หน้าแรก คอลัมนิสต์ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา | ไข่ไดโนเสาร์

5.04.26 | 13:37 น.
ไข่ไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งเมืองเมเซอ
Musee Parc dinosaures de Meze

เมื่อสิ้นเดือนมีนาคม หน้าเพจเฟซบุ๊กของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งเมืองเมเซอ แถลงถึง “การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ทางบรรพชีวินวิทยา” ในถ้ำแห่งหนึ่งในเมืองเมเซอ เมืองทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ในอดีตเคยเป็น “รัง” ไดโนเสาร์ เพราะมีการขุดค้นพบไข่ไดโนเสาร์ในสภาพที่เป็นฟอสซิลแล้วหลายร้อยฟองเลยทีเดียว

ตามถ้อยแถลงของพิพิธภัณฑ์ การค้นพบครั้งนี้เป็นผลมาจากการทุ่มเทขุดค้นอย่างละเอียดประณีตกินเวลานานหลายเดือน จนสามารถเรียกได้ว่า ถ้ำเมเซอคือแหล่งเก็บไข่ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นยุโรป และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแหล่งฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถเทียบเคียงได้กับแหล่งที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ทั้งใน อาร์เจนตินา ในจีนและในมองโกเลีย

อเลง คาโบต์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ยืนยันว่าการค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินความพยายามที่กินเวลาเกือบ 30 ปี ที่แหล่งขุดค้นแห่งนี้ เริ่มจากการสำรวจพบร่องรอยของเศษเปลือกไข่ไดโนเสาร์บนพื้นผิวดิน นำไปสู่การค่อยๆ ขุดค้นอย่างประณีตลงไปด้านใต้ ที่นำไปสู่การพบไข่ฟองแรกเมื่อราว 28 ปีมาแล้ว ก่อนที่จะมาพบอีกหลายร้อยฟองต่อมาในปัจจุบัน ที่จากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ไข่เหล่านี้มีอายุย้อนหลังไปราว 72 ล้านปีมาแล้ว

คาโบต์ชี้ว่า ความหนาแน่นของไข่ที่ค้นพบที่ถ้ำแห่งนี้จัดได้ว่าหายากมาก เพราะที่ผ่านมา แหล่งไข่ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่จะพบเพียงแค่ไม่กี่ฟองเท่านั้นเอง ดังนั้นไม่แน่นักหากมีการสำรวจศึกษาอย่างถี่ถ้วนและเหมาะสม แหล่งเมเซออาจทำให้นักวิชาการเข้าใจพฤติกรรมการสืบพันธุ์และวางไข่ของไดโนเสาร์ได้มากขึ้นกว่าเดิม เช่นการได้รู้ถึงสภาพแวดล้อมที่ถูกเลือกเป็นแหล่งวางไข่ รวมทั้งได้รู้ถึงชนิดของไดโนเสาร์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในท้องถิ่นแถบนี้ในอดีต นอกจากนั้น ไข่บางฟองยังคงสภาพโครงสร้างภายในไว้อย่างดี ทำให้การค้นพบครั้งนี้มีคุณค่าสูงมากในทางวิทยาศาสตร์

นักวิชาการระบุว่า ความหนาแน่นผิดปกติของไข่ไดโนเสาร์ที่แหล่งแห่งนี้ ชี้ให้เห็นว่าพื้นที่นี้อาจเป็นรังที่ไดโนเสาร์จำนวนมากใช้ร่วมกัน จนกลายเป็นระบบนิเวศในการสืบพันธุ์ ที่กลายมาเป็นฟอสซิลไปนั่นเอง

Advertisement

ทีมวิจัยเชื่อว่า สภาพแวดล้อมของพื้นที่นี้ตั้งแต่ยุคโบราณ มีส่วนช่วยในการรักษารังไดโนเสาร์นี้เอาไว้ให้กับคนรุ่นหลัง พื้นที่บริเวณนี้เดิมทีเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง แต่เต็มไปด้วยลำน้ำตัดผ่านไปมา เป็นสภาพแวดล้อมที่ไดโนเสาร์ชอบใช้เป็นพื้นที่สร้างรัง โดยอาศัยหลุมตื้นๆ มีพืชปกคลุม เมื่อถึงหน้าน้ำ น้ำท่วมทำให้รังไดโนเสาร์เหล่านี้ลงไปฝังอยู่กับชั้นตะกอน ผนึกทั้งรังเอาไว้ต่อมาอีกหลายสิบล้านปี

ทีมวิจัยเชื่อว่า ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ไดโนเสาร์เจ้าของไข่เหล่านี้ เป็นสายพันธุ์กินพืชมีชีวิตอยู่ในยุคครีตาเซียสหลายสายพันธุ์ ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงระหว่าง 72 ล้านปีก่อนจนถึงราว 70 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งรวมทั้งสายพันธุ์ ไททาโนซอรัส ซึ่งไข่จำแนกได้ง่าย เพราะมีรูปทรงกลม และรับโดดอน พริสคัส

คาโบต์ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นการค้นพบที่แสดงให้เห็นส่วนเสี้ยวหนึ่งในชีวิตที่สำคัญของไดโนเสาร์ และแสดงความคาดหวังว่าทีมขุดค้นจะได้รับอนุญาตให้ขุดค้นต่อเนื่องต่อไปอีกหลายปี เพราะเชื่อว่ายังมีอีกมากมายที่ยังค้นไม่พบ

ตามถ้อยแถลงในเฟซบุ๊ก การค้นพบครั้งนี้น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะยังจำเป็นต้องใช้เวลาในการสำรวจขุดค้นเพิ่มเติมอีกไม่น้อย เพราะเพียงแค่ใช้เวลาสัปดาห์เดียว เมื่อขุดลงไปจนถึงชั้นฟอสซิลแล้ว ก็สามารถพบฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ถึงกว่า 100 ฟองเลยทีเดียว