หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘แหล่งโบราณคดี’ เพื่อท่องเที่ยวและเรียนรู้ตลอดชีวิต

30.06.26 | 17:00 น.
โคกพนมดี แปลว่าเขาดิน (โคก เป็นคำไท-ไต, พนม เป็นคำเขมร แปลว่า ภูเขา, ดี เป็นคำเขมร อ่าน เด็ย แปลว่าดิน) เป็นโคกเนิน “คลาสสิค” สุดสุด รูปกลมไม่สูง ที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มครึ้มโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งราบกว้างใหญ่ เหมาะอย่างยิ่งต่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยกิจกรรมเชิงวิชาการสนุกสนานหรรษา (ภาพบริเวณโคกพนมดี ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จากโดรนมติชน ธันวาคม 2567)

แหล่งท่องเที่ยวในโลกเป็นหนึ่งเดียวกับแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยอัตโนมัติ ดังนั้นผู้นำที่ฉลาดมักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นแหล่งเรียนรู้พร้อมกันไปเพื่อคุณภาพของประชาชน

(1.) โคกพนมดี (แปลว่าเขาดิน ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีพลังสูงมากดึงดูดนักท่องเที่ยว

ก. อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และอยู่ใกล้ย่านอุตสาหกรรมชายทะเลภาคตะวันออก ที่มีคนอยู่อาศัยใกล้เคียงจำนวนมาก

ข. คมนาคมสะดวก อยู่ไม่ไกลจากมอเตอร์เวย์ไปพัทยา และมีถนนหนทางเข้าถึงไม่ยาก

ค. พลังดึงดูดนักท่องเที่ยวของโคกพนมดี มีดังนี้ เจ้าแม่โคกพนมดี โครงกระดูกเพศหญิง อายุราว 3,000 ปีมาแล้ว, พระรถ นางเมรี เรื่องเล่าของชุมชนลาว เมืองพนัสนิคม จ.ชลบุรี และพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา, ข้าวหอมมะลิ อยู่พื้นที่ต่อเนื่องกับโคกพนมดี (เขต จ. ฉะเชิงเทรา) และ ฯลฯ

Advertisement

โคกพนมดีและพื้นที่ต่อเนื่องเป็นชุมชนโบราณมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว สมัยนั้นอยู่ใกล้ทะเลหรือเป็นชายทะเล ที่มีน้ำเค็มจากทะเลเข้าถึง ทำให้บริเวณนี้เป็นดินเค็ม, อากาศแห้ง, อับฝนจึงแล้งมาก, ดินปนทราย ฯลฯ เมื่อถึงสมัยปัจจุบันมีการปลูกข้าวจึงได้ข้าวมีกลิ่นหอมพิเศษ เรียก “ข้าวหอมมะลิ” เป็นที่นิยมของคนไทยและคนกินข้าวเจ้าทั่วโลก จึงขยายพื้นที่ไปปลูกที่ทุ่งกุลาร้องไห้ในอีสาน เพราะมีสภาพแบบเดียวกัน

(2.) แหล่งโบราณคดีคือแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของโคกพนมดี ดังนี้

ก. โครงกระดูก “เจ้าแม่โคกพนมดี” และโครงกระดูกเครือญาติที่ขุดพบจำนวนมากล้วนเป็นบรรพชนกลุ่มหนึ่งของคนไทยปัจจุบัน

ข. โคกพนมดีเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาผี เพื่อทำพิธีกรรมประจำปีของชุมชนโดยพิธีกรรมสำคัญคือเซ่นผีบรรพชน (หรือผีฟ้า) ขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร มีการละเล่นร้องรำทำเพลงดีดสีตีเป่าอึกทึกครึกโครม

ค. พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาผีบนโคกพนมดี เป็นที่ฝังศพหัวหน้าเผ่าพันธุ์เพศหญิง (คือเจ้าแม่) และโคตรตระกูลของเจ้าแม่ (จึงไม่ใช่ป่าช้าฝังศพของคนทั่วไป)

งานศพเมื่อหลายพันปีมาแล้ว (ตรงข้ามกับงานศพปัจจุบัน) หมายถึงการเกิดใหม่ในครรภ์มารดา และการเกิดใหม่เป็นผีฟ้าอยู่บนฟ้าคอยคุ้มครองประชาชนในชุมชน

ดังนั้นงานศพดึกดำบรรพ์ที่โคกพนมดีเป็นงานบันเทิงเริงรมย์ มีมหรสพสมโภชอึกทึกครึกโครมด้วยร้องรำทำเพลงดีดสีตีเป่า (สืบเนื่องถึงปัจจุบันคือมหรสพ เช่น โขน, ละคร, หนังใหญ่, ภาพยนตร์, ลูกทุ่ง-ลูกกรุง, รำวงย้อนยุค, เหล้ายาปลาปิ้ง ฯลฯ แต่งตัวสีสันฉูดฉาด มีเครื่องประดับเป็นทองเป็นเพชรทุกชนิด (พบหลักฐานสืบเนื่องในวรรณกรรมโบราณ เช่น อิเหนา)

[หมายเหตุ ข้อมูลเหล่านี้พัฒนาเป็นการแสดง “ร่วมสมัย” เพื่อการเรียนรู้และการท่องเที่ยวโดยไม่มีข้อจำกัด]

ข้อมูลเรียนรู้และท่องเที่ยว

มิวเซียมระดับสากลเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทุกด้านทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม

แต่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในไทยเป็นที่ “เก็บของเก่า” ด้วยเทคโนโลยีและเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูง ด้วยเรื่องราวอนุรักษนิยมที่สร้างใหม่จากอารมณ์ความรู้สึกปัจเจกของข้าราชการ ที่มีอำนาจ แต่ขาดสตอรี่หรือเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับโลกตามแนวทางวิชาการสากล

นอกจากนั้นรัฐราชการรวบอำนาจรวมศูนย์มักทำ “เรื่องง่ายให้ยาก” เพื่อกีดกันประชาชนมิให้เข้าถึงอย่างสะดวกในข้อมูลความรู้

ทั้งนี้ด้วยการเขียนป้ายอธิบายเรื่องราวความเป็นมาและความเปลื่ยนแปลงของโบราณศิลปวัตถุสถานสำคัญๆ ทั่วประเทศ โดยใช้ศัพท์เฉพาะทางวิชาการยากๆ และเรียบเรียงด้วยประโยคซับซ้อนเสมือนนักวิชาการที่ขาดความมั่นใจในข้อมูลความรู้ของตนเอง

ถ้าต้องการให้โบราณศิลปวัตถุสถานทั่วประเทศไทยเป็นพลังกระตุ้นการท่องเที่ยว รัฐบาลควรกำหนดให้กระทรวงใหม่ (ที่กำลังตั้งขึ้น) แก้ไข ดังนี้

(1.) นักวิชาการทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลปะ เรียบเรียงข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักฐาน

(2.) ส่งข้อมูลที่ถูกต้องชุดนั้นให้ “มืออาชีพ” ทางการเขียนโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าเรียบเรียงคำอธิบายใหม่ให้อ่านง่ายด้วยข้อความสั้นและกระชับ จับความได้ในเวลารวดเร็ว

(3.) “มืออาชีพ” เหล่านั้นไม่ควรเป็นข้าราชการหรือเป็นพนักงานราชการ แต่ให้เป็นผู้ประกอบการอิสระรับจ้างเป็นโครงการๆ ไป

เพราะถ้าเป็นลูกจ้างราชการ ผู้มีความสามารถเป็นมืออาชีพคนนั้นจะถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาเป็นข้าราชการหรือพนักงานราชการแบบเจ้าขุนมูลนาย ที่เขียนอะไรๆ เป็นราชการ อ่านไม่รู้เรื่องหรือยากจะเข้าถึง

วัฒนธรรม “เจ้าขุนมูลนาย”

“เจ้าขุนมูลนาย” เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชนชั้นนำ โดยเฉพาะในรัฐรัชกาลรวบอำนาจรวมศูนย์ที่วางตนเป็นนายอยู่เหนือบ่าวไพร่คือประชาชน จึงด้อยค่าประชาชนไม่ฉลาด และไม่ควรได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อรักษาความไม่ฉลาดต่อไป

หลักฐานการด้อยค่าประชาชนของเจ้าขุนมูลนายเรื่องหนึ่ง (ในจำนวนเรื่องต่างๆมหาศาลนับไม่ถ้วน) คือกรณีบ้านโคกพนมดี (ต. ท่าข้าม อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี) เป็นแหล่งโบราณคดีมีบรรพชนคนไทยอายุเก่าแก่มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ดังนี้

(1.) นักโบราณคดีขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโคกพนมดี ราว 42 ปีที่แล้ว พ.ศ. 2527 พบโครงกระดูก “เจ้าแม่โคกพนมดี” และโครงกระดูกในตระกูลเจ้าแม่อีกมากมาย

(2.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ราว 10 ปีมาแล้ว จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์โคกพนมดี (ในแหล่งขุดค้น) เพื่อจัดแสดงเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมา และความเปลี่ยนแปลงของชุมชนโคกพนมดีมีอายุหลายพันปีมาแล้ว อาคารพิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จนานหลายปีแล้ว แต่ปล่อยทิ้งร้างเป็นซาก ไม่เปิดบริการประชาชน โดยไม่ประกาศสื่อสารให้ชาวบ้านรู้ว่ามีปัญหาอะไร? ตรงไหน?

(3.) วธ. วางตนเป็น “เจ้าขุนมูลนาย” ไม่แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ ให้ประชาชนรู้ความเคลื่อนไหวคืบหน้าหรือรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น และกำลังแก้ไข ด้วยการสื่อสารให้ความหวังแก่ประชาชนว่าจะแก้ไขสำเร็จเมื่อไร?

ลักษณะ “เจ้าขุนมูลนาย” อย่างนี้พบทั่วไปในระบบราชการ แม้ในภาคเอกชน เช่นสื่อมวลชนบางสำนักก็มีพอๆ กัน

รัฐมนตรีแม้มาจากการเลือกตั้ง แต่ขาดความเข้าใจงานวัฒนธรรมในแนวทางสากล เลยถูกครอบงำจากข้าราชการประจำด้วยความเป็นไทยที่เพิ่งสร้างสนองการเมืองชาตินิยมโดยไม่มาจากหลักฐานวิชาการ ดังนั้นงานวัฒนธรรมจึงจมอยู่กับอดีตที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งตามต้องการทางการเมืองของชนชั้นนำ

“กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” ที่จะสร้างใหม่จะได้รัฐมนตรีแบบไหน? น่ากลัวขนหัวพอง