ประเทศไทยมีวันสำคัญหลายวัน แต่วันหนึ่งที่น่าจะมีความสำคัญและมีบทบาทต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย คือ “วันพลเมือง” (Citizen Day)
นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อ พ.ศ.2475 คนไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคมากขึ้น รวมทั้งมีการใช้คำศัพท์สำหรับคนไทยที่ทันสมัย และสอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย 3 คำ ได้แก่ คำว่า ราษฎร (Subject) ประชาชน (People) และพลเมือง (Citizen)
จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามของคำทั้งสามไว้ดังนี้
ประชาชน หมายถึง คนทั่วไป คนของประเทศ คนธรรมดา
ราษฎร หมายถึง สามัญชนที่ไม่ใช่ขุนนาง คำนี้สืบเนื่องจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ทรงประกาศเลิกทาส ทำให้ไม่ต้องรับใช้เจ้าขุนมูลนาย มีฐานะทางกฎหมายเท่าเทียมกันทุกคน
พลเมือง ถ้าแปลตรงตัวหมายถึง กำลังของเมือง และยังหมายรวมถึงประชาชนและราษฎรด้วย
อย่างไรก็ตาม คำว่า “พลเมือง” มีความสำคัญมากกว่าประชาชนและราษฎร เพราะพลเมืองคือ คนไทยทั้งหมดที่เป็นกำลังของประเทศ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง พลเมืองจะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ มีหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและรัฐ
อนุสนธิของวันพลเมือง
วันพลเมืองมีที่มาจากการประชุมวิสามัญของสภาพัฒนาการเมืองระหว่างวันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในที่ประชุมได้มีหลายภาคส่วน และเครือข่ายประชาชนเข้าร่วมแสดงความเห็นกว่าร้อยคน เกิดความเห็นที่ให้ความสำคัญต่อบทบาทของคนไทยในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและประเทศไทยให้มั่นคงและยั่งยืนสืบไป
ในการประชุมนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องกันให้กำหนดวันที่ 2 มีนาคม เป็น “วันพลเมือง” โดยถือเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477 ซึ่งมีพระราชหัตถเลขาปรากฏข้อความที่อ้างอิงกันเสมอมาว่า
“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของราษฎร…บัดนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่า ความประสงค์ของข้าพเจ้าที่จะให้ราษฎรมีสิทธิออกเสียงในนโยบายของประเทศไทยโดยแท้จริงไม่เป็นผลสำเร็จ และเมื่อข้าพเจ้ารู้สึกว่า บัดนี้ เป็นอันหมดหนทางที่ข้าพเจ้าจะช่วยเหลือให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนได้ต่อไปแล้ว ข้าพเจ้าจึงขอสละราชสมบัติ และออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์ แต่บัดนี้เป็นต้นไป”
ประชาธิปก ปร.
คนไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากวันพลเมือง
การกำหนดให้มีวันพลเมืองคนไทยจะได้ประโยชน์หลายประการ กล่าวคือ
1.เป็นการน้อมนำพระราชปณิธานในการสละราชสมบัติที่ให้อำนาจการปกครองประเทศแก่ราษฎรโดยทั่วไป และจากราษฎรพัฒนามาสู่ความเป็นพลเมืองในปัจจุบัน
2.เป็นการยกระดับคนไทยสู่ความเป็นสากล รวมถึงเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อสังคม
3.ให้คนไทยตระหนักถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และศักดิ์ศรีความเป็นพลเมือง
4.ความเป็นพลเมืองจะทำให้คนไทยมีความตื่นตัวทางการเมือง เพื่อจัดทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น
5.เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐและหน่วยราชการในฐานะที่พลเมืองเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เพื่อร่วมกันปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของชาติ
กล่าวโดยสรุป
วันพลเมืองที่นำเสนอมานี้ เป็นความเห็นจากการจัดกิจกรรมของสภาพัฒนาการเมือง ซึ่งจะได้มีการดำเนินกิจกรรมเป็นขั้นตอนต่อไป ในการนำเสนอต่อรัฐและภาคประชาสังคม หากผู้สนใจต้องการแสดงความเห็น เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดวันพลเมือง โปรดติดต่อกับสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2141-9785 โทรสาร 0-2143-8204 หรือ www.pdc.go.th

