หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ทวงคืนจากเขา แต่เราต้องส่งคืนด้วย โบราณวัตถุจากท้องถิ่น

15.06.17 | 12:13 น.

ไทยต้องการทวงคืนโบราณวัตถุที่ถูกขนไปอยู่ต่างประเทศ แต่ไทยก็ควรส่งคืนท้องถิ่นด้วยบรรดาที่ขนจากท้องถิ่นไปไว้ส่วนกลาง

ทวงคืนจากต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง “คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศ กลับคืนสู่ประเทศไทย”

มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรการการดำเนินงานและวางกรอบแนวทางการปฏิบัติ เพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยที่สูญหายไปจากประเทศไทย และปรากฏอยู่ ณ ต่างประเทศ, สำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมรายละเอียดข้อมูลโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศ, ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยที่อยู่ในต่างประเทศให้กลับมาเป็นสมบัติและมรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

[มติชน ฉบับวันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560 หน้า 1, 12]

Advertisement

 

ส่งคืนท้องถิ่น

ไทยควรมีคณะกรรมการอื่นเพิ่มอีกที่เกี่ยวเนื่องกันคือ กรรมการพิจารณาส่งคืนโบราณวัตถุในไทย สู่เจ้าของเดิมหรือท้องถิ่นเดิม มีภารกิจดังนี้

  1. ส่งคืนโบราณวัตถุให้ประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในไทย แล้วทางการไทยจับได้ ซึ่งพบบ่อยๆ และเคยส่งคืนบ้าง ทำลืมไม่ส่งบ้าง ต่อไปนี้ควรส่งคืนให้หมด
  2. ส่งคืนโบราณวัตถุให้ท้องถิ่นไทย เพราะข้าราชการเคยขนเข้าส่วนกลาง หรือมีผู้ลักลอบขน แล้วถูกจับได้ มีตัวอย่างดังนี้

โบราณวัตถุจากเมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ที่ขนย้ายไปไว้ที่ต่างๆ ควรส่งคืนเมืองอู่ทอง เพราะมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองเป็นที่จัดแสดงอยู่แล้ว

โบราณวัตถุจากเมืองมโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ที่ขนย้ายไปไว้ที่ต่างๆ ควรส่งคืนแล้วสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ ขึ้นใหม่ไว้ในเขตเมืองมโหสถเพื่อจัดแสดงถาวร (กรมศิลปากร สมัยอธิบดีฯ เอนก สีหามาตย์ เคยตกปากรับคำกันแล้วในที่ประชุมร่วมกับตัวแทนชาว          อ. ศรีมโหสถ แต่อธิบดีคนใหม่ไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้นั้น ถ้าเป็นอย่างนี้จะมีเหลืออะไรให้เคารพเชื่อถือจากท้องถิ่น)

 

ทวงคืนทับหลังนารายณ์ฯ

ทวงคืนโบราณวัตถุของไทยจากต่างประเทศ ไม่ง่าย แต่ต้องทำอย่างไม่สิ้นเพียร แล้วทำสม่ำเสมออีกนานมากควบคู่ไปกับแบ่งปันข้อมูลความรู้สู่สาธารณะ

[การแบ่งปันข้อมูลความรู้สู่สาธารณะ ต้องว่ากันเป็นเรื่องต่างหากออกไปในวันหนึ่งข้างหน้า]

ข้าราชการพวกเดียวเคยทวงคืนแล้ว แต่ไม่เคยสำเร็จ (เพราะถือตัวไม่ร่วมกับมวลชน)

ดังนั้นต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อดีข้อด้อยกรณีทวงคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์         ที่สำเร็จโดยการรวมพลังจากสาธารณชนหลายพวกหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน

 

ทับหลังนารายณ์ฯ พนมรุ้ง

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ปราสาทพนมรุ้ง (บุรีรัมย์) ถูกโจรกรรมไปจัดแสดงอยู่สถาบันศิลปะแห่งเมืองชิคาโก สหรัฐ ซึ่งได้รับยกย่องดีมาก

ไทยทวงคืนนานหลายปีมาก จนในที่สุดคนอเมริกันกลุ่มหนึ่งร่วมกันหาทางส่งคืนไทย

 

 

นักการเมืองผลักดัน

กลุ่มริเริ่มผลักดันจนสำเร็จเป็นคณะนักการเมืองในสภาครั้งนั้น (ก่อนหน้านั้นข้าราชการประจำทำแล้วหลายปี แต่ไม่สำเร็จ ส่วนทหารไม่เคยทำ)

 

คนไทยในสหรัฐรวมพลัง

กลุ่มดำเนินการสำเร็จ (หลังริเริ่มโดยนักการเมือง) เป็นบรรดาคนไทยรัฐต่างๆ ในสหรัฐขณะนั้น ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น คนทำงานอาชีพต่างๆ, นักเรียน นักศึกษา, ฯลฯ รวมทั้งโรบินฮู้ด

 

กลุ่มชิคาโกเป็นหัวหอก

คณะทำงานที่เป็นหัวหอกทวงคืนทับหลัง เป็นกลุ่มคนไทยในเมืองชิคาโก (เพราะทับหลังอยู่เมืองชิคาโก)

ผู้ทำหน้าที่สำคัญคนหนึ่ง (ในหลายคน) โดยได้รับฉันทานุมัติจากคณะทำงานไทยในเมืองชิคาโก ให้มีหน้าที่ติดตามงานวิชาการ และร่วมปฏิบัติการเรียกร้องต่อรองกับฝ่ายสหรัฐ แล้วแถลงเป็นข่าวผ่านสื่อทั่วโลก จึงล่วงรู้เส้นสนกลในดีที่สุด คือ วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ [ปัจจุบันเป็นอธิการบดีฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นอย่างอื่นอีก (ที่ผมไม่รู้) แต่ขณะนั้นกำลังเรียนรัฐศาสตร์ อยู่มหาวิทยาลัยในเมืองชิคาโก]

 

กลุ่มราชการในไทย

ราชการไทยโดยกรมศิลปากร (สมัยนั้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ) เข้าร่วมทวงคืนทับหลังในตอนท้าย เมื่อท่าทีสหรัฐอ่อนลงแล้วจากการทำงานของกลุ่มคนไทยในสหรัฐ และถูกร้องขอจากกลุ่มคนไทยในเมืองชิคาโก

ส่วนสมาคมเกี่ยวกับโบราณคดีไทยในกรุงเทพฯ ขณะนั้นไม่ร่วมทวงคืน อ้างว่าไม่ การเมือง ทั้งๆ วิชาโบราณคดีและประวัติศาสตร์ที่เขาเรียนจบมา คือผลิตผลทางการเมืองการปกครองของรัฐจารีต