หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | พระคเณศพันปี ในพิพิธภัณฑ์เมืองมโหสถ จ.ปราจีนบุรี?

21.09.26 | 16:30 น.
Night at the Museum “คเณศจตุรถี” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ประสบความสำเร็จ เมื่อมีกิจกรรมดึงดูดคนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ วัน “คเณศจตุรถี” (กันยายน) ซึ่งเป็น วันสมโภชพระคเณศ เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหาร และขอให้กำจัด “หนู” ที่เป็นอุปสรรคการเพาะปลูก


พระคเณศจึงนั่งทับหนูเป็นบริวาร ไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านทำลายพืชผลการเกษตรของประชาชน

คเณศชยันตี (กุมภาพันธ์) เป็น วันเกิดพระคเณศ

[สรุปจากคำอธิบายของ อ.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อดีตอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (วิทยาเขตทับแก้ว นครปฐม) พิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ 16-22 กันยายน 2559]

Advertisement
พระคเณศเก่าสุด (1,300 ปีมาแล้ว) ใหญ่สุดในไทย (สูง 1.70 เมตร) ขุดพบในเทวาลัยกลางเมืองมโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ในกิจกรรม “คเณศจตุรถี” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยาน 2569

“คเณศจตุรถี” ต่อไปในปีหน้า ควรเชื่อมโยงเกษตรอินทรีย์ปลูกสมุนไพร และปลูกส้มโอ ตลอดจนผลไม้นานาพากันอุดมสมบูรณ์แล้วขายดีมีราคา

แต่ปัญหาของพิพิธภัณฑ์ ปราจีนบุรี มีดังนี้

(1.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หาคนเข้าชมไม่พบ แม้อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมหานคร

(2.) ปราจีนบุรี สร้างพิพิธภัณฑ์ฯ อยู่ในซอกระหว่างศาลากลางจังหวัดกับศาลจังหวัด ซึ่งชาวบ้านชาวเมืองหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้อยู่แล้วเป็นปกติ ดังนั้น ยากมากจะพบคนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ปราจีนบุรี

(3.) แต่ต้องชื่นชมผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ ปราจีนบุรี พยายามแก้ไขด้วยกิจกรรม Night at the Museum เพื่อดึงดูดคนเข้าชม-แม้เป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม

เมืองมโหสถ ต้นทางเก่าสุดเมืองปราจีนบุรี

จ. ปราจีนบุรี มีต้นทางหรือเมืองเก่าอยู่เมืองมโหสถ (อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี) ราว 1,500 ปีมาแล้ว หรือตั้งแต่เรือน พ.ศ. 1000 (รุ่นราวคราวเดียวกับเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี, เมืองนครปฐมโบราณ ฯลฯ)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ควรตั้งอยู่เมืองมโหสถ (อ.ศรีมโหสถ) เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง อยู่ที่เมืองอู่ทอง (อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี)

แต่แล้วไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ตัวจังหวัดปราจีนบุรี (ไม่อยู่เมืองมโหสถ อ.ศรีมโหสถ) แต่โบราณวัตถุเกือบทั้งหมดที่จัดแสดงล้วนพบและขนย้ายไปจากเมืองมโหสถ (ตามสภาพการเมืองแบบอาณานิคมภายใน)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี มีเรื่องราวความเป็นมาและความเปลี่ยนแปลงอย่างพิสดารพอสมควร ดังต่อไปนี้

(1.) เมืองมโหสถ “ดงศรีมหาโพธิ์” อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี เป็นที่รู้จักของคนกลุ่มแคบๆ ตั้งแต่กวาดต้อนลาวพวนไปตั้งถิ่นฐานในแผ่นดิน ร.3 จากนั้นพบพระพุทธรูปทองคำ ถวาย ร.4 (มีนามต่อมาว่า “พระนิรันตราย”) ร.5 มีพระราชหัตถเลขาเล่าเรื่องลาวพวนดงศรีมหาโพธิ์ ครั้นถึง ร.6 รับทูลเกล้าฯ ถวายครุฑ (กะไหล่ทอง) จากเมืองมโหสถ

(2.) หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เมืองมโหสถมีความเคลื่อนไหวดังนี้

กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมืองมโหสถ พ.ศ.2478 และเริ่มขุดแต่งครั้งแรก พ.ศ. 2508

คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขุดแต่งโบราณสถาน “พานหิน” (ปริมณฑลเมืองมโหสถ บ้านโคกขวาง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี) พ.ศ.2509 แล้วจัดทัวร์ไปเมืองมโหสถ พ.ศ. 2510 กระตุ้นความสนใจของคนทั่วไปได้ไม่น้อย แต่ไม่มากนัก

(3.) พ.ศ. 2515 เมืองมโหสถเป็นที่รู้จักกว้างขวางกว่าแต่ก่อน กรมศิลปากร มีแนวคิดสร้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราวของเมืองมโหสถ

จึงส่งภัณฑารักษ์ถามความเห็นผู้รู้และผู้เกี่ยวข้องท้องถิ่นเมืองมโหสถ ว่าพิพิธภัณฑ์ควรตั้งที่ไหน? ระหว่างท้องที่เมืองมโหสถกับตัวจังหวัดปราจีนบุรี

คนท้องถิ่นเมืองมโหสถ (เมื่อ พ.ศ.2515) มีความเห็นว่าควรสร้างที่เมืองมโหสถ (โดยอ้างถึงเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี)

กรมศิลปากรเห็นว่าท้องถิ่นเมืองมโหสถขณะนั้น (พ.ศ.2515) ไม่เจริญ เป็นดงป่า ถนนหนทางไม่สะดวก และมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ฯลฯ เป็นปัญหาการรักษาความปลอดภัยโบราณวัตถุ และอื่นๆ

คนท้องถิ่นอธิบายว่ากรมศิลปากรไม่สร้างเสร็จในพริบตาหรือในปีเดียว แต่ที่ผ่านมากว่าจะสำเร็จใช้เวลามากกว่า 10 ปี ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นท้องที่เมืองมโหสถเจริญก้าวหน้าถนนหนทางสะดวกแล้ว

(4.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สร้างบนที่ราชพัสดุ ระหว่างศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) กับศาลจังหวัดปราจีนบุรี โดยการตัดสินใจของผู้บริหารกรมศิลปากรสมัยนั้น (พ.ศ.2518)

สร้างเสร็จเปิดให้ประชาชนเข้าชม พ.ศ.2528 (ใช้เวลาก่อสร้างและจัดแสดงภายในราว 10 ปี)

ขณะนั้นเมืองศรีมโหสถเจริญก้าวหน้ามากแล้ว แต่ไม่มีพิพิธภัณฑ์ ทั้งๆ ควรจะมีอย่างยิ่ง

พิพิธภัณฑ์ฯ เมืองมโหสถ

เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร (ท่านหนึ่ง) เห็นด้วยและรับปากกับชาวบ้านปราจีนบุรี ศรีมโหสถกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันเรียกร้องให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ไปอยู่เมืองมโหสถ อ.ศรีมโหสถ

ต่อมามีอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่ กลับคำไม่เห็นด้วย จึงไม่เคลื่อนไหวใดๆ ทำให้เมืองมโหสถไม่มีพิพิธภัณฑ์ (ซึ่งควรจะมีตั้งแต่แรก)

แนวทางแก้ไขเรื่องนี้ น่าจะทำดังนี้

(1.) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เน้นจัดแสดง ประวัติศาสตร์ปราจีนบุรี ซึ่งมีมาก ตั้งแต่เส้นทางเดินทัพ จนถึงเหมืองทองคำและศาลเจ้าพ่อสำอางค์ (พระปรีชากลการ วิศวกรขุดเหมืองทองคำคนแรกของสยาม)

(2.) สร้างใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมืองมโหสถ ที่ อ. ศรีมโหสถ โดยจัดแสดงโบราณวัตถุจากเมืองมโหสถ โดยเฉพาะ “พระคเณศ” และอื่นๆ

[สุพรรณบุรี มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2 แห่ง คือ ที่ อ.อู่ทอง ละ อ.เมืองฯ]

พระคเณศพันปี ขุดพบในเทวาลัยกลางเมืองมโหสถ ซึ่งควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ฯ เมืองมโหสถ (อ.ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี) ถ้าทำได้อย่างนี้ จะสร้างประโยชน์อย่างยิ่งให้ท้องถิ่นศรีมโหสถ โดยเฉพาะท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “เวลเนส” ของคนในไทยและในโลก