‘ข่าวเปรี้ยว’ โดย ปราปต์ บุนปาน

คดีฆ่าหั่นศพสตรีคนหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นที่ อ.เขาสวนกลาง จ.ขอนแก่น กลายมาเป็น “ซีรีส์ข่าว” ขนาดยาว ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นเวลาต่อเนื่องนานนับสัปดาห์

จากพื้นที่เกิดเหตุ การติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องหาสตรีในคดีฆาตกรรมนี้ต้องสัญจรไกลไปถึงพรมแดนไทย-เมียนมา บริเวณ จ.เชียงราย

และแน่นอน ตัวละครในคดีที่ถูกแสงสปอตไลท์พุ่งใส่-จับจ้องมากที่สุด ก็คือ “เปรี้ยว” ซึ่งถูกซัดทอดว่าเป็น “แกนสำคัญ” ของการลงมือก่อเหตุครั้งนี้

กระทั่งสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ล้วนนำเสนอ “ข่าวเปรี้ยว” ทั้งในแง่คดีความ และในแง่ประเด็นส่วนตัวอื่นๆ กันอย่างครึกโครม สนองตอบกระแสสังคมที่ก็ให้ความใส่ใจกับข่าวเหล่านี้อย่างล้นหลามเช่นกัน

น่าตั้งคำถามว่า ทำไมสังคมจึงสนใจ P ข่าวเปรี้ยว”มากขนาดนี้?

จุดแรกที่น่าหาคำตอบ ก็คือ สำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคม คดีฆ่าหั่นศพ (ที่มีผู้หญิงเป็นทั้งเหยื่อและผู้ต้องหานั้น) ถือเป็น “สิ่งปกติ”หรือ “ผิดปกติ”?

ในกรณีที่เป็น “สิ่งผิดปกติ” นั่นหมายความว่าคดีเช่นนี้ถือเป็นความโหดเหี้ยมผิดแปลก ที่สังคมไม่เคยพานพบมาก่อน

ในกรณีที่เป็น “สิ่งปกติ” นั่นหมายความว่านี่เป็นสิ่งที่ผู้คนในสังคมไทยพอรู้กันดีอยู่แล้ว ว่าบ้านเมืองของเรามี “ด้านมืด” ลักษณะนี้ซุกซ่อนแอบแฝงอยู่ และปรากฏให้เห็นเรื่อยๆ ในวิถีชีวิตของสามัญชนคนธรรมดาทั่วไป

เพียงแต่สิ่งสามัญที่ว่าถูกนำมาขยายให้กลายเป็นกระแสข่าวใหญ่โตผ่านพลังในการแพร่กระจายประเด็นของโซเชียลมีเดีย “ที่รวดเร็วรุนแรงกว่าโทรทัศน์ วิทยุ หรือหนังสือพิมพ์”

ถ้าพอจะหาคำตอบจากจุดนี้ได้ เราก็ย่อมจะสามารถประเมินได้ในระดับหนึ่งว่า“เปรี้ยว” นั้นมีความสำคัญ

เพราะ (1) คดีนี้เป็นเรื่องใหญ่สำคัญ และน่าตระหนกตกใจในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หรือ (2) คดีนี้เป็นเรื่องสามัญที่ใกล้ตัวคนจำนวนมาก และก็ถูกทำให้ “ใกล้ชิด” ยิ่งขึ้นไปอีก (จนเสมือนเป็นเรื่องของตัวเอง) ด้วยพลังของการสื่อสารรูปแบบใหม่ในโลกออนไลน์

อีกหนึ่งปรากฏการณ์เกี่ยวเนื่องที่น่าคิด ก็คือ การนำเสนอ ” ข่าวเปรี้ยว” ในโซเชียลมีเดียนั้น ย่อมนำไปสู่การแสดงความคิดเห็นต่อท้ายโดยผู้ใช้อินเตอร์เน็ต/ผู้ติดตามข่าวสารจำนวนมหาศาล

สิ่งที่เราเห็นกัน คือ คอมเมนต์ต่อท้าย “ข่าวเปรี้ยว” ได้กลายเป็นเวทีพิพากษา-วิพากษ์วิจารณ์ หรือเป็นพื้นที่ของการใช้อารมณ์ความรู้สึกกันอย่างเต็มเหนี่ยว

ยิ่งเนื้อหาข่าวว่าด้วยรายละเอียดปลีกย่อยของ “ชีวิตเปรี้ยว ถูกนำมาขยายความ อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่แสดงออกมาผ่านคอมเมนต์ก็ยิ่งร้อนแรง

ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมในมุมกว้างกว่านั้นได้ดีพอสมควร

ด้านหนึ่ง นี่อาจบ่งชี้ให้เห็นว่าประเด็นข่าวอาชญากรรมแนวนี้ คือ เวทีกลางที่สมาชิกจำนวนมากในสังคมสามารถเปิดเผยความเห็น-ความรู้สึกของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมาและสะดวกใจมากที่สุด โดยไม่ต้องวิตกกังวลถึงเรื่องความขัดแย้งทางแนวคิดหรือการแบ่งฝักฝ่ายใดๆ มากนัก

อีกด้านหนึ่ง ถ้าการแสดงอารมณ์สะใจเคียดแค้น หรือการนำเสนอภาพ “ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรม” ให้กลายเป็น “เซเลบออนไลน์” ก้าวข้าม “เส้นความเหมาะสม” ไปมากๆ

นี่ก็แสดงให้เห็นถึงวิจารณญาณโดยรวมของสังคมไทยไปในขณะเดียวกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon