
สำนึกสาธารณะเป็นวัฒนธรรมของสังคมสมัยใหม่ในประเทศก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ยุโรป, อเมริกา, ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งมีความหมายกว้างๆ เป็นเบื้องต้น ดังนี้
(1.) ร่วมกันปกป้องประโยชน์ส่วนรวมซึ่งมีความสำคัญสูงสุดต้องมาก่อน (2.) เพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในการดำรงชีวิตของคนส่วนใหญ่ (3.) พ้นจากสังคมเจ้าขุนมูลนายสู่สังคมดิจิทัลเสมอหน้า
ลักษณะสำคัญดูที่การเมืองและสังคมมีพัฒนาการหลุดพ้นจากระบบเจ้าขุนมูลนาย
พลังกระตุ้นสำคัญอันดับแรกอยู่ที่ชุดความรู้ประวัติศาสตรสังคมโดยดูจากตำราเรียนและการจัดแสดงในมิวเซียมสาธารณะ เรื่องความเป็นมาและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ-การเมืองของประชาชนคนส่วนใหญ่ ที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งให้ความสำคัญประวัติศาสตร์สงครามวีรบุรุษของชนชั้นนำ
1.สังคมที่มีสำนึกสาธารณะไม่เปิดโอกาสให้รถไฟกับรถยนต์ชนกันซ้ำซาก จึงต้องให้ความสำคัญการจัดระบบขนส่งสาธารณะทั้งระบบรางและระบบถนน ดังนี้
(1.) สถานีหลัก หรือสถานีกลาง อยู่ในเมืองหรือกลางมหานคร เพื่อประชาชนส่วนมากอยู่ในเมืองใช้บริการสะดวกรวดเร็ว (เช่น เมื่อเรือน พ.ศ. 2500 สถานีรถไฟและสถานีรถขนส่ง อยู่รวมกันย่านลำโพง)
(2.) จัดระบบจราจรไม่กีดขวางกัน ได้แก่ สร้างสะพานข้ามทางรถไฟแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่สะพานกษัตริย์ศึก (บริเวณยศเส) แผ่นดิน ร.7 พ.ศ. 2472 [ที่ให้ชื่อสะพานกษัติรย์ศึกเพราะเชื่อว่าเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ร.1) ยกทัพจากเขมรผ่านทางนั้นเพื่อปราบดาภิเษก 6 เมษายน 2325] หลังจากนั้นไม่สร้างอีก หรือสร้างครึ่งเดียว
2.สำนึกสาธารณะในสังคมก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องการให้สังคมมีภูมิรู้สมัยใหม่ไม่งมงาย จึงทุ่มเทการชักชวนและเชิญชวนประชาชนใช้บริการข้อมูลความรู้จากหอสมุดหรือห้องสมุด และมิวเซียมหรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์สังคม
ดังนั้นไม่มีพื้นที่สำหรับหน่วยงานที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการมีทัศนคติด้อยค่าประชาชนผู้ใช้บริการข้อมูลข่าวสาร เพราะไม่ต้องการสังคมมีประชาชนฉลาด
แต่ระบบราชการรวมศูนย์แบบเจ้าขุนมูลนาย ทำห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์สนองชนชั้นนำแบบเจ้าอาณานิคม จึงด้อยค่าประชาชนว่าไม่มีความรู้พอจะใช้งานข้อมูลข่าวสารในหอสมุดแห่งชาติ และไม่มีพื้นฐานพอจะเข้าใจศิลปกรรมที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
