กลอนสุภาพ หรือกลอนแปด มีแล้วตั้งแต่ยุคพระเจ้าตาก ก่อนสุนทรภู่เกิดในแผ่นดิน ร.1
สุนทรภู่ไม่ได้คิดขึ้นเองเรื่องฉันทลักษณ์กลอนสุภาพ ที่เรียกทั่วไปว่ากลอนสุนทรภู่ แต่ได้ต้นแบบจากกลอนมีอยู่ก่อนแล้วเอามาต่อยอดสร้างสรรค์เพิ่มเติม
จากนั้นเป็นที่นิยมแพร่หลายมากจนทุกวันนี้ บางทีเรียกกลอนตลาด
ท้าวปาจิต นางอรพิม
ต้นแบบกลอนสุภาพ สุนทรภู่ได้จากนิทานกลอนเรื่องปาจิตกุมาร (ชื่อทางการว่า ปาจิตกุมารกลอนอ่าน) โดยกวีคนหนึ่ง (ซึ่งยังไม่พบชื่อ) แต่งเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2316 (หลังกรุงแตก 6 ปี)
เป็นช่วงต้นแผ่นดินพระเจ้าตาก ยุคกรุงธนบุรี ขณะนั้นมีศึกอยู่เมืองพิชัย (อ. พิชัย จ. อุตรดิตถ์)
ปาจิตกุมาร มาจากนิทานชาวบ้านเรื่อง ท้าวปาจิต นางอรพิม ที่ชาวบ้านผูกขึ้นบอกเล่าความทรงจำเกี่ยวกับอาคารสถานที่ในเมืองพิมาย เช่น ปรางค์พรหมทัต, เมรุพรหมทัต, ท่านางสระผม, สระแก้ว สระขวัญ ฯลฯ
[ผู้ต้องการรู้ละเอียดมากกว่านี้ขอแนะนำหนังสือ 2 เล่ม (1.) วรรณกรรมสมัยธนบุรี (เล่ม 2) กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2533 (2.) อิทธิพลกลอนอ่านในนิทานคำกลอนของสุนทรภู่ โดย ทิพวัน บุญวีระ กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2541]
พลังสร้างสรรค์
กวี (ซึ่งยังไม่พบชื่อ) ผู้แต่งนิทานกลอนเรื่อง ปาจิตกุมาร น่าจะเป็นคนโคราช-พิมาย ลุ่มน้ำมูล ที่มีบรรพชนเป็นคนอยุธยา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
แล้วเป็นข้าหลวงเดิม กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง) เมื่อครั้งเป็นพระยาสุริยอภัย (ทองอิน) เจ้าเมืองนครราชสีมา
เมืองนครราชสีมาสถาปนาโดยรัฐอยุธยา เรือน พ.ศ. 2000 (ก่อนแผ่นดินพระนารายณ์หลายร้อยปี) ทำให้วัฒนธรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยาแพร่เข้าไปในเมืองนครราชสีมา เช่น สำเนียงโคราช, เพลงโคราช ฯลฯ
[คุณขรรค์ชัย บุนปาน กำหนดให้ผมเขียนบอกเล่าอย่างละเอียด พร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี มีในหนังสือโคราชของเรา (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558) หนังสืออย่างนี้ขายยาก จึงมีขายตลอดกาล หาคนอ่านไม่ได้ เพราะเขียนไม่ดีไม่สนุก]
สุนทรภู่ เกิดที่วังหลัง เรียนหนังสือในสำนักหลวงที่อุปการะโดยเจ้านายสมัย ร.1 (วังหลวง วังหน้า วังหลัง) จึงอ่านสมุดข่อยนิทานกลอนเรื่องปาจิตกุมาร ตั้งแต่อ่านออกเขียนได้ จนผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยเลียนแบบฉันทลักษณ์กับพล็อตบางอย่างไปแต่งพระอภัยมณี
เพราะสมุดข่อยต้นฉบับเรื่องนี้พบในวังหลัง แต่งด้วยฉันทลักษณ์กลอนลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่สืบมาแต่ยุคอยุธยา
ตำนานนิทานมีพลังผลักดันความคิดสร้างสรรค์ ไม่แต่วรรณกรรม หากรวมถึงจิตรกรรม ประติมากรรม และคีตกรรม นอกจากนั้นบางอย่างเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์อย่างสำคัญ
การศึกษาไทยไม่ควรเน้นวรรณกรรมราชสำนักเท่านั้น แต่ควรยกความสำคัญของวรรณกรรมชาววัดกับชาวบ้านด้วย เช่น ตำนานนิทาน ฯลฯ
ปราสาทพิมาย
ปราสาทพิมาย อ. พิมาย จ. นครราชสีมา (ต้นลุ่มน้ำมูล) ผมไปถึงบริเวณทางเข้าด้านหน้าเมื่อตอนสายวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560 หลังจากทำธุระเสร็จแล้วเมื่อเย็นวานเรื่องหมอขวัญที่ร้อยเอ็ด เลยออกแต่เช้าตรู่ก่อนหกโมงเพื่อมีเวลาเหลือแวะไปเยี่ยมยามเมืองพิมายก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ
อั้นมานาน ผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่เฝ้าทางเข้าตรงนั้นเพื่อเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ทางขวา
ห้องน้ำสะอาดสะอ้านมากทำให้ยืนเยี่ยวอย่างเป็นสุขยิ่ง เสร็จแล้วเดินออกมายืนมองหาไม่เห็นยอดปราสาท เพราะมีต้นไม้ใบหนาบังหมด
แต่แล้วนึกขึ้นได้ว่า อ้าว ตายห่า นี่กูเยี่ยวรดหน้าปราสาทพิมายนี่หว่า คิดแล้วหดจู๋เลย
สถานที่ซึ่งจัดให้คนเยี่ยวรดหน้าปราสาทพิมาย มีนานมากแล้ว อยู่ในอำนาจและอำนวยของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลเผด็จการทหาร (ที่มาจากการยึดอำนาจ) ควรใช้ ม.44 ซะดีมั้ย? รื้อห้องน้ำ จะได้ไม่มีคนขี้เยี่ยวหน้าปราสาทพิมาย

