หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘ไทย-กัมพูชา’ ประชาชนไม่ขัดแย้ง แต่รัฐบาลทั้งสองขัดแย้ง หนุน ‘เฟกนิวส์’

8.05.26 | 16:55 น.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และพลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงผลการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 (ภาพจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/163810)

รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ขัดแย้งกันรุนแรง ซึ่งไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 7 พฤษภาคม  (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ และ พล.อ. ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมแถลงผลการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

นายกฯ ระบุว่า “การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงแนวโน้มในการเสริมสร้างสันติภาพ และเสถียรภาพระหว่างไทยและกัมพูชา พร้อมย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล มิใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยในกัมพูชา และประชาชนกัมพูชาในประเทศไทย ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม

[ที่มา : มติชนออนไลน์ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569]

น่าจะบอกตั้งแต่เริ่มขัดแย้ง

Advertisement

“ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล มิใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของ ทั้งสองประเทศ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยในกัมพูชา และประชาชนกัมพูชาในประเทศไทย ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม”

ข้อความนี้เพื่อมารยาทสากลแสดงตนเป็นอารยประเทศ ซึ่งน่าจะมีตั้งแต่แรกขัดแย้งเมื่อปีก่อน แต่นายกฯ ไทยเพิ่งมี และเพิ่งบอกกล่าวต่อสังคมไทยจากฟิลิปปินส์ หลังร่วมหารือ 3 ฝ่าย ระหว่างไทย, ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา

ก็ยังดี (แม้จะมีผู้สงสัยว่า “ดรามา” หรือเรื่องจริง) และสมควรกระจายย้ำให้รู้ทั่วกันเพื่อลดความขัดแย้งรุนแรง หรือกำจัดให้หมดไป อย่างน้อยให้ลดความขัดแย้งในหมู่ประชาชนของสองประเทศที่ถูกสร้างให้มีความรุนแรงจากรัฐบาลทั้งสอง

ความทรงจำ “ไทยรบพม่า”

ประชาชนไม่ขัดแย้ง แต่รัฐบาลขัดแย้งกัน ทำให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศเดือดร้อน เคยเกิดขึ้นในไทยนานแล้วเรื่อง “ไทยรบพม่า” หนังสือประวัติศาสตร์ไทย “ใส่สีตีไข่”ชาตินิยม “คลั่งเชื้อชาติไทย” มีศัตรูถาวรคือพม่าซึ่งเป็นที่รู้ทั่วกัน เพราะถูกครอบงำจากตำราเดียวกันของทางราชการไทยว่า “ไทยรบพม่า” หมายถึงประเทศไทย (คือประชาชน) รบกับประเทศพม่า (คือประชาชน)

แต่ไม่ใช่ เพราะหลักฐานประวัติศาสตร์เป็นเรื่องความขัดแย้งรบราฆ่าฟันระหว่างกษัตริย์อยุธยากับกษัตริย์หงสาวดี (หรืออังวะ) ซึ่งประชาชนไม่ขัดแย้ง แต่ส่วนหนึ่งถูกลากเข้ากองทัพ และอีกส่วนหนึ่งถูกกวาดต้อนเป็นเชลย (ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง)

ไทย-กัมพูชา

คณะกรรมการสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา (กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ) เมื่อ พ.ศ. 2550 เคยพิมพ์หนังสือวิชาการหลายเล่มเกี่ยวกับประวัตศาสตร์และวัฒนธรรมกัมพูชา เนื่องในการฉลองครบรอบ 55 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชา (19 ธันวาคม 2548-19 ธันวาคม 2549)

แต่เป็นหนังสือข้อมูลลึกมากที่เหมาะสำหรับนักปราชญ์ไทย จึงไม่มีใครรู้จักหนังสือเหล่านั้น และไม่ได้ผลต่อการสร้างความเข้าใจในประวัติศาสตร์ไทย-กัมพูชา

รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศว่าสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา เพิ่งประชุมปรึกษาหารือไปไม่นานมานี้ แต่ยังไม่มีข่าวความคืบหน้า

ชำระประวัติศาสตร์

สันติภาพแท้จริงจะมีได้ก็ด้วยการเริ่มทำความเข้าใจใกล้เคียงความถูกต้องอย่างเห็นพ้องตรงกัน ตามหลักฐานวิชาการสากลทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ดังนี้

(1.) สมัยชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรก เริ่มตั้งแต่ “ความเป็นคน” เท่ากัน ไม่มีชาติ ไม่มีประเทศ ไม่มีเขตแดน (สมัยก่อนประวัติศาสตร์) มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

(2.) หลังรับวัฒนธรรมอินเดีย คือ ศาสนา, ภาษา, อักษร, การเมืองการปกครอง, และอาหารการกิน ฯลฯ มี “อักษรร่วม” คืออักษรทวารวดี 1,500 ปีมาแล้ว ราวหลัง พ.ศ. 1000

(3.) อักษรทวารวดีแยกรูปแบบเป็นอักษรต่างๆ ได้แก่ ปัจจุบันเรียกอักษรมอญ, อักษรเขมร, อักษรกวิ แต่ยังไม่มีชาติ ไม่มีประเทศ ไม่มีเขตแดน ราว 1,000 ปีมาแล้ว หลัง พ.ศ. 1500

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควรบอกกล่าวอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อบอกรัฐบาลไทยไปคุยกับรัฐบาลกัมพูชา โดยเริ่มต้น 3 ช่วงเวลาแค่นี้ก่อน สมัยยังไม่มีชาติ ไม่มีประเทศ ไม่มีเขตแดน

เพราะหลังจากนี้มีชาติ-ประเทศ-เขตแดน จะเริ่มมีปัญหาความเห็นเชิงชาตินิยมซึ่งไม่ตรงกัน จึงควรหยุดไว้ก่อน เมื่อเข้าใจตรงกัน 3 ช่วงเวลาเริ่มต้น แล้วค่อยคุยกันต่อไป