พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ในพม่ากับปัญหาว่าด้วยการหมิ่นท่านผู้นำหญิง : โดย ลลิตา หาญวงษ์

กลุ่มผู้เคลื่อนไหวออกมาต่อต้านกฎหมายโทรคมนาคม มาตรา 66 (d) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (ภาพจาก The Irrawaddy)

หลายเดือนที่ผ่านมา คะแนนความนิยมด่อออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี และประธานประเทศ เรียกได้ว่าตกลงฮวบฮาบในมุมมองของประชาคมโลก จากประเด็นเรื่องการปราบปรามชาวโรฮีนจา ที่บานปลายจนทำให้เป็น “การสังหารหมู่” และทำให้ทั่วโลกออกมาประณามการกระทำของกองทัพพม่า ในสภาพการณ์เช่นนี้ ผู้นำประเทศ หรือที่ถูกต้องควรจะเรียกว่าศูนย์รวมจิตใจของคนพม่า (กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยอื่นๆ) อย่างออง ซาน ซูจี แทบจะไม่ปริปากพูดประเด็นนี้ ไม่มีการประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น และการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของบีบีซีเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมายังชี้ให้เห็นว่าเธอปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้มีการกวาดล้างชาวโรฮีนจาอย่างที่เป็นข่าว และยังยืนยันว่ารัฐบาลพม่าของเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความปรองดองในประเทศให้ได้

เพียง 1 เดือนหลังจากการปริปากพูดถึงโรฮีนจาและเน้นย้ำบทบาทของรัฐบาลในการสร้างสันติภาพกับผู้สื่อข่าวต่างชาติเป็นครั้งแรก ออง ซาน ซูจีก็เป็นเป้าโจมตีอีกครั้งเมื่อมีสตรีพม่าผู้หนึ่ง นามว่า มะ ซันดี มยิ้น อ่อง (Sandi Myint Aung) นักศึกษาที่กำลังศึกษาวิชาปฐพีวิทยาอยู่ชั้นปีที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยพะโค อายุเพียง 19 ปี ถูกตัดสินให้จำคุก 6 เดือนไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เธอโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ซึ่งศาลแห่งเมืองพะโค (หงสาวดี) มองว่าเธอได้ “หมิ่นประมาท” ด่อออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ตามมาตรา 66 (d) ใน พ.ร.บ.โทรคมนาคมของพม่า (คล้ายกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของไทย)

มาตรานี้เขียนไว้ว่า “ใครก็ตามที่บิดเบือน ขู่เข็ญ กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสียชื่อเสียง ก่อความรำคาญ วางอำนาจ หรือขู่เข็ญผู้อื่นผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ข่าวจากสำนักข่าวอิรวดี และ Eleven รายงานว่า ซันดี มยิ้น อ่อง ซึ่งทั้งตัวเธอและบิดาเป็นผู้สนับสนุนพรรค USDP พรรคฝ่ายตรงข้ามของเอ็นแอลดีและอาจกล่าวได้ว่าเป็นพรรคนอมินีของกองทัพ ได้แชร์ข้อความบนเฟซบุ๊กของเธอและใช้ถ้อยคำ “หยาบคาย” เพื่อด่าทอด่อออง ซาน ซูจี การสั่งฟ้องซันดี มยิ้น อ่อง เกิดขึ้นภายหลังมีผู้ไปพบโพสต์ดังกล่าวของเธอ

ตามข่าวรายงานว่าเป็นเด็กสาวอายุ 18 ปี นามว่า มะ ลิน เล่ะ เล่ะ หล่าย (Ma Lin Le Le Hlaing) เธอไม่ได้รู้จักกับ ซันดี มยิ้น อ่อง เป็นการส่วนตัว แต่ให้การว่าเธอพบข้อความหมิ่นออง ซาน ซูจี ของ ซันดี มยิ้น อ่อง ในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ถูกส่งต่อๆ กันมา และไม่สามารถทนเห็นผู้นำของประเทศอันเป็นที่เคารพรักถูกดูหมิ่นได้ จึงเข้าไปแจ้งความกับตำรวจ เมื่อเรื่องขึ้นไปถึงหน่วยสอบสวนคดีอาญา ก็พบว่าซันดี มยิ้น อ่อง ได้โพสต์ข้อความในเชิงดูหมิ่นที่ปรึกษาแห่งรัฐหลายครั้งจริง
กรณีของซันดี มยิ้น อ่อง เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเธอก็ได้รับการประกันตัวตามกฎหมาย แต่ต่อมาศาลได้ยกเลิกการประกันตัว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสังคมพม่าให้ความสนใจการพิจารณาคดีนี้เป็นพิเศษ และได้ผลักให้ผู้สนับสนุนกองทัพและพรรค USDP อย่างครอบครัวของซันดี มยิ้น อ่องกลายเป็นจำเลยของสังคม เกิดการล่าแม่มด และการประณามคนที่วิพากษ์วิจารณ์ออง ซาน ซูจี รัฐบาลเองก็มิได้นิ่งนอนใจและถือว่าเฟซบุ๊กเป็นภัยคุกคามความสงบ ท่ามกลางบรรยากาศการปรองดองที่รัฐบาลพม่าต้องการสร้างในปัจจุบัน

ความน่าสนใจของ พ.ร.บ.โทรคมนาคมฉบับนี้คือเป็นกฎหมายที่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของเต็ง เส่ง (พ.ร.บ.ลำดับที่ 31 ออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2013) หลังจากพม่าเปิดประมูลเครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อขยายสัญญาณโทรศัพท์ไม่นาน รัฐบาลของเต็ง เส่ง ในเวลานั้นได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ออกกฎหมายโทรคมนาคมมาโดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อป้องกันการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล หลังการแพร่เข้ามาของโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ที่ผ่านมา มีฝ่ายที่ออกมาต่อต้านมาตรา 66 (d) อยู่บ้าง และกฎหมายนี้ก็ถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเพราะเป็นเครื่องมือให้รัฐกำจัดคนที่คิดต่าง ประเด็นที่ทำให้มาตรา 66 (d) ถูกวิจารณ์เป็นพิเศษเพราะรัฐบาลของด่อออง ซาน ซูจี รัฐบาลที่ชาวพม่าภูมิใจว่าเป็นรัฐบาลพลเรือนชุดแรกในรอบ 40 ปี ได้นำกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้เข้ามาปราบปรามผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองเช่นกัน แต่ข้อครหามาตรา 66 (d) ทำให้รัฐบาลเอ็นแอลดีเริ่มขยับ และชงเรื่องแก้กฎหมายฉบับนี้ให้กับอัยการสูงสุดไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การแก้กฎหมายโทรคมนาคมไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้แสดงความเห็นต่างได้อย่างเสรี แต่เป็นการแก้เพื่อให้จำเลยมีสิทธิได้รับการประกันตัว เพราะกฎหมายมิได้เขียนว่าผู้ละเมิดมาตรา 66 (d) จะได้รับการประกันตัวได้หรือไม่ หลายเดือนที่ผ่านมา แม้พม่าจะปกครองโดยรัฐบาล “พลเรือน” แต่คดีที่เกี่ยวกับมาตรา 66 (d) เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

เน โพน ลัต (Nay Phone Latt) แอคทิวิสต์ด้านสื่อและอินเตอร์เน็ตคนดัง ที่ในปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาแห่งเมืองย่างกุ้ง (สังกัดพรรคเอ็นแอลดี) ยังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลควรหาทางแก้ความลักลั่นของมาตรา 66 (d) โดยเร็ว ให้คนที่ถูกพาดพิงถึงเป็นผู้ยื่นฟ้องได้เท่านั้น มิใช่ใครๆ ก็ฟ้องได้อย่างในปัจจุบัน

จากสถิติของเอ็นจีโอที่ทำวิจัยเรื่องผลกระทบจาก พ.ร.บ.โทรคมนาคมของพม่า พบว่าตั้งแต่รัฐบาลพลเรือนของออง ซาน ซูจี ขึ้นมามีอำนาจตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว มีการฟ้องร้องภายใต้มาตรา 66 (d) ไปแล้ว 54 คดี (สถิติถึงเดือนเมษายนปีนี้) และมีผู้ที่ถูกสั่งจำคุกไปแล้ว 9 คน (รวมซันดี มยิ้น อ่อง ด้วย) และยังมีอีก 6 คดีที่ศาลไม่ให้ประกันตัวและคดียังอยู่ในศาล

แม้จะมีความพยายามจากทั้งฝั่งคนของเอ็นแอลดีเอง และนักเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพของสื่อ แต่เราก็ยังเห็นนักการเมืองโดยเฉพาะของเอ็นแอลดีเองที่ใช้อำนาจขู่ฟ้องร้องผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ช่องโหว่ของกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้เป็นอุปสรรคแรกๆ ที่ขัดขวางกระบวนการทำให้เป็นประชาธิปไตยและการสร้างสันติภาพในพม่า เป็นเรื่องน่าขันที่สัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยของพม่าอย่างออง ซาน ซูจี กลับเพิกเฉยต่อกฎหมายที่ไม่มีมาตรฐานเช่นนี้ เมื่อกลับไปพิจารณาคำกล่าวสุดคลาสสิกของออง ซาน ซูจี ครั้งที่เธอยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพัก เพื่ออ้อนวอนให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงการกดขี่ของเผด็จการทหาร ว่า “กรุณาใช้เสรีภาพของพวกคุณเพื่อปกป้องสนับสนุนเสรีภาพของเราด้วยเถิด” (please use your liberty to promote ours) แล้วก็ยิ่งทำให้ผู้เขียนเชื่อมั่นมากขึ้นไปอีกว่าเมื่อวีรบุรุษ/วีรสตรีแห่งประชาธิปไตยที่ได้กลายเป็นนักการเมืองเต็มขั้นแล้ว ก็มักจะต้องการรักษาฐานอำนาจของตนไว้ จนลืมไปว่าประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องของทุกคน และในสังคมอย่างพม่าที่ผู้คนไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ฮีโร่ประชาธิปไตยของตนได้ เราจะเรียกสังคมนี้ว่าสังคมที่กำลังเข้าสู่ประชาธิปไตยอย่างภาคภูมิใจได้อย่างไร?

ตลอดเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนเกิดของออง ซาน ซูจี เราจะมารู้จักตัวตนของเธอให้มากขึ้นตลอดทั้งเดือน อย่าลืมติดตามกันได้ในคอลัมน์ “ไทยพบพม่า” นะคะ

โดย ลลิตา หาญวงษ์
L.hingkanonta@gmail.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ร.10 โปรดเกล้าฯ จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย ร.9-สมเด็จพระราชินี 9 มิ.ย.นี้
บทความถัดไปรวบคนร้ายชิงทรัพย์สาวพยาบาลสาว เเม่เหยื่ออยากให้ลงโทษเด็ดขาด หวั่นรอดคุกก่อคดีอีก