
หลักสูตรการศึกษาทั้งระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลับ ถูกรัฐบาลประกาศปรับปรุงครั้งใหญ่ ใน 3 วิชาหลัก คือ ประวัติศาสตร์, หน้าที่พลเมือง, และภาษาไทย เพื่อความเป็นพลเมืองโลกที่มีความเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ [จากมติชนออนไลน์ วันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569]
รัฐมนตรีทั้งสองที่ดูแลการศึกษาของรัฐบาลขณะนี้ บอกเพิ่มเติมถึงเป้าหมายกว้างๆ ของการปรับปรุง ดังนี้ (1.) รู้จักรากเหง้าของตนเองว่าเป็นใคร? และมีหน้าที่อะไรต่อสังคม? (2.) การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เปลี่ยนจากท่องจำสู่การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ (3.) การเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัดในแหล่งเรียนรู้จากของจริง เช่น พิพิธภัณฑ์, ชุมชน ฯลฯ (4.) เรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมืองโลก
ข้อความโดยสรุปที่ยกมาทั้งหมดมักได้ยินจาก รมต. ที่กำกับดูแลการศึกษาในทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่การศึกษาไทยอยู่ที่เดิม เหมือนเดิม และตามแนวทางเดิมของ “ธรรมการ” แบบบาลี-นักธรรมเมื่อศตวรรษที่แล้ว
ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ คือ “รูปแบบ” ที่ครูลดความเคร่งครัดทรงผมและการแต่งชุดนักเรียน ฯลฯ
เรื่องสำคัญที่ต้องร่วมกันทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ แล้วประกาศต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาของรัฐมนตรีทั้งสองที่ดูแลการศึกษา คือข้อมูลหลักฐานที่เป็นสากล ดังนี้
(1.) คนเป็นไทยโดยสัญชาติ ดังนั้นต้องยกเลิกเชื้อชาติ เพราะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติประกาศก้องโลกหลายปีมาแล้วว่าโลกนี้ไม่มีเชื้อชาติ
(2.) ความเป็นไทยมาจากสยาม ซึ่งเป็นลูกผสมของชนเผ่าหลายชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไท-กะได หรือไท-ไต และมีวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์
(3.) ความเป็นไทยไม่ขัดความเป็นพลเมืองโลก เหตุจากบรรพชนคนไทยคบค้าสมาคมนานาชาติ ราว 2,500 ปีมาแล้ว หรือเรือน พ.ศ. 1 มีการค้าระยะไกลเริ่มแรกทางทะเล คือการค้าทองแดงกับอินเดียไปขายโรมัน จึงถูกเรียกดินแดนสุวรรณภูมิ
(4.) ภาษาไทยมีรากเหง้าจากภาษาตระกูลไท-กะได หรือ ไท-ไต มีถิ่นเก่าสุดบริเวณพรมแดนจีน-เวียดนาม มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เป็นภาษามีไวยากรณ์ง่ายต่อการสื่อสาร จึงถูกเลือกเป็นภาษากลางทางการค้าดินแดนภายใน
จากนั้นแพร่กระจายตามเส้นทางการค้าดินแดนภายในสู่ลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วผสมกลมกลืนภาษาของชาติพันธุ์ต่างๆ ในโลก กระทั่งถูกเรียกว่าภาษาไทย
(5.) ภูมิ-รัฐศาสตร์ ดินแดนของไทยมีภูมิ-รัฐศาสตร์เกือบกึ่งกลางของอุษาคเนย์ มีการค้าทางทะเลสองมหาสมุทร ส่งผลกำไรให้อยุธยามั่งคั่งเติบโตมีการค้านานาชาติ
คาบสมุทรในดินแดนไทยเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว เรือน พ.ศ. 500 มีเส้นทางข้ามคาบสมุทร (ปัจจุบันเรียกแลนด์บริดจ์) หลายแห่ง เช่น เส้นทางเขาสามแก้ว (ชุมพร-ระนอง), เส้นทางช่องสิงขร (ประจวบคีรีขันธ์-มะริด) ฯลฯ
(6.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นแหล่งเรียนรู้ทาง “ประวัติศาสตร์ศิลปะ” ของชนชั้นนำที่กีดกันประชาชนไม่ให้รู้ข้อมูลประวัติศาสตร์โบราณคดี ด้วยการสร้างระเบียบการขอข้อมูลยุ่งยากมาก ดังนั้นเมื่อมีการจัดแสดงจึงไม่แบ่งปันผ่านโซเชียลสู่สาธารณะ
สรุปว่าที่รัฐบาลอ้างแหล่งเรียนรู้คือพิพิธภัณฑ์ แต่ในความเป็นจริงพิพิธภัณฑ์ของทางการไม่เป็นแหล่งเรียนรู้ “ประวัติศาสตร์สังคม” ให้รู้จักรากเหง้าตนเองเพื่อความเป็นพลเมืองโลกของนักเรียนนักศึกษา, พ่อค้าประชาชน, ชาวนาชาวไร่, ผู้ใช้แรงงาน, และผู้ดีมีตระกูล ฯลฯ
รัฐบาลต้องสร้างใหม่มิวเซียมประวัติศาสตร์ในความหมายสากลเพื่อการศึกษาไทยและเพื่อความเป็นไทยในพลเมืองโลก
