ช่วยประชาสัมพันธ์แทนรัฐบาลอีกครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากรู้ว่าประชาชนคิดอย่างไร จึงตั้งคำถามไว้ 4 ข้อ
ข้อแรก คิดว่าหลังเลือกตั้งจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่
ข้อสอง ถ้าไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร
ข้อสาม คิดว่าการเลือกตั้งอย่างเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงอนาคต ฯลฯ เหมาะสมแล้วหรือไม่
ข้อสี่ นักการเมืองที่มีประวัติไม่ดีควรจะกลับมาเล่นการเมืองหรือเปล่า
หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ถามไป ปรากฏมีคนตอบคำถามไม่มากนัก
แต่คาดว่าวันที่ 12 มิถุนายนเป็นต้นไป ทั่วประเทศจะมีคนมาช่วยกันไขข้อสงสัยให้ “บิ๊กตู่”
ในบรรดาคำถามทั้ง 4 ข้อ คิดว่าคำถามข้อแรกกำลังได้รับคำตอบจากสังคม
เพราะเท่าที่สดับตรับฟังมา แต่ละวงการต่างมองว่า หลังเลือกตั้งคงไม่สามารถรับประกันธรรมาภิบาลได้
เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะได้คนไม่ดีเข้าไป ส่วนอีกเหตุผลอาจมาจากระบบทำให้เกิดเรื่องเช่นนั้น
เมื่อวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้อ่านและได้ฟัง นายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ พูดถึงความเคลื่อนไหวของ ส.ส. กับระบบเลือกตั้งใหม่
ได้อ่านความเห็นของนักวิชาการทำนายผลหลังการเลือกตั้ง
ได้อ่านและได้ฟังแล้ว มองเห็นคำตอบของคำถามข้อแรกของบิ๊กตู่
มองเห็นว่า ระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ น่าจะทำให้เกิดผลเสีย 2 ข้อ
ข้อแรก คือ มีการซื้อเสียงมากขึ้น ข้อสอง คือ จะทะเลาะกันมากขึ้น
ทั้งนี้ เพราะตามมาตรา 83 รัฐธรรมนูญปี 60 ระบุให้ ส.ส.มีจำนวน 500 คน
แบ่งเป็น ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน
ส.ส.เขตมาจากการเลือกตั้ง ส่วนคะแนนที่ประชาชนไปเลือกตั้งทั้งหมดจะนำไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
หมายความว่า ไม่ว่าผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคจะสอบได้หรือสอบตก ทุกคะแนนมีความหมาย
คะแนนของ ส.ส.เขตที่สอบตก อาจหมายถึงโอกาสของ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่จะได้เข้าไปในสภา
ด้วยเหตุนี้ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้งหมดจึงมีความสำคัญมาก
สำคัญมากกว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ สำคัญกว่าพรรค
เท่ากับว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ไปนั่งในสภาได้ เพราะเอาคะแนนจาก ส.ส.สอบตก
แต่ ส.ส.สอบตก ไม่มีตำแหน่งอะไรรองรับ
แค่นี้ก็คงมองเห็นความปั่นป่วนที่จะเกิดขึ้นภายในพรรคแล้ว
นี่ยังไม่รวมถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มี ส.ว.เข้ามามีส่วน
ถ้าได้นายกรัฐมนตรีจากคนนอก ซึ่งต้องพึ่งพาเสียง ส.ส.ในสภา ในการผ่านกฎหมาย
แต่นายกฯมาจากเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่เลือก
โอกาสที่ฝ่ายรัฐบาลจะปั่นป่วนก็มีสูง
ที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ การเงินจะสะพัดในสภา
เอาแค่นี้ก็พอมองเห็นโอกาสหลังการเลือกตั้ง
เห็นทั้งความขัดแย้ง และการซื้อเสียงโหวต
เห็นโอกาสที่การเมืองไทยจะมีธรรมาภิบาลว่ามีมากน้อยแค่ไหน
……………
นฤตย์ เสกธีระ [email protected]

