หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ระนาดเวียดนาม เล่นเพลงโดยนายกฯ ไทย

12.06.26 | 16:26 น.
“อนุทิน” โชว์เล่นดนตรีพื้นเมืองเวียดนาม เพลง “สบายๆ“ สร้างบรรยากาศงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดชื่นมื่น เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายเล มิญ ฮึง (H.E. Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา โดยช่วงหนึ่ง นายกฯ ได้ร่วมเล่นดนตรีพี้นเมืองเวียดนาม ซึ่งมีลักษณะคล้ายระนาดไทย ในเพลงสบายๆ และเพลงลอยกระทง (ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_5753092)

ระนาดเวียดนาม – นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกุล เล่นเครื่องดนตรีเวียดนาม ในงานเลี้ยงตอนค่ำที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม กรุงฮานอย เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เครื่องดนตรีเวียดนาม ชื่อภาษาเวียดนามว่า “ด่านตะรึง” ทำจากกระบอกไผ่ที่ถูกประยุกต์จัดวางใหม่เป็นแผงเหมือนไซโลโฟนของตะวันตก ระหว่าง พ.ศ. 2495-2497ด้วยการเพิ่มจำนวนกระบอกไผ่ ให้ตีเทียบเสียงครบตามระบบสากล [ข้อมูลจากผู้รู้คนไทยเชื้อสายเวียดนามในกรุงเทพฯ]

ไซโลโฟนของตะวันตกได้ต้นแบบจากเครื่องตีกระบอกไผ่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์โบราณ โดยมีเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลง สรุปดังนี้

ด่านตะรึง (Dan Trung) ทำจากปล้องไม้ไผ่ ปลายข้างหนึ่งบากออก และให้มีความยาวต่างกันแต่ละปล้องเพื่อให้เสียงมีระดับต่างกัน แล้วผูกติดเรียงกันแขวนบนเสาตั้ง จากนั้นบรรเลงด้วยไม้ตีเป็นเครื่องประโคมในพิธีกรรมทางศาสนาผีของชนเผ่าพื้นเมืองตระกูลภาษาต่างๆ ในเวียดนาม เช่น มอญ-เขมร, ชวา-มลายู ฯลฯ ได้แก่ บานา, จะราย, เรอแดว (เอเด) ฯลฯ
ด่านตะรึงแยกเป็นชิ้นๆ

(1.) เริ่มแรกตีกระบอกไผ่ที่วางเรียงกัน เรียกสมัยหลังว่าระนาดกระบอกไผ่ เป็นวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์

(2.) แพร่หลายจากอุษาคเนย์ถึงแอฟริกาตะวันออก เข้าสู่อเมริกาและยุโรป ถูกพัฒนาเป็นไซโลโฟน

Advertisement

(3.) เวียดนามประยุกต์ตีกระบอกไผ่ดั้งเดิมตามแบบไซโลโฟนของตะวันตก

[ข้อมูลจาก “ไซโลโฟน (Xylophone) ระนาดอุษาคเนย์ในตะวันตก” หนังสือ ดนตรีอุษาคเนย์ โดย เจนจิรา เบญจพงศ์ และ เสถียร ดวงจันทร์ทิพย์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2555 หน้า 596-635]

“โปงลาง” ไม่เคยมีมาก่อนในอีสาน แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่และเป็นที่รู้จักกว้างขวางเมื่อ พ.ศ. 2505 ด้วยแรงบันดาลใจจาก “ด่านตะรึง” เวียดนาม

วัฒนธรรมไม้ไผ่

ไผ่ทั้งต้นเป็นวัสดุทำเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ตั้งแต่สมัยชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรก (บางทีเรียกสมัยหิน หรือสมัยก่อนประวัติศาสตร์) มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

ข่ากะโส้ เมืองกุสุมาลย์ ใช้กระบอกไม้ไผ่ประกอบร้องรำทำเพลงกินอุในพิธี รับเสด็จสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อคราวเสด็จตรวจราชการในอีสาน
ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของภูมิภาคอุษาคเนย์กับกระบอกไผ่ ที่อาศัยอยู่ที่เมืองถลาง จ. ภูเก็ต

หลังพบเทคโนโลยีโลหะและชำนาญถลุง-ตีเหล็ก มนุษย์ทำเครื่องมือสับตัดด้วยเหล็ก (เรียกมีด, พร้า, ขวาน) ใช้ตัดต้นไผ่ทำเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประโคม เป็นกระบอกยาวกระทุ้งกระแทกกับพื้นดินให้จังหวะการละเล่นเต้นฟ้อนในพิธีกรรมส่งขวัญทางศาสนาผี แต่บางทีตัดเป็นกระบอกขนาดต่างๆ เรียก “โกร่ง-เกราะ-กรับ” เหล่านี้มีในทุกชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ รวมทั้งไทย (แต่ทิ้งไปนานมากจนลืมหมดแล้ว)

กระบอกไผ่เป็นระนาด

ระนาดในไทยมีกำเนิดจากกระบอกไผ่วางเรียงกัน 2-3 กระบอก

คนตีกระบอกไผ่นั่งเหยียดขากับพื้นดิน เอากระบอกไผ่พาดขาหรือขุดหลุมดินตรงหว่างขาให้มีเสียงดังก้องเมื่อใช้ไม้ตีกระบอกไผ่

ตีกระบอกไผ่ของกลุ่มชาติพันธุ์มณฑลยูนนานในจีน (ต้นกำเนิดระนาด)
เครื่องตี ทำจากไม้ไผ่ (ลายเส้นจากหนังสือ เครื่องดนดรีไทย ของ ธนิต อยู่โพธิ์ กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2510)

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเห็นพ้องด้วยว่าระนาดมาจากกระบอกไผ่ (บันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ ประทานพระยาอนุมานราชธน มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะระทีป พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2552 หน้า 268-269)

นาฏศิลป์และดนตรีไทย

ระบบการศึกษาไทย มีการเรียนการสอนนาฏศิลป์และดนตรีไทย ในสถานศึกษาทุกระดับทั่วประเทศ ว่านาฏศิลป์และดนตรีไทยมีกำเนิดจากอินเดีย แล้วแพร่หลายถึงไทยเริ่มตั้งแต่สมัยสุโขทัยราชธานีแห่งแรก

แต่หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีจากงานวิจัยค้นคว้าล่าสุด ดังนี้

  1. อินเดียไม่มีเครื่องปี่พาทย์
  2. สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย

ดังนั้น ต้องเริ่มต้นใหม่ด้วยการศึกษาข้อมูลหลักฐานพื้นเมืองอุษาคเนย์ ดังกรณีกระบอกไผ่เป็นต้นกำเนิดระนาด และกลองมโหระทึก เป็นต้นกำเนิดฆ้องวง และฆ้องเดี่ยวต่างๆ

เครื่องดนตรีทั้งไม้ไผ่และโลหะมีตกค้างมากสุดในเวียดนาม, กัมพูชา และลาว ที่การศึกษาไทยควรให้ความสำคัญ