หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทุเรียน : โดย...

ทุเรียน : โดย วีรพงษ์ รามางกูร

15.06.17 | 13:15 น.

เดือนมิถุนายนเรื่อยไปจนถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะเป็นฤดูการรับประทานทุเรียน ผลไม้ที่ทั้งคนไทยและฝรั่งให้สมญานามว่าเป็นราชาของผลไม้ หรือ King of fruit และในบรรดาทุเรียนที่ว่าเป็นราชาของผลไม้นั้น ทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์ เป็นทุเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพสูงและเป็นที่นิยมมากที่สุด

ทางจังหวัดนนทบุรี สามารถทำให้ทุเรียนเมืองนนท์เป็นข่าวได้ทุกปี โดยการจัดประมูลทุเรียนพันธุ์ก้านยาวเพื่อหารายได้เป็นกิจกรรมการกุศล ปีนี้ทุเรียนที่ได้รับการประมูลสูงสุดมีราคาถึง 300,000 บาท สูงกว่าปีที่แล้วที่ประมูลทุเรียนพันธุ์ก้านยาวถึง 210,000 บาท ปีนี้ได้เงินจากการประมูลทุเรียนไปกว่า 2 ล้านบาท ทุเรียนที่ราคาแพงรองลงไปจากพันธุ์ก้านยาว ก็คือทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ทำราคาประมูลได้ถึง 250,000 บาท

ปีที่แล้วทุเรียนไทยเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อพ่อค้าจีนยกขบวนกันมาซื้อทุเรียนแบบเหมายกสวนล่วงหน้า ตั้งแต่ทุเรียนเริ่มออกดอก เมื่อทุเรียนสุกก็จะตัดใส่ตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศปิดผนึกอย่างดี ส่งไปให้ลูกค้าที่เมืองจีนทั้งหมด เป็นเหตุให้ราคาทุเรียนถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากกิโลกรัมละ 50-60 บาท เป็นกิโลกรัมละ 150-250 บาท

ทุเรียนที่พ่อค้าจีนตัดไปนั้น จะเลือกเอาเฉพาะผลที่สมบูรณ์ทั้งรูปร่างภายนอกและเนื้อในพู โดยเขาจะจ้างผู้เชี่ยวชาญคนไทยที่มีความรู้ในเรื่องทุเรียนโดยเฉพาะเป็นผู้ทำงานให้ ซึ่งทำกันเป็นธุรกิจใหญ่

ชาวจีนนั้นเหมือนกับชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ที่มีรสนิยมการรับประทานทุเรียนแบบเนื้อสุกงอม ไม่เหมือนคนไทยภาคกลางที่นิยมรับประทานที่สุกเหมือนกันแต่ไม่สุกจนงอมจนเนื้อเละ

Advertisement

ทุเรียนพันธุ์ก้านยาวนอกจากที่เมืองนนท์แล้วก็ยังมีที่อื่นด้วย เช่น เมืองทางฝั่งตะวันออกแถวระยอง จันทบุรี และตราด แต่ก็มีไม่มากนักและคุณภาพสู้ของเมืองนนท์ไม่ได้ เพราะผลผลิตต่อต้นมีน้อย ที่นิยมปลูกกันมากก็พันธุ์หมอนทอง เมล็ดลีบ เนื้อหนา สีเหลืองแต่ไม่เข้มมากนัก..

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ผู้รับประทานไม่ได้รับประทานเพราะมีรสอร่อยหวานมันเท่านั้น  แต่เป็นผลไม้ที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงสำหรับผู้ที่ไม่เคยชินหรือผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นที่รุนแรง แต่สำหรับผู้ที่คุ้นเคยและได้พัฒนารสนิยมจนชอบแล้วจะชอบกลิ่นทุเรียนเป็นอันมาก หลายๆ คนเมื่อยังอยู่ในวัยเด็กจะรู้สึกเกลียดกลิ่นทุเรียนมากจนไม่อยากจะเข้าใกล้ ถ้าใครเอาทุเรียนเข้ามาเป็นต้องกระโจนออกหลังบ้าน แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นและได้รับประทานก็รู้สึกชอบและยินดีจะจ่ายเงินซื้อทุเรียนด้วยราคาแพงๆ

ความที่ทุเรียนเป็นผลไม้กลิ่นแรง การบินพลเรือนทุกสายการบินจึงห้ามนำทุเรียนขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะนำขึ้นเองหรือส่งขึ้นบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นสายการบินภายในประเทศหรือสายการบินระหว่างประเทศ

ทุเรียนพันธุ์หมอนทองจึงเป็นคู่แข่งของพันธุ์ก้านยาว เมื่อ 20 ปีก่อนทางฝั่งตะวันออกมีทุเรียนหลายพันธุ์ที่เป็นคู่แข่งกับหมอนทอง ในแง่ชาวสวนก็คือ พันธุ์ชะนี ที่มีผลใหญ่ แต่ความนิยมสู้หมอนทองไม่ได้ ทุเรียนชะนีจึงค่อยๆ หายไปจากตลาด

เกษตรกรไทยนั้นตอบสนองต่อราคาหรือผลตอบแทนเร็วมาก บวกกับเป็นผู้ใฝ่หาความรู้ที่ตื่นตัวอยู่เสมอและไวต่อโอกาสมาก ชาวสวนทุเรียนก็ตอบสนองต่อโอกาสและผลตอบแทนอยู่เสมอเช่นเดียวกัน..

การที่ชาวจีนหันมานิยมบริโภคทุเรียน หลังจากชาวจีนที่สิงคโปร์และฮ่องกงรวมทั้งที่มาเลเซียนิยมมานานแล้ว น่าจะปลอดภัยสำหรับชาวสวนทุเรียน เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่ใครได้รับประทานก็จะติดใจในรสและกลิ่นของทุเรียน แล้วก็คงจะไม่เลิกนิยมอย่างง่ายๆ ทุเรียนจึงไม่ได้เป็นผลไม้แฟชั่นเหมือนผลไม้อื่นๆ ที่มักจะมีความนิยมในช่วงเวลาที่ไม่ยาว และนิยมกันเป็นแฟชั่นเท่านั้นเอง เช่น แก้วมังกร กีวี และอื่นๆ ที่นิยมกันเป็นกระแส เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปีความนิยมก็จางหายไป

แต่เป็นของปกติสำหรับสินค้าเกษตรทุกอย่างก็คือ เมื่อตลาดมีความนิยมราคาก็แพงขึ้น เมื่อราคาแพงขึ้นผู้ผลิตหรือเกษตรกรก็จะลงทุนขยายการเพาะปลูกมากขึ้น จนสินค้าล้นตลาด เมื่อสินค้าล้นตลาดราคาก็จะต่ำลงและต่ำลงจนต่ำกว่าต้นทุนของชาวสวน ถึงตอนนั้นชาวสวนก็จะขาดทุนแล้วก็จะตัดโค่นต้นผลไม้ลง จนเมื่อผลผลิตลดลงราคาก็จะสูงขึ้นอีก พฤติกรรมของตลาดอย่างนี้นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “ทฤษฎีใยแมงมุม” หรือ “cobweb theorem”

เมื่อปริมาณการผลิตลดลง ก็จะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินเข้ามาประกันราคาบ้าง ให้รัฐบาลนำเงินออกมาซื้อเพื่อพยุงราคาบ้าง มาตรการดังกล่าวแม้จะช่วยเกษตรกรที่เข้าถึงมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลได้ แต่ก็ไม่อาจจะฝืนกลไกทางการตลาดได้ แต่จะทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อนานออกไปกว่าเวลาตามปกติที่ควรจะเป็น

เมื่อ 2-3 ปีมานี้ทุเรียนป่าหรือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองหรือทุเรียนบ้านก็กลับมาได้รับความนิยมอีก สาเหตุคงจะเป็นเพราะปริมาณการผลิตลดลง ขณะเดียวกันก็ยังมีความนิยม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวปักษ์ใต้ที่ยังนิยมบริโภคทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองหรือทุเรียนป่าที่เชื่อว่าเป็นทุเรียนที่ขึ้นเองตามเชิงเขา ชาวสวนมักจะเก็บทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองนี้ไว้แต่ก็มาไม่ถึงกรุงเทพฯเพราะคนใต้นิยม จึงไม่เหลือขึ้นมาขายถึงกรุงเทพฯหรือที่ภาคกลาง..

ในสมัยที่การส่งออกยังทำได้ไม่มากนัก เมื่อถึงปลายฤดูแล้วทุเรียนยังมีเหลือมาก จึงนิยมเอาทุเรียนที่เหลือปลายฤดูนำมาทำเป็นทุเรียนกวนโดยใช้เนื้อทุเรียนต่อน้ำตาลมะพร้าวในอัตรา 10 ต่อ 1 ก็จะได้ทุเรียนกวนรสหอมหวานเก็บไว้ได้ตลอดปี เพราะกวนจนแห้งไม่มีน้ำให้ขึ้นราได้ ต่อมาเมื่อมีการปลูกทุเรียนพันธุ์ เมื่อเห็นว่าทุเรียนออกผลมากเกินไปก็อาจจะเก็บทุเรียนดิบมาฝานทำเป็นทุเรียนทอด ซึ่งก็ได้ราคาดี รวมทั้งเมื่อมีการเหมายกสวนเพื่อส่งออกไปจีน จึงเหลือทุเรียนทำทุเรียนกวนน้อยลง

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหน ก็จะเห็นแผงขายทุเรียนมีอยู่ทั่วไปเช่นเดียวกับผลไม้อย่างอื่น เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ เงาะ มังคุด ลางสาดหรือลองกอง เสาวรส และอื่นๆ ซึ่งมีรสชาติดีกว่า แอปเปิล พีช พลัม แอปริคอต ซึ่งเป็นผลไม้เมืองหนาวเป็นอันมาก เมื่อสหรัฐและชาติตะวันตกกดดันให้เราเปิดตลาดแอปเปิล สตรอเบอรี่ พีช พลัม พลับและอื่นๆ พวกเราหลายคนก็ตกใจ เกรงว่าผลไม้เมืองหนาวเหล่านี้จะมาตีตลาดผลไม้ไทย จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งปรากฏว่าไม่เป็นความจริง ผลไม้เมืองหนาวเหล่านั้นคนไทยไม่ชอบบริโภคแต่นิยมใส่กระเช้าของขวัญให้ดูเป็นของมีราคาเท่านั้นเอง เมื่อรับไปแล้วก็แจกต่อ ไม่เหมือนผลไม้ไทยที่ได้รับแล้วก็จะเก็บไว้รับประทานเอง

ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน ในทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา แม้แต่ละตินอเมริกา ก็สามารถหาทุเรียนไทยรับประทานได้ ถ้าไม่มีเป็นลูกก็จะมีที่แกะเป็นพูแช่แข็งไว้บริการ เพราะผู้คนเกือบจะทั่วโลกรู้จักในรสชาติและกลิ่นของทุเรียนกันแล้ว

ทุเรียนสมัยนี้มีวิธีปลูกโดยใช้ตอของทุเรียนป่าแล้วเสียบยอดด้วยทุเรียนพันธุ์ จากนั้นก็ใช้ปลูกเป็นเวลา 5-7 ปี จึงจะให้ผล วัฏจักรของการให้ผลผลิตก็ใช้เวลานานกว่าพืชเศรษฐกิจยืนต้นชนิดอื่น เช่น ยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน หรือแม้แต่มะม่วง แม้ว่าดูจะปลอดภัยกว่าแต่ก็ยังเป็นไปตามกฎ “ทฤษฎีใยแมงมุม” อยู่ดี

ข้อสำคัญคือรัฐบาลไม่ควรไปยุ่ง ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดดีที่สุด..

ชาวสวนผลไม้รวมทั้งเกษตรกรที่ทำสวนอย่างอื่น ส่วนมากจะมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าเกษตรกรที่ปลูกพืชล้มลุก และเนื่องจากสินค้าเกษตรนั้นไม่มีผู้ใดควบคุมราคาตลาดได้ การแทรกแซงราคาของรัฐบาลจึงเป็นการใช้งบประมาณจากภาษีอากรที่ไม่คุ้มค่า ควรจะใช้งบประมาณเหล่านี้เพื่อกิจการอื่นๆ เช่น การลงทุนในโครงการพื้นฐานอื่นๆ งานวิจัยพื้นฐานต่างๆ ทั้งเรื่องพืชล้มลุก พืชสวน การประมงน้ำจืด ประมงน้ำกร่อย ประมงทะเลและชายฝั่ง ระบบน้ำเพื่อการเกษตร ปศุสัตว์และอื่นๆ
แม้ว่าขณะนี้ราคาทุเรียนจะเป็นที่พอใจ แต่ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ว่าอีก 5-6 ปีข้างหน้าอาจจะไม่เป็นอย่างนี้ก็ได้อย่างเดียวกับยางพารา
นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรเลยเขียนเรื่องทุเรียน

 

วีรพงษ์ รามางกูร