
โคกพนมดี (ต.ท่าข้าม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี) มีคุณค่าและมูลค่าสูงมาก
(1.) แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีมีคุณค่า ทั้งระดับนานาชาติและระดับท้องถิ่น
(2.) แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (ทั่ว อ.พนัสนิคม และพื้นที่ต่อเนื่อง) ที่มีพลังดึงดูดมูลค่าสูงมาก และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ (ตามเส้นทางมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-พัทยา)
นักโบราณคดีไทยและนานาชาติหลายสิบปีมาแล้ว ขุดพบที่โคกพนมดีเป็นโครงกระดูกเพศหญิง “เจ้าแม่โคกพนมดี” และอื่นๆ อีกมาก อายุมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เป็นหลักฐานสำคัญว่าหญิงมีอำนาจเหนือชายในพิธีกรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุผีฟ้าลงทรงผู้หญิง (โดยไม่ลงทรงผู้ชาย)

วธ.ไม่ทำตามสัญญา
กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มอบงบประมาณให้กรมศิลปากรสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์และจัดแสดงข้อมูลความรู้ทางโบราณคดีหลายปีมาแล้ว ที่โคกพนมดี
แต่ไม่เปิดให้ประชาชนเข้าชมและไม่กระตุ้นการท่องเที่ยว
ชาวท้องถิ่นโคกพนมดีบอกผู้สื่อข่าวพิเศษเมื่อต้นสัปดาห์ ว่ากรมศิลปากรพูดใน
ที่ประชุมท้องถิ่น 2 ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ว่าจะโอนถ่ายภารกิจให้ท้องถิ่นดูแลพิพิธภัณฑ์ให้ทันปีงบประมาณ 2568
แต่แล้วถึงปัจจุบันกลางปี 2569 ยังไม่คืบหน้า และถามไปก็ไม่มีคำตอบหรือคำอธิบาย ซึ่งทำเป็น “นาย” ไม่เห็นหัวประชาชน
ท้องถิ่นพร้อมรับโอน
ท้องถิ่นชลบุรีมีประชุมแสดงความกระตือรือร้นพร้อมรับโอนภารกิจดูแลรับผิดชอบแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวโคกพนมดี ที่วัดโคกพนมดี เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2569 (ที่ผ่านมา)
“อบจ., อบต. พร้อมรับโอนภารกิจพิพิธภัณฑ์จากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แต่ทางการรับปากแล้วปล่อยยืดเยื้อยาวนานเป็นปีสองปี โดยไม่สื่อสารไขข้อข้องใจให้ท้องถิ่น” ผู้สื่อข่าวพิเศษรายงานจากที่ประชุมวัดโคกพนมดี


กระจายอำนาจ
“วังจันทรเกษม พิษณุโลก พื้นที่กว้างขวางและมีโบราณสถาณเรียงรายจำนวนมาก กรมศิลปากรโอนภารกิจให้ท้องถิ่นพิษณุโลกไม่กี่วันก็จบสิ้นทุกกระบวน ท้องถิ่นดูแลและบริหารจัดการเจริญเติบโตด้วยพลังของคนท้องถิ่นจนทุกวันนี้” อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เล่าให้ผู้สื่อข่าวพิเศษเมื่อไม่กี่วันมานี้
การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นสิ่งต้องทำเร่งด่วนในประเทศประชาธิปไตยที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาระบบการปกครองแบบเสมอหน้า
กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมศิลปากรที่ผ่านมานานหลายสิบปี มีปัญหาไม่แข็งแรงในประสิทธิภาพการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ที่มีกระจายทั่วประเทศ น่าจะเร่งลดลักษณะด้อยประสิทธิภาพของตนด้วยการรีบถ่ายโอนภารกิจเหล่านั้นให้ท้องถิ่นตามหลักการสากลโลก
ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารระดับสูงของกรมศิลปากร “ส่วนมาก” ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
และต่อต้านการสูญเสียอำนาจควบคุมดูแลวัฒนธรรม ซึ่งดูจากกิจกรรมที่ผ่านมา เช่น หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่มีสนับสนุนว่าคนไทยมีถิ่นกำเนิดอัลไต-น่านเจ้าในจีน แต่หนังสือที่ทำต้นฉบับโดยกรมศิลปากรยังขอคงไว้ว่า “คนไทยมาจากตอนใต้ของจีน” ทั้งๆ ไม่มีหลักฐานวิชาการ ส่วนการโอนถ่ายภารกิจให้ท้องถิ่นถูก “ยื้อ” เพราะไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงจนเสียอำนาจ
รมต.วัฒนธรรม ถ้าทำสำเร็จโดยเร็วเรื่องโอนภารกิจโคกพนมดีให้ท้องถิ่น ย่อมได้รับเกียรติยศเป็น “รัฐมนตรีโลกไม่ลืม”


