หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | วัดพุทไธศวรรย์ และพระเจ้าอู่ทอง ‘เทพบิดร’ กษัตริย์อยุธยา

17.09.26 | 17:07 น.
พระปรางค์ประธานวัดพุทไธศวรรย์ (ด้านทิศเหนือ) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยุธยา

วัดพุทไธศวรรย์ (อยุธยา) ควรคืนสภาพเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นมาและเรื่องราวความเปลี่ยนแปลทางประวัติศาสตร์ของสยามความเป็นไทยแรกเริ่มสมัยอโยธยา-อยุธยาที่มีหลักฐานวิชาการยืนยันแข็งแรง


รัฐบาลต้องอุดหนุนทุนทรัพย์วัดพุทธไธศวรรย์สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้รากเหง้าของไทย เพื่อให้ทางวัดเลิก “พุทธพาณิชย์” ที่หลอกลวงมอมเมาประชาชนแล้วยักยอกทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นส่วนตน

เทพบิดร

ผีบรรพชนของกษัตริย์โบราณถูกสถาปนายกย่องเป็นเทวดา เรียก “เชษฐบิดร” หรือ “เทพบิดร” (ตามประเพณียกย่องชายมีอำนาจเหนือหญิง)

Advertisement

วัดพุทไธศวรรย์ (อยุธยา) เป็นที่สถิต “เทพบิดร” ของกษัตริย์วงศ์สุพรรณภูมิ คือท้าวอู่ทอง หรือพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งมีความเป็นมาและเรื่องราวความเปลี่ยนแปลง ดังต่อไปนี้

พระพุทธรูปทรงเครื่องที่มุขของพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ (ด้านทิศเหนือ) ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระอธิบายว่าเป็นพระรูปพระเทพบิดร (ภาพและคำอธิบายโดย รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

 

พระพุทธรูปทรงเครื่องที่มุขของพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์ (ด้านทิศเหนือ) ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีพระอธิบายว่าเป็นพระรูปพระเทพบิดร (ภาพและคำอธิบายโดย รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล มหาวิทยาลัยรามคำแหง)

(1.) สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ จ. พระนครศรีอยุธยา ก่อน พ.ศ. 1800เป็นพื้นที่ซ่องสุมกำลังอย่างมั่นคงของคน 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ สยามกับละโว้ ที่ชนชั้นนำมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติทางการแต่งงาน

สยาม มีศูนย์กลางอยู่เมืองสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง ขยายพื้นที่ครอบครองฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ละโว้ มีศูนย์กลางอยู่เมืองละโว้ (ลพบุรี) ลุ่มน้ำป่าสัก-บางขาม ขยายพื้นที่ครอบครองฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

(2.) บริเวณ จ. พระนครศรีอยุธยา ก่อน พ.ศ. 1800 มีศูนย์กลาง 2 แห่ง ดังนี้

สยาม มีศูนย์กลางอำนาจอยู่เวียงเหล็ก ซึ่งมีพระตำหนักเวียงเหล็กเป็นที่ประทับ (ฝั่งตะวันตกและทางใต้แม่น้ำเจ้าพระยา) มีวีรบุรุษในตำนาน คือ “ท้าวอู่ทอง” หรือ “พระเจ้าอู่ทอง” (ไม่มีตัวตนจริง)

ละโว้ มีศูนย์กลางอำนาจอยู่เมืองอโยธยา (ฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา) กษัตริย์วงศ์ “รามาธิบดี” (มีตัวตนจริง) ไม่ใช่พระเจ้าอู่ทอง

(3.) การช่วงชิงอำนาจของสยามกับละโว้ ดังนี้

สมัยแรก วงศ์รามาธิบดี (ละโว้) มีอำนาจสถาปนาอยุธยา (สืบเนื่องจากอโยธยา) มีเทพบิดรอยู่ปราสาทพระเทพบิดรในวังหลวง

สมัยต่อมา วงศ์อู่ทอง (สุพรรณภูมิ) ยึดอำนาจครองอยุธยาด้วยการกำจัดวงศ์ละโว้

หลังจากนั้นพระบรมไตรโลกนาถ “ถวายวังเป็นวัด” ด้วยการยกตำหนักเวียงเหล็ก(ของวงศ์สุพรรณภูมิ) เป็นวัดพุทไธศวรรย์ โดยสถาปนาพระปรางค์เป็นประธานของวัดและเป็นที่สถิตพระเทพบิดรคือพระเจ้าอู่ทอง (วงศ์สุพรรณภูมิ)

กฎมณเฑียรบาลสมัยอยุธยาตอนต้น (แผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ) ระบุเรื่องพระราชพิธีเดือน 12 จองเปรียงลดชุดลอยโคม แสดงความสำคัญอย่างยิ่งของปราสาทเทพบิดร วัดพุทไธศวรรย์ โดยกำหนดให้เริ่มพระราชพิธีที่วัดพุทไธศวรรย์ พระเจ้าแผ่นดินจากวังหลวงเสด็จขึ้นบวงสรวงพระเทพบิดร มีจุดดอกไม้ไฟและเล่นหนัง (ใหญ่) จากนั้นจึงเสด็จทางชลมารคไปสถานที่อื่นๆ

นับแต่นั้น “พระเจ้าอู่ทอง” (วงศ์สุพรรณภูมิ) ถูกยกย่องเป็นหนึ่งเดียวกับ “รามาธิบดี” (วงศ์ละโว้) กษัตริย์สถาปนาอยุธยา ทำให้สมัยหลังทางการระบุพระเจ้าอู่ทอง คือรามาธิบดี หรือรามาธิบดีคืออู่ทอง (ซึ่งตามหลักฐานแล้วไม่ใช่)

ชวน วธ. ร่วมกันทำงานแบ่งปันข้อมูล

เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเวียงเหล็กของสยาม และพระตำหนักเวียงเหล็กของพระเจ้าอู่ทอง ถูกยกเป็นวัดพุทไธศวรรย์ แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวแบ่งปันข้อมูลนานมากจากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ทั้งๆ เป็นภาระหน้าที่โดยตรง

ตอนนี้จะ “ทอดหุ่ย” เหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว ขอร้องให้ วธ. กระตือรือร้นให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สม่ำเสมอเกี่ยวกับสยามความเป็นไทยที่มีหลักฐานส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญมากอยู่ในบริเวณวัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา