หน้าแรก คอลัมนิสต์ พล.อ.นิพัทธ์ ...

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | ประธานาธิบดีสหรัฐ…อาชีพเสี่ยงตาย…

3.05.26 | 14:10 น.

ประธานาธิบดีสหรัฐ…อาชีพเสี่ยงตาย…

ความรู้สึกนึกคิดในสังคมอเมริกันทั่วไป …นักการเมืองคือ คนที่อาสาเข้ามาทำงาน เขาเหล่านั้นคือ ประชาชนคนธรรมดา มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบทำงานตามที่หาเสียงไว้ ต้องมีจริยธรรม มิได้เป็น “เทวดา” ที่ต้องมายกยอกันว่าเป็น “ผู้ทรงเกียรติ”

นักการเมืองมีทั้ง ดีมาก ดี มีเลว และเลวมาก บางคนมีเรื่องฉาวสารพัดที่ฉาวไปทั่วโลก ต้องเผชิญกับการตรวจสอบหยุมหยิม

ที่แน่ๆ คือ เสี่ยงตาย

ตำแหน่งทางการเมืองทั่วไปในประเทศต่างๆ ไม่เห็นต้องใช้คำ “พิเศษ” มาสรรเสริญ ยกย่องกันเองเพื่อให้ “สูงกว่า” คนธรรมดาทั่วไป

Advertisement

นักการเมืองไทย มีอำนาจ มีสิทธิประโยชน์สูงกว่าคนทั่วไปมานานแล้ว อาหารการกิน มีสวัสดิการเหนือชั้น มีห้องทำงานเย็นฉ่ำ

สังคมไทยประจักษ์ชัด เอือมระอามาแสนนาน นักการเมืองจะไปไหนก็จะมี “ตำรวจ” ขี่มอเตอร์ไซค์แหวกการจราจรให้ แม้กระทั่งจะไปกินเลี้ยงสังสรรค์ … ประชาชนทั้งหลายที่อยู่บนถนนต้องคอยหลบหลีก

ผู้เขียนเองนึก “เห็นใจ” จ่าตำรวจที่ขี่มอเตอร์ไซค์นำ ที่ต้องเสี่ยงภัยกับอุบัติเหตุ “ถึงชีวิต” บนถนน
โดยเฉพาะเมื่อฝนตก ถนนลื่น

ยิ่งถ้าเป็นถนนหลวงออกต่างจังหวัด ตำรวจทางหลวงจะนำพารถของพะนะท่าน แหวกทะยานไปเหมือนรถคันอื่นเค้าคือ เครื่องกีดขวาง

อยากเห็นนักการเมืองเลิก “เอาเปรียบ” ประชาชน

ขอเจาะประเด็น ความพยายามลอบสังหารการวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดี นักการเมืองและการเมือง ในอเมริกาครับ

ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 ปรากฏการลอบสังหารและการพยายามลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งและอดีตประธานาธิบดี รวมถึงประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 4 คนถูกลอบสังหาร ได้แก่อับราฮัม ลินคอล์น (พ.ศ.2408) เจมส์ เอ. การ์ฟิลด์ (พ.ศ.2424) วิลเลียม แมคคินลีย์ (พ.ศ.2444) และจอห์น เอฟ. เคนเนดี (พ.ศ.2506)

โรนัลด์ เรแกน (พ.ศ.2524) เป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจากการพยายามลอบสังหารและรอดชีวิต

ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (พ.ศ.2455) ได้รับบาดเจ็บจากการพยายามลอบสังหารในฐานะอดีตประธานาธิบดี

พ.ศ.2567 โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับบาดเจ็บจากการพยายามลอบสังหารระหว่างวาระการดำรงตำแหน่งสองสมัยของเขา

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2332 สหรัฐมีประธานาธิบดี 45 คน ซึ่งในจำนวนนี้ยังมีชีวิตอยู่ 5 คน โจ ไบเดน กลายเป็นชายที่อายุมากที่สุดที่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในปี 2564 ด้วยวัย 78 ปี 2 เดือน

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ มีอายุมากกว่าเมื่อกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง ด้วยวัย 78 ปี 7 เดือน

ประธานาธิบดี 8 คนเสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่ง โดย 4 คนถูกลอบสังหารด้วยปืน และ 4 คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุธรรมชาติ (ป่วย)

ประธานาธิบดีที่เสียชีวิตด้วยวัยน้อยที่สุดคือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งถูกลอบสังหารเมื่ออายุ 46 ปี ที่รัฐเท็กซัสในปี พ.ศ.2506

หนุ่มหล่อเฟี้ยว จอห์น เอฟ. เคนเนดี เป็นคนอเมริกันที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ประธานาธิบดีที่อายุยืนที่สุดในประวัติศาสตร์คือจิมมี คาร์เตอร์ ซึ่งฉลองวันเกิดครบร้อยปีของเขาไม่นานก่อนเสียชีวิตในปี พ.ศ.2567

ส่วนประธานาธิบดีที่อายุน้อยที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่คือ บารัค โอบามา ซึ่งมีอายุครบ 63 ปีในเดือนสิงหาคม 2567 และโดยบังเอิญ ประธานาธิบดีคลินตัน บุช จูเนียร์ และทรัมป์ ต่างเกิดห่างกันเพียง 66 วัน ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ปี พ.ศ.2489

การเมืองดุเดือดสไตล์อเมริกันชน

พ.ศ.2408 การลอบสังหารที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อผู้สนับสนุนและสายลับของกองกำลังฝ่ายใต้ได้วางแผนสังหารบุคคลสำคัญ 3 คนแรกของฝ่ายเหนือ เพื่อจุดชนวนสงครามกลางเมืองอเมริกาอีกครั้ง

ในบรรดาเป้าหมายทั้ง 3 มีเพียงประธานาธิบดีลินคอล์นเท่านั้นที่ถูกลอบสังหาร โดยถูกจอห์น
วิลค์ส บูธ บุกยิงที่ศีรษะขณะชมการแสดง

ลินคอล์นเสียชีวิตภายใน 12 ชั่วโมงหลังถูกยิง ซึ่งเร็วกว่าการลอบสังหารประธานาธิบดีครั้งที่ 2 มาก

พ.ศ.2424 ประธานาธิบดี เจมส์ การ์ฟิลด์ หลังจากถูกยิง เขาใช้เวลาเกือบ 4 เดือนกว่าจะเสียชีวิตจากบาดแผลหลังจากถูกยิงที่สถานี

ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 3 ที่ถูกลอบสังหารคือ วิลเลียม แมคคินลีย์ (เป็นประธานาธิบดีคนที่ 25 ของสหรัฐ) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2440 จนกระทั่งถูกลอบสังหารในปี พ.ศ.2444 ซึ่งถูกยิง 2 นัดขณะพบปะประชาชนเพียง 6 เดือนหลังจากเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2

หลังโดนยิง เขายังสามารถห้ามปรามผู้คนรอบข้างไม่ให้ฆ่าผู้โจมตีได้ แมคคินลีย์เสียชีวิต 1 สัปดาห์ หลังถูกยิง

ประธานาธิบดีสหรัฐอีกคนที่ถูกลอบสังหาร ปรากฏภาพถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ คือ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งถูกยิงโดยนายลี ฮาร์วีย์ ออสวาลด์ อดีตทหารนาวิกโยธินสหรัฐ

22 พฤศจิกายน 2506 ออสวาลด์ใช้ปืนไรเฟิลลั่นกระสุนใส่เคนเนดีจากชั้น 6 ของโกดังใกล้เคียงระหว่างเขาอยู่ในรถเปิดประทุน พร้อมขบวนรถสาธารณะในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เคนเนดีเสียชีวิตเกือบจะทันที

คำให้การของพยานจะยืนยันเรื่องราวอย่างเป็นทางการว่าออสวาลด์กระทำการเพียงลำพัง แต่ก็มีทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ประชากรส่วนใหญ่ในสหรัฐเชื่อว่าเป็นฝีมือซีไอเอ มาเฟีย หรือหน่วยงานต่างชาติ การลอบสังหารถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์

ออสวาลด์ถูกฆ่าตัดตอน เสียชีวิตในอีก 2 วันต่อมาโดย…แจ็ค รูบี้ ในเรือนจำเคาน์ตี้ดัลลัส

กลุ่มผู้ถูกยิง…แต่รอดมาได้…

พ.ศ.2455 ระหว่างการหาเสียง ประธานาธิบดีรูสเวลต์ถูกยิงที่หน้าอกก่อนที่จะกล่าวสุนทรพจน์ รูสเวลต์รู้ว่าอาการบาดเจ็บนั้นไม่ถึงแก่ชีวิต และกล่าวสุนทรพจน์ต่อเป็นเวลา 84 นาที แล้วไปโรงพยาบาล

พ.ศ.2476 อีกเหตุการณ์เฉียดตาย มือปืนยิงใส่รถของประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ว่าที่ประธานาธิบดี พลาดเป้าแต่ไปโดนนายกเทศมนตรีของชิคาโกเสียชีวิต

30 มีนาคม 2524 ขณะที่ โรนัลด์ เรแกน กำลังกลับไปยังรถลิมูซีนของเขา หลังจากกล่าวสุนทรพจน์ที่โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน

จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ ลั่นไกปืนลูกโม่ Rhm RG-14 ขนาด .22 จำนวน 6 นัด เรแกนได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อกระสุนนัดหนึ่งกระดอนจากด้านข้างของรถลิมูซีนและโดนเขาที่ใต้วงแขนซ้าย ทำให้ซี่โครงหัก ปอดทะลุ และมีเลือดออกภายในอย่างรุนแรง

แม้ว่าสภาพเรแกนจะ “ใกล้ตาย” เมื่อมาถึงโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน เรแกนก็ได้รับการรักษาให้มีอาการคงที่ในห้องฉุกเฉิน แพทย์สามารถช่วยชีวิตเขาและผ่าตัดเอากระสุนออกได้

11 เมษายน 2524 เรแกนกลับไปที่ทำเนียบขาวในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ต่อมา

นอกจากเรแกนแล้ว เจมส์ เบรดี้ เลขานุการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ทิม แมคคาร์ธี จนท.รปภ. และโทมัส เดลาแฮนตี ตำรวจติดตาม ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ทั้ง 3 คนรอดชีวิต แต่เบรดี้ได้รับความเสียหายทางสมองและพิการถาวร

พ.ศ.2557 เบรดี้เสียชีวิต อันเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง การเสียชีวิตของเขาถูกตัดสินว่าเป็นการฆาตกรรมเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการลอบสังหารเขา

ความพยายามลอบสังหารหลายครั้ง ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ ล้วนมีแรงจูงใจมาจากความปรารถนาที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล การโจมตีดังกล่าวไม่ได้มีเหตุผลทางการเมืองเสมอไป

ผู้โจมตีหลายคนมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคง และบางคนถูกตัดสินว่าวิกลจริตตามกฎหมาย

นักประวัติศาสตร์ เจมส์ ดับเบิลยู. คลาร์ก ให้ความเห็นว่าผู้พยายามลอบสังหารส่วนใหญ่มีสติสัมปชัญญะดี มีแรงจูงใจทางการเมือง ในขณะที่คู่มือกฎหมายของ กระทรวงยุติธรรมระบุว่าส่วนใหญ่วิกลจริต

มือปืน…โดยเฉพาะผู้ป่วยทางจิต “ลงมือ” โดยลำพัง ในขณะที่ผู้ที่ดำเนินตาม “วาระทางการเมือง” มักจะพบผู้สมรู้ร่วมคิดให้การสนับสนุน

13 กรกฎาคม 2567 ทรัมป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ถูกยิงขณะกล่าวปราศรัยในการหาเสียงในเมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย

โทมัส ครูกส์ วัย 20 ปี ได้ยิงปืนไรเฟิลแบบ AR-15 พร้อมติดกล้องเล็งจุดแดง จากบนดาดฟ้าของอาคารที่อยู่ห่างจากเวทีประมาณ 120 เมตร ครูกส์ยังได้สังหารคอรีย์ คอมเพอราโทเร ผู้ชมคนหนึ่ง และทำให้ผู้ชมอีกสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทรัมป์ถูกกระสุนปืนเข้าที่หูขวา บาดเจ็บ หลบอยู่บนพื้นของแท่นปราศรัย โดยมี รปภ.คุ้มกัน ช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นยืน ทรัมป์ก็ปรากฏตัวพร้อมเลือดที่หูและใบหน้า จากนั้นเขาก็ตะโกน คำว่า “สู้! สู้! สู้!”

ทรัมป์ถูกนำตัวออกจากเวทีและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

ผอ.รปภ. คิมเบอร์ลี ชีทเทิล ถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งจากทั้ง 2 พรรคการเมือง เมื่อเธอต้องไปให้การในสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกา

22 กรกฎาคม 2567 เธอลาออกจากตำแหน่งในวันถัดมา

โจ ไบเดนสั่งให้ “ยกเครื่อง” มาตรการ รปภ. ประณามความรุนแรง และเรียกร้องให้ลดการใช้ถ้อยคำทาง
การเมืองที่ร้อนแรง

บรรดา ส.ส.ทั้งหลายในสภา อยู่ไม่เป็นสุข กลัวตายเรียกร้องให้เพิ่ม รปภ. สำหรับผู้สมัครหลักในการเลือกตั้ง รวมถึงการใช้กระจกกันกระสุนในการชุมนุมกลางแจ้งของทรัมป์

พฤศจิกายน 2568 หน่วย FBI สรุปการสอบสวน โดยพบว่าครูกส์กระทำการเพียงลำพัง จนท.บกพร่องในการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม

ทรัมป์ยืนยันว่า จะไม่ลดบทบาทการปรากฏตัวในที่สาธารณะ และจะไม่ยกเลิกทุกอย่างเพราะความกลัว

25 เมษายน 2569 เวลาราว 20.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เสียงปืนดังขึ้นภายในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ระหว่างงานเลี้ยงของสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว มือปืนพยายามฝ่าจุดตรวจแต่ถูกสกัดได้ทัน ต้องเร่งอพยพทรัมป์ออกจากพื้นที่ทันที

มือปืนคือ โคล อัลเลน อายุ 31 ปี จากเมืองทอร์แรนซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย บัณฑิตวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (CalTech) ที่มีชื่อเสียง

อัลเลนไม่มีประวัติอาชญากรรม และไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในวอชิงตัน

ที่แย่ที่สุดคือ หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้อาจเป็นการจัดฉาก (Staged)
เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองรึเปล่า? แม้จะมีหลักฐาน รวมถึงการสูญเสียเกิดขึ้นจริงก็ตาม

หลังช่วงนาทีวิกฤตผ่านไป…ทรัมป์ยังคงแข็งกร้าวและมั่นใจ โดยระบุว่า อาชีพประธานาธิบดีคือ
“อาชีพที่อันตราย” แต่เขาก็เต็มใจที่จะรับความเสี่ยงเพื่อทำให้ประเทศกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และยังยืนยันว่างานเลี้ยงที่ถูกยกเลิกไป จะจัดขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายวิถีชีวิตของสังคมอเมริกัน

“เมื่อคุณมีอิทธิพลและทำสิ่งที่ส่งผลกระทบพวกเขาก็จะจ้องเล่นงานคุณ แต่ถ้าคุณไม่มีความหมายอะไร พวกเขาก็จะปล่อยคุณไว้เฉยๆ”