หน้าแรก คอลัมนิสต์ สายเกินไป โดย...

สายเกินไป โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

28.06.17 | 15:15 น.

ก่อนเดือนมิถุนายนจะผ่านพ้นไป ทบทวนเหตุการณ์ใหญ่ๆ ของโลกในช่วงกลางปีนี้กันก่อน

เฉพาะเดือนที่ 6 ของปีนี้ เกิดโศกนาฏกรรมติดๆ กันหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตพร้อมกันจำนวนมาก

ในโลกตะวันตก เกิดไฟไหม้อาคารสูง เกรนเฟรล ทาวเวอร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถึงวันนี้พบผู้เสียชีวิตในเหตุไฟไหม้แล้ว 79 ราย ส่วนประเทศโปรตุเกสมีไฟป่าโหมเข้ามาถึงเขตที่อยู่อาศัย มีผู้เสียชีวิตราว 64 ราย

ขณะที่เอเชีย เกิดโศกนาฏกรรมตายหมู่ติดๆ กัน ทั้งจากภัยธรรมชาติที่บังกลาเทศน้ำโคลนจากภูเขาไหลท่วมบ้านเรือน ฝังทั้งเป็นชาวบ้านจนเสียชีวิตกว่า 134 ราย เช่นเดียวกับที่มณฑลเสฉวนของจีน หินและดินภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนชาวบ้าน คาดว่าไม่รอดแล้วกว่าร้อยราย

อุบัติเหตุเครื่องบินทหารพม่าตกในทะเลอันดามันก็ตายยกลำไปกว่า 122 ชีวิต และที่ปากีสถาน รถบรรทุกน้ำมันระเบิด ย่างสดเหยื่อไปกว่า 123 ราย

Advertisement

ส่วนสงครามปราบโจรใต้ในฟิลิปปินส์ ที่เมืองมาราวี ผ่านมาครบเดือน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 387 ราย แม้ส่วนใหญ่เป็นนักรบเมาเต 290 ราย แต่ที่เหลือก็เป็นทหารและชาวบ้าน

เมื่อมองภาพรวมของโศกนาฏกรรมที่มีคนเสียชีวิตพร้อมกันจำนวนมาก จะพบว่าหลายเรื่องป้องกันได้แต่ไม่ได้ทำ จึงเกิดเหตุที่เรียกว่า สายเกินไปŽ จะย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ มีแต่ต้องป้องกันภัยลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต ไม่ให้ซ้ำรอยเท่านั้น

โศกนาฏกรรมที่เกิดกับตัวบุคคลในเดือนนี้ ก็น่าสะเทือนใจเช่นกัน อย่างกรณีนักศึกษาอเมริกันวัย 22 ปี ที่ถูกจับขังในเกาหลีเหนือ กลับมาแผ่นดินเกิดในอเมริกาได้เพียง 6 วัน ก็สิ้นลมด้วยสาเหตุการตายอันเป็นปริศนา

เกาหลีเหนือปล่อยตัว นายออตโต วอมเบียร์ หลังจากแจ้งว่านักโทษชาวอเมริกันรายนี้มีอาการโคม่ามานาน 15 เดือน นับตั้งแต่ถูกตัดสินโทษจำคุก 15 ปี ฐานพยายามขโมยรูปที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาหลีเหนือในโรงแรม

การปล่อยตัวตามหลักมนุษยธรรมที่เกาหลีเหนือระบุนั้นจึงบ่งบอกว่ามันสายเกินไปแล้ว

อีกกรณีที่ทำท่าจะสายเกินไปเช่นกัน คือการปล่อยตัว นายหลิว เสี่ยวปอ อายุ 61 ปี นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 2553 ที่ยังไม่มีโอกาสไปรับรางวัลที่นอร์เวย์ และทำท่าว่าชีวิตนี้คงจะไปไม่ได้แล้วเพราะป่วยหนัก

นายหลิวเคยเป็นผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เคยติดคุกเพราะการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้หลีกหนีที่จะใช้ชีวิตเงียบๆ และสุขสบาย

เมื่อเป็นแกนนำไปยื่นเสนอการปฏิรูปประชาธิปไตย จึงถูกจับดำเนินคดีและถูกตัดสินจำคุก 11 ปี ตามความผิดฐานปลุกระดม เมื่อปี 2552

หลังจำคุกมานาน 3 ปี ทางการจีนมาปล่อยตัวเอาเมื่อนักโทษทางการเมืองรายนี้เป็นมะเร็งตับในขั้นสุดท้าย

โศกนาฏกรรมแบบนี้น่าสะท้อนใจ โดยเฉพาะคิดเปรียบเทียบกับหลายๆ คนในเมืองไทยที่ยังถูกคุมขังจากการเป็นนักโทษทางความคิด

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ สายเกินไปŽ ด้วยหรือไม่

……………

ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์