ตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช กับตำนานเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเอกสาร 2 เรื่องที่ต้องพิมพ์ไว้ด้วยกัน เพราะบอกความเป็นมาของเมืองนครศรีธรรมราช ที่มีพระธาตุเป็น “ศรี” ของเมือง
กรมศิลปากร พิมพ์ใหม่ พ.ศ. 2560 โดย บัณฑิต ลิ่วชัยชาญ เป็นบรรณาธิการ ผู้มีทัศนะทางวิชาการกว้างไกล เชื้อเชิญ พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ (นักปราชญ์ร่วมสมัย) เขียนบทนำเสมือน “อินโทรดักชั่น” ตามระบบวิชาการสากล
บทนำของพิเศษ ช่วยให้เข้าใจสาระสำคัญของตำนานทั้งสองว่ามีคุณค่าทั้งในแง่ของวรรณกรรม และในแง่หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี (ที่นักวิชาการกรมศิลปากรส่วนมากปฏิเสธ)
นักโบราณคดีไทยเกือบหมดในกรมศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็น “เทคนิเชียน” หรือนักปฏิบัติการขุดค้น ล้วนอ่อนแออย่างยิ่งทางวิชาการรอบด้าน เพราะไม่อ่านเอกสาร โดยเฉพาะวิชาการความคิดตรงข้าม
จึงพากันอคติต่อตำนานที่เป็นคำบอกเล่าเก่าแก่ก่อนมีตัวอักษร แม้เชื่อถือทุกอย่างไม่ได้ แต่เป็นเบาะแสสำคัญอย่างยิ่งต่อความเข้าใจพัฒนาการทางสังคม และอารมณ์ความรู้สึกในความเชื่อของบรรพชนคนดั้งเดิม ซึ่งเป็นพลังผลักดันให้สร้างสรรค์ศิลปะสถาปัตยกรรม (เช่น ช่อฟ้า, บันไดนาค, นาคสะดุ้ง), ลายเขียนสีวัฒนธรรมบ้านเชียง, รูปหมา, รูปคนทำท่ากบ เป็นต้น รวมถึงวรรณกรรม, เพลงดนตรี ท่ารำตั้งเหลี่ยมแบบโนรา, โขน ฯลฯ
ภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท
ตำนานฯ 2 เรื่อง แบ่งอย่างกว้างสุด 2 ยุค ได้แก่
- ก่อน พ.ศ. 1800 เป็นดินแดนเอกเทศของคนนานาชาติพันธุ์ ในตระกูลภาษาชวา-มลายู ฯลฯ ที่ชำนาญการค้าเลียบชายฝั่งทางทะเล
ต่อมามีโรคระบาดจนเมืองร้าง น่าสงสัยว่ากาฬโรคจากจีน
- หลัง พ.ศ. 1800 เป็นรัฐในอำนาจของอโยธยา-สุพรรณภูมิ ผ่านเจ้านายรัฐเพชรบุรีลงไปฟื้นฟูหลังโรคระบาดจนเติบโตเป็นบ้านเมือง และเป็นรัฐนครศรีธรรมราช
รัฐสุพรรณภูมิ-เพชรบุรี อยู่ในอำนาจของภาษาและวัฒนธรรมไต-ไท ที่ทยอยแพร่กระจายลงมาจากลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1500 สู่ฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วลงไปดินแดนคาบสมุทรถึงนครศรีธรรมราช
สำเนียงพูดของลาวลุ่มน้ำโขงกับนครศรีธรรมราช จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมถึงอื่นๆ เช่น วรรณกรรมเรื่องมโนห์รา และเล็บปลอม เป็นต้น
สอดคล้องกับคำอธิบายของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ว่า อำนาจของภาษาและวัฒธรรมไต-ไทกลายคนไม่ไทยให้เป็นไทย [อยู่ในหนังสือ ความไม่ไทยของคนไทย สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2560]
และจิตร ภูมิศักดิ์ เคยบอกว่า ตำนาน 2 เรื่องนี้มีสำนวนภาษาถ้อยคำและความเชื่อบางอย่างมีลักษณะคล้ายคลึงพวกไตลื้อ [อยู่ในหนังสือ สังคมไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก่อนสมัยศรีอยุธยา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2526 หน้า 147]
โนราชาตรี คือ ละครชาวบ้าน (เล่นเรื่อง นางมโนห์รา) ของรัฐลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง ตั้งแต่ก่อนยุคอยุธยา (สมัยกรุงรัตนโกสินทร์เรียก ละครนอก) ถูกเจ้านายรัฐเพชรบุรียกลงไปในคราวฟื้นฟูเมืองนครศรีธรรมราช
หนังตะลุง ก็แพร่หลายลงไปในคราวเดียวกันนี้ (ตะลุง เป็นคำเขมร แปลว่า เสา หมายถึง ตัวหนังที่เวลาแสดงต้องมีก้านไม้ไผ่ปักบนต้นกล้วย)
เพลงดนตรี ปัจจุบันเรียกจังหวะตะลุง เป็นการละเล่นลุ่มน้ำภาคกลางอย่างเดียวกับที่แพร่หลายบริเวณโตนเลสาบ (เมืองพระนครหลวงในกัมพูชา) ประสาดนตรีไทยเรียก หน้าทับเขมร
ตำนานฯ เป็นกลอนสวด
ตำนานพระธาตุและตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ฉบับกรมศิลปากร พิมพ์ 2560 มีเอกสาร 3 เรื่อง ได้แก่ (1.) ตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่งเป็นกลอนสวด (2.) ตำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช (แต่งเป็นร้อยแก้ว) (3.) ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช (แต่งเป็นร้อยแก้ว)
ตำนานฯ เป็นกลอนสวด น่าจะแต่งตามเนื้อความตำนานฯ เป็นร้อยแก้ว เพื่อใช้สวดให้ชาวบ้านฟังตามประเพณีดั้งเดิมเรียกสวดด้าน
จึงน่าจะจัดไว้ต่างหากอยู่ส่วนท้ายเล่ม แล้วอธิบายประเพณีสวดด้าน ซึ่งเกี่ยวข้องวรรณกรรมกาพย์กลอนที่แพร่หลายลงไปจากลุ่มน้ำโขง-เจ้าพระยา
แบบตัวอักษรหนังสือวิชาการ
แบบอักษร และขนาดอักษรที่เหมาะสมสำหรับหนังสือวิชาการแบบฉบับ ไม่มีกำหนดตายตัวต้องเป็นยังไง? แต่ควรเลือกสรรด้วยทัศนะสากล โดยไม่ตามใจชอบของผู้ไม่รู้งานหนังสือดี มีคุณค่า แต่มีอำนาจ

