หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : จันทบุรี มาจากไหน?

9.06.17 | 17:48 น.
“ร่อนพลอย” วิธีหาพลอยเมืองจันท์ที่สืบทอดจากบรรพชน ก่อนมีเครื่องมือทันสมัย [ภาพจากหนังสือ จันทบูร Shining Moon ของ เมธี จึงสงวนสิทธิ์]
  1. ชุมชนดึกดำบรรพ์ 2,500 ปีมาแล้ว

ราวหลัง พ.ศ. 1 (หรือ 2,500 ปีมาแล้ว) มีชุมชนดึกดำบรรพ์ขนาดย่อยๆ กระจายอยู่ตามหุบเขาและที่ราบชายฝั่ง จ. จันทบุรี ตั้งแต่ อ. โป่งน้ำร้อน, อ. สอยดาว, อ. ท่าใหม่

แล้วพบทั่วไปตลอดชายฝั่งทะเลตะวันออก ลึกเข้าไปถึงกัมพูชา

น่าเชื่อว่าคนเหล่านั้นพูดตระกูลภาษามอญ-เขมร (ที่รู้จักสมัยนี้ว่า ชอง)

ขณะนั้นมีชุมชนใหญ่อยู่บริเวณลุ่มน้ำท่าจีน “ต้นทางประวัติศาสตร์ไทย” รู้จักทุกวันนี้ในชื่อเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)

ภาษาตระกูลไต-ไท (ต้นทางภาษาไทย) มีหลักแหล่งเก่าสุดอยู่มณฑลกวางสี-กวางตุ้ง และบริเวณลุ่มน้ำโขง ยังไม่ขยายลงมา

Advertisement
  1. เมืองเริ่มแรกบนเส้นทางการค้าเลียบชายฝั่ง 1,500 ปีมาแล้ว

ราวหลัง พ.ศ. 1000 หรือ 1,500 ปีมาแล้ว เริ่มมีบ้านเมืองใกล้ทะเล บริเวณหน้าเขาสระบาป (ลุ่มน้ำจันทบุรี) รับศาสนาจากอินเดีย-ลังกา ผ่านบ้านเมืองใหญ่กว่าและมีมาก่อน

คนพื้นเมืองพูดตระกูลภาษามอญ-เขมร (เช่น ชอง), ชวา-มลายู เช่น จาม ฯลฯ

ไม่พบชื่อเมืองว่าจันทบุรี แต่พบจารึกอักษรเขมร, ภาษาเขมร ทำขึ้นราว พ.ศ. 1400 เกี่ยวข้องการทำบุญของพระราชารัฐใหญ่ในกัมพูชา

สมัยหลังมีผู้รู้ผูกตำนานนิทาน เรียก เมืองกาไว ส่วนคนต่างถิ่น เรียก เมืองเพนียด ติดต่อค้าขายกับภายนอกทางทะเลเลียบชายฝั่ง ผ่านแม่น้ำ (จันทบุรี)

เกี่ยวดองเครือญาติกับผู้นำของบ้านเมืองภายในที่อยู่ทางโตนเลสาบ (กัมพูชา) และลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล (อีสาน, ลาว), จาม (เวียดนาม)

ขณะนั้นบริเวณลุ่มน้ำอื่นมีบ้านเมืองใหญ่ เช่น เมืองนครปฐม, เมืองลพบุรี, เมือง มโหสถ (อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี), เมืองพระรถ (อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) ฯลฯ

 

  1. รับอำนาจวัฒนธรรมขอม 1,000 ปีมาแล้ว

ราวหลัง พ.ศ. 1500 หรือ 1,000 ปีมาแล้ว วัฒนธรรมขอมจากโตนเลสาบ (กัมพูชา) แผ่เข้ามาถึงพื้นที่จันทบุรี

ขณะนั้นการค้าทางทะเลกับจีนขยายกว้างขวาง ทำให้มีผู้คนหลากหลายไปมาหาสู่มากกว่าแต่ก่อน และบางพวกตั้งหลักแหล่งเพิ่มเติม

ภาษาไต-ไท (ต้นทางภาษาไทย) เป็นภาษากลางทางการค้าของดินแดนภายใน เริ่มขยายจากลุ่มน้ำโขง ลงลุ่มน้ำเจ้าพระยาฟากตะวันตก (แถบสุพรรณบุรี) ยังเข้าไม่ถึงดินแดนชายทะเลตะวันออก

  1. สร้างเมืองใหม่จันทบุรี 700 ปีมาแล้ว

ราวหลัง พ.ศ. 1800 หรือ 700 ปีมาแล้ว สร้างเมืองใหม่ขนาดใหญ่โตกว้างขวาง มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ บนเนินสูงริมแม่น้ำ ซึ่งต่อไปจะได้ชื่อ เมืองจันทบุรี

เป็นเมืองเอกราชที่ยอมรับอำนาจของรัฐใหญ่กว่าในยุคนั้น เช่น รัฐอโยธยาศรีรามเทพ (อยุธยา) แล้วค้าขายกับพ่อค้าจีนโดยตรง สินค้าสำคัญ ได้แก่ ไม้จันทน์, พริกไทย, และของป่าอื่นๆ

อำนาจอยุธยาแผ่เข้าไม่ถึงโดยตรงต่อเมืองจันทบุรี และเมืองอื่นๆ ขณะนั้น เช่น เมืองชลบุรี, เมืองระยอง ฯลฯ เพราะมีอำนาจท้องถิ่นควบคุม ซึ่งเป็นที่รู้กันสมัยหลังๆ เรียก เจ้าพ่อ น่าจะมาจากพ่อค้าทางทะเลที่เรียกในตระกูลชวา-มลายู ว่า สลัด

มีหลักฐานจำนวนมากในพงศาวดาร ตอนพระเจ้าตากออกจากอยุธยามุ่งตั้งหลักเมืองจันทบุรี ต้องปราบปรามผู้นำท้องถิ่นหลายกลุ่มไม่ได้หมด

คนดั้งเดิมในเมืองจันทบุรีไม่ไทย แต่กลายตัวเองเป็นไทย ราวหลัง พ.ศ. 2000 [โดยเทียบกรณีโคราช มีการโยกย้ายคนจากอยุธยาขึ้นไปสมัยนั้น] แล้วพูดสำเนียงหลวงอยุธยา (ปัจจุบันเรียก เหน่อ กลายจากลาว) ผสมสำเนียงถิ่น กลายเป็นสำเนียงจันท์ (ใกล้เคียงสำเนียงระยอง, สำเนียงโคราช)

 

  1. พระเจ้าตากตีได้เมืองจันท์ 250 ปีมาแล้ว

ราว พ.ศ. 2310 หรือ 250 ปีมาแล้ว พระเจ้าตากตีได้เมืองจันทบุรี แต่ยังมีกลุ่มผู้นำท้องถิ่นอีกมากแข็งข้อ

ต่อมา ร.1 กรุงรัตนโกสินทร์ต้องให้กรมพระราชวังหลังเข้าไปดูแลเกลี้ยกล่อม ทำให้เกิดกรณีนิราศเมืองแกลง (ระยอง) จนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าสุนทรภู่กำเนิดที่เมืองแกลง

 

จันทบุรี เมืองที่มีไม้จันทน์

จันทบุรี แปลว่า เมืองที่มีไม้จันทน์ เป็นชื่อได้จากไม้จันทน์ ซึ่งได้รับยกย่องเป็นไม้มงคล กลิ่นหอม มีราคาสูง เป็นสินค้าที่ต้องการมากของบ้านเมืองหลายพันปีมาแล้ว สืบจนทุกวันนี้

เทียบได้กับชื่อ เวียงจัน เมืองหลวงของลาว มีชื่อในตำนานพงศาวดารว่าจันทบุรี (อักขรวิธีลาวว่า จันทะบูลี) มาจากไม้จันทน์ มีนิทานกำกับว่าชาวนาคนหนึ่งชื่อ บุรีจัน มีผิวดำ ร่างใหญ่ ใจบุญ บรรดานาคกับเทวดาร่วมกันเนรมิตเวียง ทำด้วยไม้จันทน์ มีกลิ่นหอมรอบพระนคร แล้วยกให้บุรีจันเป็นพระราชา เรียกชื่อ เวียงจันทบุรี

 

ไม้จันทน์

มีกลิ่นหอม ได้รับยกย่องเป็นไม้มงคล เกี่ยวข้องความไม่ตายและความตาย ดังนี้

  1. ความไม่ตาย แกะเป็นพระพุทธรูป (เรียก พระแก่นจันทน์) และสร้างอาคารสถานที่ (เช่น เรือนจันทน์, ตำหนักจันทน์, วังจันทน์, เวียงจันทน์ ฯลฯ)
  2. ความตาย ดอกไม้จันทน์ ใช้เผาศพ, ไม้จันทน์ ใช้ประกอบพระโกศ พระเมรุมาศ, ท่อนจันทน์ ใช้สำเร็จโทษเจ้านาย

 

สำเนียงจันท์

สำเนียงจันท์ น่าจะมีรากเหง้าเค้าต้นจาก “สำเนียงหลวง กรุงศรีอยุธยา” ที่พูดเหน่อ (แบบลาวลุ่มน้ำโขง) ในตระกูลไต-ไท ผสมสำเนียงพื้นเมืองตระกูลมอญ-เขมรลุ่มน้ำเจ้าพระยา จัดเป็นกลุ่มเดียวกับสำเนียงระยอง และสำเนียงโคราช

 

พลอย

เอกสารชาวอังกฤษสมัย ร.5 บอกว่า เหมืองพลอย เมืองจันทบุรี ทำโดยพวกกุลา แต่ไม่อธิบายว่าเป็นใคร?

กุลาเป็นไทยใหญ่ กลุ่มที่ชำนาญทำพลอยอยู่เมืองเพ่ลิน (อ่านว่า เพ่-ลิน) ลุ่มน้ำสาละวิน ในพม่าภาคเหนือ เมื่อย้ายไปทำพลอย จ. พระตะบอง กัมพูชา เรียกบริเวณมีพลอยว่า เพ่ลิน ตามชื่อในพม่า แต่คนเขมรกับคนไทยเรียกเพี้ยนเป็นไพลิน หรือบ่อพลอยไพลิน

 

หลวงบุรุษ กวีเมืองจันท์

กวีเมืองจันท์คนสำคัญมาก คือ หลวงบุรุษประชาภิรมย์ (กี้ บุณยัษฐิติ) ผู้แต่งนิราศจันทบุรี-กรุงเทพฯ (นิราศหลวงบุรุษ) ต้นแผ่นดิน ร.5 พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2418

กวีโวหารในนิราศหลวงบุรุษ เทียบศิษย์สุนทรภู่คนอื่นๆ ได้ เช่น เสมียนมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) กวีสมัย ร.3 ฯลฯ สะท้อนลักษณะสังคมกรุงเทพฯ และจันทบุรี สมัย ร.5

 

ขาไปกรุงเทพฯ

๏ ถึงเขตท่าอาวาสท่านบาทหลวง         ญวนทั้งปวงนับถือเช่นฤๅษี

ศาสนะยะโฮวาพระบาลี                             ศิษย์เรียกที่สังฆราชโยมญาติเคียง

พร้อมสะพรั่งตั้งตำบลญวนปนเจ๊ก                ช่างตีเหล็กทำทองกึกก้องเสียง

บ้างต่อเรือเสื่อสานบนร้านเรียง                    ตามอย่างเยี่ยงภาษาวิชาเป็น

 

ช็อปในกรุงเทพฯ

ยามกลางวันก็จรัลเที่ยวซื้อหา                      เครื่องสินค้าขายออกนอกกรุงศรี

ยามกลางคืนขึ้นท่าจากนาวี                         แต่เช่นนี้เป็นนิรันดร์หลายวันมา

 

ขากลับเมืองจันท์

เขาพลอยแหวนแด่นระยะเขาสระบาป           แหลมสิงห์ราบและกระปุ่มราวตุ่มไห

เกาะนมสาวอ่าวสุกรข้างตอนใน                   แลออกไปนอกจรัลจันท์บุรี

 

เห็นเกาะช้างกลางชลาอาณาเขต                  แถวนิเวศตราดแควกระแสศรี

เป็นจังหวัดจัตวาฝ่ายธานี                           ละเมาะมีนอกมหาชลาลัย

๏ ณ วันจันทร์เดือนห้าแรมแปดค่ำ        เวลาย่ำสุริยงลงไศล

เข้าจุฬาหน้าลำปากน้ำใน                            ประจวบใกล้ลมแล่นแสนสบาย

ถึงหน้าด่านศาลเทวาตีม้าล่อ                        ธูปเทียนจ่อจุดสว่างทางถวาย

ของสำหรับอภิวาทไม่คลาดคลาย                  ตามเชื้อสายศาสนาลูกค้าจีน

ถ้วนเคารพจบเกล้าเผากระดาษ                    สุราสาดชุลีกรรับพรศีล

ลงเข่าคุกลุกผงกขึ้นยกตีน                           ที่ป่ายปีนเสากระโดงปักธงยาว

ม้าล่อลั่นสนั่นแซ่เสียงแจหู                          พวกด่านรู้พายนาวามาสืบสาว

ไม่ประจักษ์ซักถามตามเรื่องราว                   พอรู้ข่าวเสร็จสรรพก็กลับพลัน