ฝ่ายตั๋งโต๊ะใช้คนซึ่งสนิทมาสอดดูหองจูเปียนอยู่เนืองๆ ว่าจะทำประการใดบ้าง คนใช้ครั้นมาเห็นโคลงก็เอาเนื้อความไปแจ้งแก่ตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะได้ฟังก็โกรธจึงว่า
“ซึ่งหองจูเปียนทำโคลงปิดไว้ ทั้งนี้หวังจะใคร่หาคนสนิทมาแก้แค้นเรา บัดนี้ ถึงมาตรว่าเราจะฆ่าเสียก็หามีผู้ใดติฉินนินทาไม่”
แล้วตั๋งโต๊ะจึงให้ลิยูคุมบู๋ซู 10 คนไปฆ่าหองจูเปียนกับฮองเฮาแลพระสนมเสียจนได้
ลิยูก็พาบู๋ซู 10 คนเปิดประตูตำหนักเข้าไป
สนมนั้นแลเห็นก็บอกแก่หองจูเปียน หองจูเปียนก็ตกใจ ลิยูเข้าไปถึงจึงยื่นจอกสุราซึ่งใส่ยาพิษให้หองจูเปียน
หองจูเปียนจึงถามว่า “อะไร”
ลิยูตอบว่า “มหาอุปราชเห็นว่าบ้านเมืองเป็นสุขแล้ว จึงให้ข้าพเจ้าเอาสุรามาให้เสวย”
สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายต่อไปว่า
ฝ่ายนางโฮเฮาได้ยินดังนั้นก็กริ่งใจ จึงว่า “ซึ่งตั๋งโต๊ะให้เอาสุรามาให้บุตรเรากินก็ชอบแล้ว ตัวท่านผู้เอามาจงกินเข้าไปให้เราเห็นก่อนเราจึงจะให้บุตรเรากิน”
ลิยูได้ยินก็โกรธ
จึงให้บู๋ซูเอากระบี่กับโซ่มาวางไว้ตรงหน้าแล้วว่า “ซึ่งมหาอุปราชให้เอาสุรามาให้กิน นางโฮเฮาขัดมิกินนั้น
จงเลือกเอาของสองสิ่งนี้ จะเอาโซ่หรือกระบี่”
นางสนมนั้นจึงคุกเข่าลงคำนับแล้วว่าแก่ลิยูว่า “ซึ่งจะให้หองจูเปียนเสวยสุรานั้นข้าพเจ้าจะรับกินแทน แต่ว่าขอชีวิตนางโฮเฮากับหองจูเปียนให้คงไว้เถิด”
ลิยูได้ฟัง ร้องตวาดแล้วว่า “ไม่ควรที่เอ็งจะมารับตายแทนนั้น ไม่ได้”
แล้วลิยูจึงเอาจอกสุรานั้นยื่นให้นางโฮเฮากินก่อน นางโฮเฮามิได้รับแล้วลำเลิกว่า “เพราะอ้ายโฮจิ๋นผู้พี่ไม่มีความคิด พาเอาพวกโจรเข้ามาในพระราชฐาน
อันตรายจึงมาถึงกูกับบุตรครั้งนี้”
ยิ่งอ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ยิ่งยอกย้อน ฝ่ายตั๋งโต๊ะส่งคนคอยสอดแนมระวังระไวหองจูเปียน ราชโอรสอยู่เนืองๆ
เมื่อได้ทราบคำกลอนนี้จึงว่า
“มันแต่งกลอนระบายความแค้นของมัน ถ้าเราฆ่ามันเสียตอนนี้ใครจะว่าเราไม่ได้”
ว่าแล้วสั่งให้ลิยูนำบู๋ซู 10 คนเข้าไปฆ่าหองจูเปียนเสีย
ขณะนั้นหองจูเปียน พระนางโฮเฮากับนางพระกำนัลอยู่ชั้นบน สาวชาววังขึ้นไปทูลว่าลิยูมาก็ตกพระทัยแทบสิ้นสติ
ลิยูเอายาพิษอย่างแรงใส่ลงไปในจอกสุราแล้วนำไปถวายหองจูเปียน
หองจูเปียนรับสั่งถามว่า “จะให้เราดื่มด้วยเหตุอันใด”
ลิยูตอบว่า “ในวาระที่ความอบอุ่นยามฤดูใบไม้ผลิมาถึงนี้ ท่านตั๋งโต๊ะ สมุหนายกให้ข้าพเจ้านำเหล้ายาอายุวัฒนะมาถวายพระพรเป็นพิเศษ”
พระนางโฮเฮาตรัสว่า “ถ้าเป็นเหล้ายาอายุวัฒนะ ท่านควรดื่มก่อน”
ลิยูโกรธ ตะคอกว่า “จะไม่ดื่มรึ”
ว่าแล้วเรียกทหารซ้ายขวาให้เอามีดกับโซ่มาวางไว้เบื้องหน้า พลางว่า “ถ้าใครไม่ดื่มเหล้ายาอายุวัฒนะนี้
ก็จงเลือกเอาสองสิ่งนี้แทน”
นางพระกำนัลแซ่ถางคุกเข่าลงแล้วว่า “ข้าพเจ้าขอดื่มเหล้ายานี้แทนพระราชโอรส ขอท่านจงไว้ชีวิตแม่ลูกคู่นี้ด้วยเถิด”
ลิยูตวาดว่า “เอ็งเป็นใครจึงคิดจะตายแทนอ๋อง”
แล้วลิยูยื่นจอกสุราให้พระนางโฮเฮา ทูลว่า “พระองค์เสวยก่อนก็ได้”
พระนางโฮเฮาบริภาษโฮจิ๋นว่า “เป็นคนไม่มีความคิด ไปพาเอาพวกโจรเข้าเมือง ภยันตรายจึงมาถึงญาติพี่น้องในวันนี้”
แล้วลิยูเข้าบังคับหองจูเปียนอีกครั้งหนึ่ง
พระราชโอรสตรัสว่า “ขอความกรุณาให้ข้าพเจ้า ได้ร่ำลาพระมารดาก่อนเถิด”
ตรัสแล้วทรงรำพันเป็นคำกลอนขึ้นว่า “อนิจจา ฟ้าดินช่างเปลี่ยนไป ข้าเคยใหญ่กลับวิ่นสิ้นวาสนา สิ้นชีวิต สิ้นอำนาจ ปราศราคา ยังเหลือแต่น้ำตาท่วมฟ้าเอย”
ฝ่ายนางพระกำนัลก็ครวญว่า
“ถึงฟ้าแตก ดินแยก ข้าบ่ขาม ข้ามิตาม ฮ่องเต้ หาได้ไม่ อันความตายความอยู่คู่กันไป แต่ข้าไซร้ก็ขออยู่โดยลำพัง”
แล้วบุคคลทั้งสามก็โผเข้ากอดกัน ร่ำไห้
เมื่อสอบทานผ่านสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ก็มีความเด่นชัด มีคนไปรายงานต่งจั๋ว
ต่งจั๋วสั่งหลีหรูนำทหาร 10 นายไปฆ่า
นางในนำความกราบทูลเส้าตี้ว่าหลี่หรูมา เส้าตี้ตกใจ หลี่หรูถวายสุราพิษให้เส้าตี้
เส้าตี่ถามว่า “สุรานี้เนื่องในโอกาสใด”
หลี่หรูว่า “วันดีมีสุข ต่งเซี่ยงกั๋วให้นำสุรามาให้”
ไทเฮาว่า “สุรามงคลนี้เจ้าจงดื่มเสียก่อน”
หลี่หรูว่า “เจ้าจะดื่มหรือไม่”
แล้วให้ลูกน้องถืออาวุธมีดสั้นและแพรขาวเข้ามาแล้วว่า “สุราไม่ดื่ม ก็เอาสองอย่างนี่ไปก็แล้วกัน”
พระสนมถางคุกเข่าลงแล้วขอร้องว่า
“ข้าขอดื่มสุรานี้แทนฮ่องเต้ ขอให้นายท่านไว้ชีวิตสองแม่ลูก”
หลี่หรูตวาดว่า “เจ้าเป็นใคร จึงจะมาตายแทน” แล้วก็ยกเหล้าไปให้ไทเฮาแล้วว่า “เจ้ากินก่อน”
ไทเฮาด่า “เหอจิ้นไร้สมอง ชักโจรเข้าเมือง นำภัยพิบัตินี้มา”
หลี่หรูบีบบังคับเส้าตี้
เส้าตี้ว่า “ข้าขอลาไทเฮา”
แล้วร้องเพลงเศร้าขึ้น กอดกับพระสนม
หลี่หรูเร่งว่า “เซี่ยงกั๋วกำลังรอรายงานผล เจ้ามัวอืดอาด หวังว่าใครจะมาช่วยรึ”
ไทเฮาด่า “ไอ้โจรต่ง บีบบังคับข้าแม่ลูก สวรรค์จะลงโทษพวกมึง มึงช่วยมันทำการนี้ มึงต้องสิ้นโคตร”
หลี่หรูโกรธ เอา 2 มือลากไทเฮาโยนลงมา
ให้ลูกน้องรัดคอพระสนมถาง เอาสุราพิษกรอกปากเส้าตี้ แล้วกลับไปรายงานต่งจั๋ว
ต่งจั๋วให้นำศพไปฝังไว้นอกเมือง
ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ชะตากรรม ไม่ว่าจะของพระนางโฮเฮา ไม่ว่าจะของหองจูเปียน ไม่ว่าจะของพระสนมถาง
หากแต่อยู่ที่คำด่าของพระนางโฮเฮา
1 เน้นไปยังการตัดสินใจของโฮจิ๋น ขณะเดียวกัน 1 ก็สรุปอย่างรวบรัดอย่างยิ่งว่า
เป็นการ “ชักโจรเข้าเมือง”
เหมือนกับจะเป็นบทสรุปของพระนางโฮเฮา เหมือนจะเป็นบทสรุปอันได้มาจากข้อสังเกตของเหล่าขุนนางเมื่อมีการเสนอให้ทัพหัวเมืองเข้ามหานคร
เหมือนจะเป็นลักษณะ “ขงเบ้งหลังเหตุการณ์” แต่ก็คือความจริง

