หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไม้เด็ดของยูเ...

ไม้เด็ดของยูเครน : เมื่อญี่ปุ่นและอังกฤษจับมือกับยูเครนหักเหลี่ยมเซียนอาวุธรัสเซีย

14.04.26 | 12:23 น.
ไม้เด็ดของยูเครน: เมื่อญี่ปุ่นและอังกฤษจับมือกับยูเครน

ในแวดวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการศึกสงครามนั้น มักจะมีคำกล่าวที่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตร แต่สำหรับกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นในสมรภูมิยูเครนนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องของ มิตรแท้ในยามยากที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำ เสียมากกว่า เมื่อมหาอำนาจทางเทคโนโลยีจากตะวันออกไกลอย่างญี่ปุ่น ตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมวงไพบูลย์ในลักษณะที่ทำเอาปูตินต้องกุมขมับ

ผู้เขียนจะขอชวนท่านผู้อ่านมาวิเคราะห์สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “ไม้เด็ด” หรือ Game Changer ตัวจริงที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามยูเครนจากสงครามยืดเยื้อที่วัดกันด้วยปริมาณกระสุนปืนใหญ่ มาเป็นการสู้รบด้วยปัญญาประดิษฐ์และยุทธศาสตร์ “อสมมาตร” (Asymmetric Warfare) ที่คุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ความร่วมมือลับสุดยอดระหว่าง Terra Drone ยักษ์ใหญ่ด้านโดรนจากญี่ปุ่น กับเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์และวิศวกรสมองเพชรของยูเครน พวกเขาได้ซุ่มสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Terra A1” โดรนสกัดกั้นความเร็วสูงที่ไม่ได้มีไว้เพื่อทิ้งระเบิด แต่มีไว้เพื่อการล่าโดยเฉพาะ

เจ้า Terra A1 นี้ไม่ใช่โดรนบังคับวิทยุเด็กเล่นตามห้างสรรพสินค้า แต่มันคือเครื่องบินสกัดกั้นขนาดจิ๋วที่ทำความเร็วได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วพอที่จะพุ่งเข้าชนหรือยิงทำลายโดรนพลีชีพ “ชาเฮด” (Shahed) ของรัสเซียที่ได้รับความช่วยเหลือจากอิหร่าน ได้อย่างแม่นยำกลางอากาศ

ที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีนี้เป็นการผสมผสานระหว่างระบบเซ็นเซอร์ที่ละเอียดอ่อนของญี่ปุ่น เข้ากับอัลกอริทึมการรบจริงที่ยูเครนลับฝีมือมาตลอด 2 ปี ผลที่ได้คือเพชฌฆาตเงียบที่ไม่ต้องใช้ทางวิ่งสนามบิน และสามารถถูกปล่อยขึ้นจากท้ายรถกระบะได้ทุกที่ทุกเวลา

Advertisement

ในเชิงรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์สงคราม ปัญหาใหญ่ของยูเครนก่อนหน้านี้คือการใช้ของแพงไปแลกของถูก รัสเซียส่งโดรนชาเฮดราคาลำละประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 ล้านบาท)เข้ามาถล่มเมือง แต่ยูเครนต้องใช้ขีปนาวุธจากระบบ Patriot หรือ IRIS-T ที่ราคาลูกละเป็นล้านดอลลาร์ในการสอยมันลงมา คิดดูเถอะครับว่าถ้าสู้กันแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยูเครนและพันธมิตรตะวันตกจะกระเป๋าฉีกขนาดไหน

แต่ Terra A1 คือคำตอบที่ทำให้ปูตินต้องสะอึก เพราะต้นทุนการผลิตโดรนสกัดกั้นนี้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 65,200 บาท) เท่านั้น!

ลองคำนวณดูเล่นๆ นะครับ เมื่อรัสเซียจ่าย 1.7 ล้านบาทเพื่อทำลายเมือง แต่ยูเครนจ่ายเพียง 65,200 บาท เพื่อสกัดมันไว้ เท่ากับว่ารัสเซียต้องควักกระเป๋ามากกว่าถึง 25 เท่าในทุกๆ ครั้งที่มีการปะทะ นี่คือการทำสงครามบั่นทอนทางเศรษฐกิจ (Economic Attrition) ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในศตวรรษที่ 21

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไมรัสเซียไม่ส่งขีปนาวุธไปถล่มโรงงานผลิตโดรนพวกนี้เสียล่ะ? คำตอบคือ หาไม่เจอ ครับ

เพื่อให้กระบวนการผลิตไม่สะดุด ยูเครนได้ย้ายสายการผลิตทั้งหมดลงไปอยู่ใต้ดิน ในลักษณะกระจายตัว (Decentralized) ทั่วเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านที่โดนถล่มหนักที่สุด การสร้างโรงงานใต้ดินระดับลึกและแบ่งเป็นหน่วยย่อยๆ ทำให้การโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถีของรัสเซียกลายเป็นเรื่องไร้ผล เพราะต่อให้ทำลายจุดหนึ่งได้ จุดอื่นๆ ก็ยังผลิตต่อได้ทันที เป็นการใช้ภูมิศาสตร์และความอดทนของชาวคาร์คิฟเป็นเกราะกำบังอย่างดีเยี่ยม

ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ใช่การให้ความช่วยเหลือฝ่ายเดียว แต่เป็นการแลกเปลี่ยนหมัดเด็ด โดยญี่ปุ่นให้เทคโนโลยีโดรนอากาศและ AI ส่วนยูเครนก็ตอบแทนด้วยสิ่งที่ญี่ปุ่นโหยหาที่สุดในตอนนี้ นั่นคือ ความลับของโดรนทะเล (Naval Drones) อันเลื่องชื่อของยูเครนนั่นเอง

ยูเครนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถใช้โดรนราคาถูกจมเรือรบขนาดใหญ่ของกองเรือทะเลดำรัสเซียได้ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเกาะและมีข้อพิพาททางทะเลกับเพื่อนบ้านหลายประเทศ ย่อมต้องการเทคโนโลยี “อสมมาตรทางทะเล” นี้ไปเพื่อป้องกันตนเอง การถ่ายโอนเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (Autonomous Tech Transfer) ครั้งนี้จึงเป็นการวิน-วินทั้งคู่ และเป็นการสร้างโล่ป้องกันที่มองไม่เห็นขึ้นมา

เพื่อให้ภาพรวมความมั่นคงสมบูรณ์แบบ ยูเครนไม่ได้พึ่งพาแค่โดรน แต่ยังมีการวางระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างหนาแน่น โดยมีการส่งมอบระบบ Rapid Ranger จากอังกฤษ ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธระยะสั้นที่มีความคล่องตัวสูง สามารถติดตั้งบนยานพาหนะขนาดเล็กได้ เมื่อนำ Rapid Ranger มาทำงานร่วมกับโดรน Terra A1 ของญี่ปุ่น ยูเครนจึงมีโล่ป้องกันหลายชั้น (Multi-layered Shield) คือ

ชั้นนอก: โดรนสกัดกั้น (ราคาถูก, ปริมาณมาก)

ชั้นกลาง: ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะสั้นอย่าง Rapid Ranger

ชั้นใน: ระบบป้องกันอิเล็กทรอนิกส์ (Jamming)

สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะชี้ให้เห็นคือ สงครามในยูเครนได้ก้าวข้ามจุดที่เป็นเพียงการแย่งชิงดินแดนไปสู่การเป็นห้องทดลองอาวุธยุคใหม่ของโลก ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-ยูเครน-อังกฤษ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในโลกปัจจุบันกำแพงของพันธมิตรทางทหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใน NATO อีกต่อไป

ไม้เด็ดของยูเครนในวันนี้ไม่ใช่ขีปนาวุธขนาดใหญ่ที่น่าเกรงขาม แต่เป็นโดรนตัวเล็กๆ ราคาถูกที่ขับเคลื่อนด้วยสมองกลชั้นเลิศ และหัวใจที่ไม่ได้ยอมแพ้ของประชาชน หากปูตินยังคิดจะชนะด้วยยุทธวิธี เอาจำนวนเข้าว่าแบบเดิมๆ ผู้เขียนเกรงว่าเขาอาจจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี จนไม่เหลืออะไรให้ประกาศชัยชนะเลยก็เป็นได้

นี่แหละครับ… โลกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยุคใหม่ ที่ความเล็กและฉลาด กำลังจะเอาชนะความใหญ่และอุ้ยอ้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์