เหลี่ยมเกมแก้รัฐธรรมนูญ
การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาของพรรคภูมิใจไทย แม้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด ที่พรรคการเมืองซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล และมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรสูงสุด จะดำเนินการตามเจตนารมณ์ประชาชน 21.6 ล้านเสียง ที่โหวตเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในการประชามติ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์
แต่ก็ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์มิใช่น้อย
ความน่าแปลกประหลาดใจ หาได้อยู่ที่ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนี้ ไม่มีบรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงต่อรัฐสภา
แต่กลับดำเนินการรวดเร็ว ในเวลา 2 เดือนกว่าของการเข้าบริหารเท่านั้น โดยมีการยื่นพิมพ์เขียวแก้ไข อันเป็นกระบวนการแรกอย่างเป็นรูปธรรมไปแล้วเป็นพรรคแรก
ทั้งนี้เนื่องจาก รัฐบาลภูมิใจไทย ไม่ประสงค์ใช้ช่องทางแรก เสนอญัตติในนามคณะรัฐมนตรี
แต่เลือกวิธีการ เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งภูมิใจไทยพรรคเดียว มีจำนวน ส.ส. ครบตามเงื่อนไข 100 เสียงและมีความเป็นเอกภาพยิ่ง ทำให้มีความคล่องตัวเป็นอันมาก
จะยื่นเมื่อไหร่ก็ได้
แต่กระนั้น การเลือกยื่น 30 พฤษภาคม 2569 ก็ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์มิใช่น้อยเลย
ส.ส.ฝ่ายค้าน อภิปราย วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่จริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำฉบับใหม่ตามผลประชามติ ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อเมษายน
เดือนที่แล้ว
เนื่องจาก ไม่ปรากฏเรื่องในคำแถลงนโยบายแต่อย่างใด
ขณะที่นายกฯอนุทิน ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยิ่งกว่านโยบาย เพราะผ่านการทำประชามติท่วมท้นอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่งของประชาชนที่เราต้องดำเนินการ
แต่แม้ให้คำมั่นสัญญาว่า เรา (รัฐบาล) ต้องดำเนินการ
เรื่อง วัน เวลา ดำเนินการ กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจนแต่อย่างใด
มีแต่คำยืนยัน ให้อุ่นใจเท่านั้น ว่าแก้แน่
พรรคภูมิใจไทยวางยุทธศาสตร์ การบริหารตลอดห้วงอายุขัยรัฐบาล โดยเน้นบทบาท นิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร
มีแนวทาง เร่งผลักดันกฎหมายสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และภาคธุรกิจ จัดลำดับเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ เร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
มองว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นปัญหาเร่งด่วน สำคัญ ที่ประชาชนเดือดร้อนโดยตรง ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน
ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องต่างหากสำคัญ
อันที่จริง (การแก้ไข) รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน หากมีการแก้ไขให้มีความเป็นธรรม มีธรรมาภิบาล ความสมดุลทางอำนาจ ย่อมจะเป็นกุญแจนำไปสู่การไขแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องที่มีประสิทธิภาพและสะท้อนความต้องการของประชาชน
มิไยที่จะมีเสียงเรียกร้องว่า สามารถดำเนินการ 2 เรื่องไปพร้อมๆ กันได้
ทำคู่ขนาน ให้ความสำคัญกับทั้งคู่ เป็นแนวทางเหมาะควรกว่า ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ ประชาชน และแม้แต่ภาพลักษณ์ภูมิใจไทยก็ตาม
แต่กระนั้น เสียงตอบรับก็เงียบงัน คล้ายภูมิใจไทย มั่นในยุทธศาสตร์ของตัวเอง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากไม่จัดลำดับปัญหา เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เป็นวาระสำคัญ เร่งด่วน มาเป็นรูปธรรมการยื่นร่างแก้ไข ในฉับพลันทันที ที่พรรคการเมืองต่างๆ ขยับจะยื่นญัตติ เกิดจาก ไม่สามารถบริหาร สร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจด้านเศรษฐกิจปากท้องแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วแตกต่างรัฐบาลในอดีตอย่างมีนัยสำคัญเพลี่ยงพล้ำในสายงานบริหาร จำเป็นต้องมีตัวช่วยลดแรงกดดัน สภาพบังคับในปีกนิติบัญญัติที่ต้องช่วงชิงการนำ หรือเรื่องใดก็ตาม
การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องดี
แม้ว่า เป็นแค่สเต็ปแรกก็ตาม ในทางยาวยังต้องพิสูจน์อะไรต่อมิอะไรก็ตาม
แม้ว่า อาจเป็นภาพสะท้อน บ่งชี้ถึงความเปราะบางของรัฐบาลก็ตาม
หรือว่า มีแต่รัฐบาลที่แข็งแกร่งเท่านั้น ที่สามารถหยัดยืน เดินตามแนวทางที่กำหนดไว้ได้อย่างมั่นคง โดยไม่ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลง

