หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘เจ้าแม่โคกพนมดี’ ที่เที่ยววัฒนธรรม ชลบุรี

29.06.26 | 18:00 น.
“เจ้าแม่โคกพนมดี” 3,000 ปีมาแล้ว อยู่บนเนินสูงกลางทุ่งกว้าง ดูโดดเด่นเป็นพิเศษมองเห็นแต่ไกลๆ ที่บ้านโคกพนมดี อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี (ภาพเมื่อ พ.ศ. 2560)

เจ้าแม่โคกพนมดี – “ท่องเที่ยว” จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังถูกรัฐบาลแยกไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เป็น “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” เพื่อสร้างรายได้เพิ่มจากการ “ขาย” ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

มีผู้วิตกว่าวัฒนธรรมและท่องเที่ยวเป็นคนละขั้ว หมายถึงท่องเที่ยวเน้น “สร้างรายได้” ส่วนวัฒนธรรม “สร้างรายจ่าย” เพราะเน้นอนุรักษ์ด้วยการจัดอีเวนต์ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” (หลักฐานมีมากในกิจกรรมที่ผ่านมาหลายรัฐบาล) โดยไม่กระตือรือร้นพัฒนาแหล่งวัฒนธรรมเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวสู่ชุมชนหมู่บ้าน

โดยเฉพาะเรื่องสำคัญมาก เจ้าแม่โคกพนมดี 3,000 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีขุดพบราว 40 ปีที่แล้ว ที่บ้านโคกพนมดี (ต. ท่าข้าม อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) ปัจจุบันมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ เพื่อจัดแสดงโครงกระดูกเจ้าแม่ฯ แต่นานเกือบสิบปีแล้วยังไม่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม โดย วธ. ไม่ใส่ใจ แม้ สส. ชลบุรี (อย่างน้อย 2 พรรค) เคยหารือในสภาก็ไม่มีคำตอบหรืออธิบายตั้งแต่ พ.ศ. 2567 จนล่าสุด พ.ศ.2569

เจ้าแม่โคกพนมดี

หญิงเป็นใหญ่ในพิธีกรรมทางศาสนาผี (ย้ำตรงนี้ว่า “เป็นใหญ่ในพิธีกรรม” ด้วยการเป็น “ร่างทรง” ของผีฟ้า จึงไม่ใช่เป็นใหญ่ในสงคราม) และเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ เรียกแม่ หรือเจ้าแม่ รวบอำนาจรวมศูนย์ด้วยการอ้างผี จึงมีอำนาจเหนือชาย แล้วสืบตระกูลทางฝ่ายหญิง เพราะหญิงเป็นแม่ให้กำเนิดลูก และเป็นเจ้าของบ้านกับที่ดิน ดังนั้นในพิธีกรรมการแต่งงานหญิงเป็น “นาย” เรียกเจ้าสาว ส่วนชายเป็น “ขี้ข้า” (ของหญิง) เรียกเจ้าบ่าว ต้องไปอยู่รับใช้บ้านของฝ่ายหญิง

Advertisement

การเป็น “ร่างทรง” ของผีฟ้า ทำให้หญิงได้รับการยกย่องเสมือนผีฟ้า ดังนั้นคำทำนายโดยร่างทรงถูกเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงจากผีฟ้า

นอกจากนั้นหญิงเป็นเจ้าของวัฒนธรรม เช่น งานช่างต่างๆ, ร้องรำทำเพลงและดีดสีตีเป่า ฯลฯ

ฝังศพใต้ถุนเรือนจำลอง (ไม่ใช่เรือนจริง)

งานศพ “เจ้าแม่โคกพนมดี” มีที่เรือนคนตาย (ยังไม่มีวัด เพราะยังไม่รับศาสนาจากอินเดีย แม้มีวัดแล้วในชนบทถึงทุกวันนี้บางแห่งยังมีพิธีศพในบ้าน) ด้วยการสู่ขวัญเรียกขวัญคนตายให้คืนร่างนานหลายวันหลายคืนจนเนื้อหนังร่างกายคนตายเน่าเหม็น แต่ขวัญยังไม่กลับมา ต้องเอาศพฝังดิน ด้วยหวังอีกว่าขวัญจะคืนร่าง จึงทำภาชนะเขียนสีเป็นลายขวัญฝังไปกับศพด้วย (เช่น หม้อลายเขียนสีในวัฒนธรรมบ้านเชียง จ. อุดรธานี)

จนเนื้อหนังย่อยสลายเหลือกระดูกจึงขุดกระดูกล้างน้ำแล้วทำพิธีศพครั้งที่ 2 บริเวณลานกลางบ้านด้วยการฝังกระดูกใส่ภาชนะไว้ใต้ถุนเรือนจำลอง เรียก “เฮือนแฮ่ว” (ไม่ใช่เรือนจริง) ซึ่งบางแห่งยังทำสืบเนื่องถึงปัจจุบัน แต่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้น

หลังความตายของชนชั้นนำ มีพิธีกรรมตามลำดับ ดังนี้ (1.) เรียกขวัญคืนร่าง (2.) ส่งขวัญขึ้นฟ้าไปรวมพลังกับขวัญบรรพชนเป็น “ผีฟ้า”

ส่วนหลักฐานโบราณคดีที่พบ [ภาพและข้อมูลจากหนังสือ สยามดึกดำบรรพ์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยสุโขทัย โดย ชาร์ลส ไฮแอม และ รัชนี ทศรัตน์ (ฉบับภาษาไทย) สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542] ได้แก่ พื้นที่ฝังศพ, หลุมฝังศพ, เครื่องใช้ในหลุมศพ, เฮือนแฮ่ว เป็นต้น

1. พื้นที่ฝังศพ โดยทั่วไปเป็นพื้นที่พิเศษอยู่ในชุมชน (ไม่อยู่นอกชุมชน) ที่สมัยหลังเรียก “ลานกลางบ้าน” เป็นที่ฝังศพของชนชั้นนำและโคตรตระกูลของชุมชนนั้น ซึ่งเป็นโคตรตระกูลใหญ่มีฐานะทางสังคมลดหลั่นไป ได้แก่ (1.) หัวหน้าเผ่าพันธุ์ มีเครื่องใช้และเครื่องประดับคับคั่ง และ (2.) โคตรตระกูลเครือญติทั่วไป เครื่องใช้และเครื่องประดับไม่มาก (หรือไม่มี)

เจ้าแม่โคกพนมดี โครงกระดูกเพศหญิงราว 3,000 ปีมาแล้ว ประดับประดาด้วยลูกปัดเปลือกหอย (แบบตัว I และแบบแว่นกลมบาง) ราว 120,000 เม็ด แล้วยังมีวัตถุสัญลักษณ์แสดงอำนาจ เช่น แผ่นวงกลมมีเดือย, กำไลข้อมือ, และเครื่องประดับศีรษะ ฯลฯ ขุดพบ 40 ปีที่แล้ว 2527-2528 ที่บ้านโคกพนมดี อ. พนัสนิคม จ.ชลบุรี
ซากศพขุดพบใต้ถุนเรือนผี (เฮือนแฮ่ว) รูปสี่เหลียมผืนผ้า มีหลุมเสาเป็นช่วงๆ
เสาไม้เหลือซากปักดินหลายพันปีมาแล้ว ซึ่งแต่เดิมเป็นเสาเรือนผี (เฮือนแฮ่ว) คร่อมหลุมศพ [ภาพจาก สยามดึกดำบรรพ์ : ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยสุโขทัย โดย ชาร์ลส ไฮแอม และรัชนี ทศรัตน์ สำนักพิมพ์ริเวอร์บุ๊คส์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542]
เฮือนแฮ่วปลูกคร่อมหลุมฝังศพ (คนฐานะดี) มีลักษณะเป็นเรือนเสาสูงสี่เสา ขนาดย่อส่วนเรือนจริง ตามประเพณีศพของผู้ไทในเวียดนาม (ภาพจากหนังสือ ประวัติศาสตร์สิบสองจุไท ของ ภัททิยา ยิมเรวัต พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2544 หน้า 253)

เรือนเสาสูงของชุมชนยุคแรกๆ ราว 2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีจินตนาการจากหลุมเสาที่ขุดพบในแหล่งโบราณคดีบ้านหนองแช่เสา ต. หินกองอ. เมืองฯ จ. ราชบุรี [ภาพจาก Sorensen, P. “Archaeology in Thailand: Prehistoric through the Neolithic Age,” in Sawaddi, (July-August 21: 1972.)]
แต่บางแห่งมีลักษณะเฉพาะต่างจากแหล่งทั่วไป คือ โคกพนมดี (อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี) เนินดินเนื้อที่ 30 ไร่ สูงประมาณ 12 เมตรจากพื้นราบ โดดเด่นอยู่กลางทุ่งนากว้างไกล เป็นที่ฝังศพชนชั้นนำและโคตรตระกูล มีเครือญาติหลายระดับลดหลั่นเกือบ 200 โครง

[โคก แปลว่า ที่เนินสูง, พนม เป็นภาษาเขมรแปลว่าภูเขา, ดี กลายจาก ฎี ในภาษาเขมร (อ่านว่า เด็ย) แปลว่า ดิน เมื่อรวมความแล้ว “โคกพนมดี” หมายถึง เขาดิน]

โคกพนมดีเป็นเนินดินศักดิ์สิทธิ์ซึ่งไม่ใช่ที่อยู่อศัย แต่เป็นพื้นที่พิธีกรรมของเผ่าพันธุ์ ได้แก่ (1.) ฝังศพ เฉพาะชนชั้นนำและโคตรตระกูล (2.) พิธีกรรมเซ่นผี มีประจำทั้งปี มีคราวละหลายวัน ได้แก่ ขึ้นฤดูกาลใหม่ (เดือนอ้าย), เซ่นแม่ข้าว (แม่โพสพ), เซ่นผีเครื่องมือทำมาหากิน (เดือน 5) เป็นต้น

ที่อยู่อาศัยของชนชั้นนำและโคตรตระกูลเป็นเรือนเครื่องผูกอยู่บริเวณที่ราบรอบเนินดินและปริมณฑล อยู่ปนกันกับประชากรทั่วไป

2.หลุมฝังศพ ถูกขุดดินเตรียมไว้ก่อนด้วยแรงงานคนจำนวนหนึ่งในชุมชน ซึ่งเป็นบริวาร (สมัยหลังเรียก “บ่าวไพร่”) ของชนชั้นนำ

ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วไปไม่ฝังศพ เมื่อมีคนตายก็ขนซากศพไปวางกลางแจ้งซึ่งเป็นสถานที่จัดไว้ให้แร้งกากิน

3.เครื่องใช้ในหลุมศพ มีหลากหลายประเภท ได้แก่ (1.) สัญลักษณ์ของอำนาจ คล้ายกำไลคล้องข้อมือหรือแขน บางแห่งพบวัสดุวงกลมเจาะกลวง ขอบหยัก เป็นตัวแทนขวัญของคนตาย (2.) เครื่องประดับจำนวนมาก ทำจากวัสดุมีค่า มาจากชุมชนห่างไกลที่มีการติดต่อถึงกัน (3.) เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทำจำลองใช้เฉพาะพิธีศพ (ส่วนมากมักไม่ใช้ในชีวิตจริง) (4.) แผ่นไม้รองรับซากศพ (5.) โปรยดินเทศ (ผงสีแดง) ทั่วซากศพ

4.เฮือนแฮ่ว หมายถึง เรือนผี คือ เรือนจำลองจากเรือนจริงใช้ปลูกคร่อมหลุมฝังศพให้ผีขวัญเจ้าของโครงกระดูกที่ฝังในดินได้ใช้งานเหมือนยังไม่ตาย ซึ่งยังพบสืบเนื่องในประเพณีฝังศพของผู้ไทในเวียดนาม

นักโบราณคดีขุดค้นที่โคกพนมดี อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี พบร่องรอยแล้วมีรายงานว่า “บริเวณที่ฝังศพมีรอยวงกลมของหลุมเสาเป็นระยะล้อมรอบอยู่ สันนิษฐานว่ามีอาคารไม้สร้างคลุมหลุมฝังศพ” (สยามดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2542 หน้า 55)

นี่แหละ “เฮือนแฮ่ว” เรือนจำลอง ไม่ใช่เรือนจริง