องเผชิญกับความฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐ การทำข่าวที่ท้าทายศรัทธาด้วยความจริงของบอสตัน โกลบ ไม่ง่ายไปกว่ากัน

ในคดีอื้อฉาวดังกล่าวนั้นมีเด็กตกเป็นเหยื่อล่วงละเมิดและข่มขืนมากกว่าร้อยราย แต่บาทหลวงผู้ก่อเหตุกลับลอยนวลมาได้เป็นเวลานาน เพราะโบสถ์ไม่ต้องการเสียชื่อ เป็นเรื่องน่ารันทดที่ซ้อนกันอยู่ จนกระทั่งทีมข่าวค้นหาความจริงและนำเสนอออกมาเป็นข่าวใหญ่ จึงเกิดการสะสางคดี ทวงความยุติธรรม และตรวจสอบโบสถ์ในเวลาต่อมา

บลาย เพกอน เฟาสต์ โปรดิวเซอร์ของ Spotlight กล่าวยกย่องทีมงานข่าวตัวจริงของบอสตัน โกลบ ที่ไม่เพียงทำในสิ่งที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนนั้นสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อสังคมอย่างไร

ในแง่มุมของภาพยนตร์ การเขียนบทเกี่ยวกับการทำข่าวได้สมจริงนั้นน่าชื่นชม โดยเฉพาะหากมาเทียบกับหนังหรือละครไทยแล้ว เรื่องราวการทำข่าวเจาะลึกแบบนี้ยังไม่มี ส่วนตัวละครนักข่าวหรือบรรณาธิการออกจะดูเพี้ยนๆ ตลกขำขัน ไม่ก็ร้ายกาจไปเลย

ไม่เฉพาะนักข่าวเท่านั้น รายละเอียดของตัวละครในอาชีพอื่นๆ มักไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงมากนัก เป็นเพียงแบ๊กกราวน์แบบแตะๆ

ดูหนังเรื่อง Spotlight และ All the President’s Men แล้วก็คิดๆ ไปว่าหากจะมีคนเขียนบทดีๆ เกี่ยวกับการทำข่าวเจาะคดียันตระเมื่อช่วงปี 2538 หรือคดี 99 ศพในปี 2553 มาเป็นหนังดีๆ สักเรื่อง คงจะน่าติดตามมากทีเดียว