หน้าแรก คอลัมนิสต์ เกมเชือด &#82...

เกมเชือด “กกต.” เสร็จ “นา” ฆ่า “โคถึก” ตาย อย่าง อนาถ

12.06.17 | 14:20 น.

มีสำนวน 1 ซึ่งมีผู้อ้างอยู่เสมอท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ท่ามกลางความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคม

นั่นก็คือ ขึ้นบนภู ดูเสือกัดกัน

รูปธรรมอันเห็นได้อย่างเด่นชัดเป็นอย่างมากก็จากที่ประชุม สนช. ที่มีการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อันจะส่งผลให้มีการ “เซตซีโร่” กกต.

เหมือนกับทั้งหมดนี้จะเป็นการปะทะกันอย่างมิอาจประนีประนอมได้ระหว่าง “สนช.” กับ “กกต.” แต่แท้จริงแล้วมีจุดเริ่มมาจาก “รัฐธรรมนูญ”

Advertisement

เพราะ “กรธ.” ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้จาก “รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560”

และเมื่อส่งเข้า สนช.ก็มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น และมติของคณะกรรมาธิการก็เดินตามร่างที่ส่งมาจาก รธน.

ถามว่า “สนช.” และ “กรธ.” เป็นอะไร

คําตอบที่ตรงไปตรงมาอย่างที่สุดก็คือ ไม่ว่า กรธ. ไม่ว่า สนช. ล้วนเป็น 1 ในสิ่งที่เรียกกันติดปากนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

นั่นก็คือ “แม่น้ำ 5 สาย”

เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญก็ดี การผ่านและประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ล้วนเป็นไปตามแนวทางของ คสช.อันมีรากงอกมาจาก “รัฐประหาร”

นั่งเรือแป๊ะ ก็ต้องตามใจแป๊ะ”

ความหมายอันสำแดงผ่านตั้งแต่เป็น “ร่างรัฐธรรมนูญ” กระทั่งผ่าน “ประชามติ” และได้รับการประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2560

ล้วนเป็นไปตาม “ธง” ที่ “คสช.” กำหนด

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ดี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ดี ไม่สามารถปฏิบัติการอย่างที่เรียกว่า “เหาะเกินลงกา” ได้เป็นอันขาด

ทุกอย่างจึงล้วนเป็นไปตามความต้องการของ “แป๊ะ”

กระนั้น เมื่อพิจารณารากฐานและสภาพความเป็นจริงของ กกต.นับแต่ก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็ต้องถือว่า

กกต.อยู่ในฐานะของพันธมิตรแห่ง “แนวร่วม”

หาก กกต.ชุดนี้ไม่แสดงท่าที “เอียง” ไปกับสถานการณ์ “ชัตดาวน์” การเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ราวกับรับไม้มาจาก “กปปส.”

ไฉนสถานการณ์จะสุกงอมกระทั่งเกิด “รัฐประหาร” ได้เล่า

แล้วเหตุใดเมื่อรัฐประหารผ่านจากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือนพฤษภาคม 2560 ชะตากรรมของ กกต.จึงกลายมาเป็นเช่นนี้

นี่ย่อมมิใช่ลักษณะของ “เสือกัดกัน” อย่างที่เข้าใจ

ตรงกันข้าม ลักษณะเด่นชัดอย่างยิ่งว่าเสือกำลังไล่ขม้ำ กกต.อย่างเดียวโดยใช้รัฐธรรมนูญ กรธ.และ สนช. มาเป็นเครื่องมือ

ทำท่าว่าจะเป็น “เสร็จนา ฆ่าโคถึก เสร็จศึก ฆ่าขุนพล” มากกว่า

เพราะหากมองบทบาทและการแสดงออกของ กกต. ไม่ว่าก่อนหรือหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ล้วนว่านอนสอนเชื่อ

ไม่น่าเชื่อว่าจะต้องสะบักสะบอมระดับนี้

อาจเพราะตระหนักในบทสรุปที่ว่า “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” เช่นนั้นเอง ท่าทีของสมาชิก สนช.บางท่านจึงค่อนข้างเศร้าสร้อยและสะเทือนใจ

สะเทือนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า “กกต.”

เศร้าสร้อยราวกับว่าชะตากรรมที่ “กกต.” ประสบรุนแรง ร้ายกาจ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชะตากรรมที่ตนประสบ

เจ็บร้าว ทรมานใจ