โปงลาง – ท้องถิ่นนิยมมีพลังสร้างความเชื่อสนองการเมืองชาตินิยม โดยไม่รับรู้ข้อมูลหลักฐานทางสากลที่มีอยู่จริงในโลก
ดังกรณี “โปงลาง” เครื่องดนตรีอีสานที่ “เพิ่งสร้าง” (เพราะไม่เคยมีมาแต่เดิม) ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบทั่วไป จึงถูกทำให้เชื่อว่า “โปงลางในอีสาน มีเฉพาะที่ไทยโดยไม่เกี่ยวกับลาวและเวียดนาม”
แต่หลักฐานทั้งทางการและไม่ทางการ ว่าโปงลางมีต้นคิดจากลาวถูกนำเข้าไทย จากนั้นมีพัฒนาการก้าวหน้าในอีสาน ซึ่งมีข้อมูลโดย สำเร็จ คำโมง (เรียบเรียง) อยู่ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 8 (มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ 2542 หน้า 2728-2731) สรุปดังนี้
โปงลาง
โปงลาง เป็นชื่อเรียกเครื่องดนตรีประเภทระนาด ที่ทำลูกระนาดด้วยท่อนไม้ซึ่งมีความกังวานภายในเนื้อไม้เอง โดยไม่ต้องมีกล่องขยายเสียงมารองรับใต้ผืนระนาด ชื่อโปงลาง ตั้งโดยนักดนตรีชาวกาฬสินธุ์ตามสำเนียงเสียงของระนาดชนิดนี้ที่ละม้ายคล้ายคลึงเสียงของ “โปงลาง” ซึ่งเป็นกระดึงเหล็กโบราณใช้ผูกวัวต่างบรรทุกสินค้า
โปงลางมีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ ระนาดขอลอ (หรือกะลอ หรือเกราะ) หมากเตอะเติ่น หมากกลิ้งกล่อม และหมากโปงฮาง เป็นต้น
โปงลางหรือระนาดขอลอนั้นมีกำเนิดมาอย่างไร?
ต้นคิดจากลาว
จากปากคำของนายประชุม อินทรตูล (ผู้ก่อตั้งวงโปงลางกาฬสินธุ์) และ นายเปลื้อง ฉายรัศมี [หมอโปงลางคนสำคัญผู้ที่ภายหลังได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2529] เล่าว่า
ท้าวพรหมโคตร ซึ่งเคยอยู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาก่อน เป็นผู้นำระนาดขอลอลงมาเผยแพร่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นคนแรก
ท้าวพรหมโคตรสอนการเคาะตีระนาดขอลอที่มีลูกระนาด 6 ลูกให้แก่นายปาน (ชาวบ้านกลางเหมือน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์) ภายหลังนายปานได้เพิ่มลูกระนาด ขอลอเป็น 9 ลูก
เมื่อนายปานเสียชีวิต นายขาน (น้องชายนายปาน) ได้สืบทอดการเคาะตีระนาดขอลอเป็นคนต่อมา และนายขานนี้เองเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาเคาะตีและทำระนาดขอลอให้แก่นายเปลื้อง ฉายรัศมี เมื่อปี พ.ศ. 2490
วงโปงลางครั้งแรก
นายประชุม อินทรตูล (ตำแหน่งป่าไม้อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์) ได้สนับสนุนให้นายเปลื้อง ฉายรัศมี ตั้งวงดนตรี “โปงลาง” ประสมวงกับแคน, ซุง, พิณไห, กลองตึ้ง, และกลองหาง ชื่อว่า “วงโปงลางกาฬสินธุ์” นำออกบรรเลงอย่างเป็นทางการและได้รับการเผยแพร่ผ่านวิทยุโทรทัศน์ และแผ่นเสียงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511
และเนื่องด้วยเสียงประสมของวงโปงลางเป็นเสียงกลมกล่อมไพเราะชวนฟัง ประกอบกับทำนองเพลงที่บรรเลงมีความสนุกสนานเร้าอารมณ์ จึงทำให้วงโปงลางได้รับการเผยแพร่และเลียนแบบไปตั้งขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วภาค (ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ 2530)
แนวตั้งแบบฝรั่ง
โครงสร้างหลักของโปงลางคือ (1.) ผืนระนาดโปงลางแนวตั้งมุมเฉียงด้วยการขึงกับขาตั้ง และ (2.) ผู้เคาะตีผืนระนาดโปงลางใช้ไม้ตีตามแนวบน-ล่าง และล่าง-บน

แนวระนาบ
ระนาดอุษาคเนย์วางตามแนวระนาบแล้วตีซ้าย-ขวา ปกติ ตั้งแต่เริ่มแรกหลายพันปีมาแล้วสืบจนปัจจุบัน โดยพบหลักฐานเก่าสุดเรือน พ.ศ. 1800 เป็นภาพสลักนั่งตีระนาดแนวราบ บนศาสนสถานจันทิปะนะตะรัน บนเกาะชวา อินโดนีเซีย

เมื่อโปงลางไม่วางตีแนวระนาบแบบดั้งเดิมของอุษาคเนย์ แต่เคาะตีแนวตั้งตามตะวันตก จึงเป็นแนวคิดรับจากฝรั่ง แล้วสร้างสรรค์ด้วยพลังพื้นเมืองสองฝั่งโขงที่เป็นเรื่องควรยกย่องอย่างมีหลักฐานและเหตุผล



