หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | โปงลาง-แนวตั้งแบบไซโลโฟนฝรั่ง

16.06.26 | 16:27 น.
โปงลาง-แนวตั้ง

โปงลาง – ท้องถิ่นนิยมมีพลังสร้างความเชื่อสนองการเมืองชาตินิยม โดยไม่รับรู้ข้อมูลหลักฐานทางสากลที่มีอยู่จริงในโลก

ดังกรณี “โปงลาง” เครื่องดนตรีอีสานที่ “เพิ่งสร้าง” (เพราะไม่เคยมีมาแต่เดิม) ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบทั่วไป จึงถูกทำให้เชื่อว่า “โปงลางในอีสาน มีเฉพาะที่ไทยโดยไม่เกี่ยวกับลาวและเวียดนาม”

แต่หลักฐานทั้งทางการและไม่ทางการ ว่าโปงลางมีต้นคิดจากลาวถูกนำเข้าไทย จากนั้นมีพัฒนาการก้าวหน้าในอีสาน ซึ่งมีข้อมูลโดย สำเร็จ คำโมง (เรียบเรียง) อยู่ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 8 (มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ 2542 หน้า 2728-2731) สรุปดังนี้

โปงลาง

โปงลาง เป็นชื่อเรียกเครื่องดนตรีประเภทระนาด ที่ทำลูกระนาดด้วยท่อนไม้ซึ่งมีความกังวานภายในเนื้อไม้เอง โดยไม่ต้องมีกล่องขยายเสียงมารองรับใต้ผืนระนาด ชื่อโปงลาง ตั้งโดยนักดนตรีชาวกาฬสินธุ์ตามสำเนียงเสียงของระนาดชนิดนี้ที่ละม้ายคล้ายคลึงเสียงของ “โปงลาง” ซึ่งเป็นกระดึงเหล็กโบราณใช้ผูกวัวต่างบรรทุกสินค้า

Advertisement

โปงลางมีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ ระนาดขอลอ (หรือกะลอ หรือเกราะ) หมากเตอะเติ่น หมากกลิ้งกล่อม และหมากโปงฮาง เป็นต้น

โปงลางหรือระนาดขอลอนั้นมีกำเนิดมาอย่างไร?

ต้นคิดจากลาว

จากปากคำของนายประชุม อินทรตูล (ผู้ก่อตั้งวงโปงลางกาฬสินธุ์) และ นายเปลื้อง ฉายรัศมี [หมอโปงลางคนสำคัญผู้ที่ภายหลังได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2529] เล่าว่า

ท้าวพรหมโคตร ซึ่งเคยอยู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาก่อน เป็นผู้นำระนาดขอลอลงมาเผยแพร่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นคนแรก

ท้าวพรหมโคตรสอนการเคาะตีระนาดขอลอที่มีลูกระนาด 6 ลูกให้แก่นายปาน (ชาวบ้านกลางเหมือน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์) ภายหลังนายปานได้เพิ่มลูกระนาด ขอลอเป็น 9 ลูก

เมื่อนายปานเสียชีวิต นายขาน (น้องชายนายปาน) ได้สืบทอดการเคาะตีระนาดขอลอเป็นคนต่อมา และนายขานนี้เองเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาเคาะตีและทำระนาดขอลอให้แก่นายเปลื้อง ฉายรัศมี เมื่อปี พ.ศ. 2490

วงโปงลางครั้งแรก

นายประชุม อินทรตูล (ตำแหน่งป่าไม้อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์) ได้สนับสนุนให้นายเปลื้อง ฉายรัศมี ตั้งวงดนตรี “โปงลาง” ประสมวงกับแคน, ซุง, พิณไห, กลองตึ้ง, และกลองหาง ชื่อว่า “วงโปงลางกาฬสินธุ์” นำออกบรรเลงอย่างเป็นทางการและได้รับการเผยแพร่ผ่านวิทยุโทรทัศน์ และแผ่นเสียงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511

และเนื่องด้วยเสียงประสมของวงโปงลางเป็นเสียงกลมกล่อมไพเราะชวนฟัง ประกอบกับทำนองเพลงที่บรรเลงมีความสนุกสนานเร้าอารมณ์ จึงทำให้วงโปงลางได้รับการเผยแพร่และเลียนแบบไปตั้งขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วภาค (ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ 2530)

แนวตั้งแบบฝรั่ง

โครงสร้างหลักของโปงลางคือ (1.) ผืนระนาดโปงลางแนวตั้งมุมเฉียงด้วยการขึงกับขาตั้ง และ (2.) ผู้เคาะตีผืนระนาดโปงลางใช้ไม้ตีตามแนวบน-ล่าง และล่าง-บน

ภาพจากเว็บไซต์ https://oorlogsspullen.nl ขายสินค้าแอนทีคจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง อ้างว่าเครื่องดนตรีนี้เคยถูกใช้ในกองทัพเยอรมัน (เดินแถวโยธวาทิต) ในสงครามโลกครั้งที่สอง (จะเห็นเครื่องหมายสวัสดิกะอยู่ตรงส่วนหัวด้วย) ชื่อเรียกว่า Lyra Glockenspiel [ค้นพบโดย ต้น อติภพ 16 มิ.ย. 2569]
ส่วนประกอบสำคัญของโปงลาง คือ ผืนระนาด, ขาตั้ง, ไม้เคาะตี ดังนี้ ผืนระนาดขึงทำแนวตั้งมุมเฉียงกับขาตั้ง ให้ลูกระนาดโตและยาวสุดอยู่ข้างบน ส่วนลูกเล็กและสั้นอยู่ข้างล่าง ผู้เคาะตีโปงลางยืนจับไม้ตีสองมือข้างละอัน ซึ่งเหมือนไซโลโฟนแบบหนึ่งของฝรั่ง

แนวระนาบ

ระนาดอุษาคเนย์วางตามแนวระนาบแล้วตีซ้าย-ขวา ปกติ ตั้งแต่เริ่มแรกหลายพันปีมาแล้วสืบจนปัจจุบัน โดยพบหลักฐานเก่าสุดเรือน พ.ศ. 1800 เป็นภาพสลักนั่งตีระนาดแนวราบ บนศาสนสถานจันทิปะนะตะรัน บนเกาะชวา อินโดนีเซีย

ระนาดอุษาคเนย์ ใช้ไม้ตีรูปตัว Y มีจารึกระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. 1864 ภาพสลักด้านทิศตะวันตกของศาสนสถานจันทิปะนะตะรัน ทางตะวันออกของเกาะชวา อินโดนีเซีย (ภาพจากหนังสือ ดนตรีอุษาคเนย์ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2555 หน้า 602)

เมื่อโปงลางไม่วางตีแนวระนาบแบบดั้งเดิมของอุษาคเนย์ แต่เคาะตีแนวตั้งตามตะวันตก จึงเป็นแนวคิดรับจากฝรั่ง แล้วสร้างสรรค์ด้วยพลังพื้นเมืองสองฝั่งโขงที่เป็นเรื่องควรยกย่องอย่างมีหลักฐานและเหตุผล