หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘ปราจีนบุรี’ น้ำล้นที่ราบลุ่ม

5.10.26 | 17:56 น.
น้ำล้นตลิ่ง ระหว่างไหลผ่านกลางเมืองปราจีนบุรี ภาพจากเพจ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี

น้ำล้นที่ราบลุ่มต่ำปราจีนบุรี เพราะเป็นพื้นที่รวมน้ำหลากซึ่งไหลจากที่ต่างๆ มากมายมหาศาลจากน้ำฝนทั้งตกแช่และไม่แช่จนน้ำทะลักตลิ่ง


แม่น้ำสายหลักของ จ.ปราจีนบุรี คือแม่น้ำปราจีนบุรี ไหลไปลงแม่น้ำบางปะกง (ฉะเชิงเทรา) ผ่าน อ.บางปะกง ออกทะเลอ่าวไทย

[บางปะกง หมายถึงย่านกุ้งชุม มาจาก “บองกอง” เป็นคำเขมร แปลว่ากุ้ง]

แม่น้ำปราจีนบุรี ได้ชื่อนี้เมื่อไหลผ่าน จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีลำน้ำหลายสายมารวมกัน คือ คลองพระสทึง, แม่น้ำพระปรง, แม่น้ำหนุมาน

Advertisement

[ข้อมูลหลักได้จาก อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2545 หน้า 124-125]

1.คลองพระสทึง (ยาว 164 กิโลเมตร) ต้นน้ำจากภูเขาในเขต จ.จันทบุรี ได้แก่ เขาทึ่งลึ่ง, เขาตะกวด, เขากลาง ในเขต อ.เขาคิชฌกูฏ ไหลผ่าน อ.สอยดาว-ไปสระแก้ว

[สทึง มาจากภาษาเขมรว่า ฉฺทิง แปลว่า แม่น้ำ (จ.ฉะเชิงเทรา มาจากภาษาเขมรว่า “ฉฺทิงเชฺรา” แปลว่า แม่น้ำลึก เชฺรา แปลว่า ลึก)]

เข้าเขต จ.สระแก้ว ไหลผ่าน อ.วังสมบูรณ์, อ.วังน้ำเย็น, อ.เขาฉกรรจ์, อ.เมืองฯ

เมื่อเข้าเขต จ.ปราจีนบุรี ไหลผ่าน อ.กบินทร์บุรี รวมกับแม่น้ำพระปรง

2.แม่น้ำพระปรง (ยาว 180 กิโลเมตร)

ต้นน้ำจากเทือกเขาใหญ่ (อยู่ทางเหนือ) ไหลลงทิศใต้ผ่าน อ.กบินทร์บุรี รวมกับคลองพระสทึง เป็นแม่น้ำปราจีนบุรี

3.แม่น้ำหนุมาน (ยาว 27 กิโลเมตร)

ต้นน้ำจากเทือกเขาใหญ่ เขต อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ไหลรวมแม่น้ำพระปรง ที่ อ.กบินทร์บุรี รวมเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี

แผนที่แสดงลำน้ำต่างๆ ไหลลงแม่น้ำบางปะกง บริเวณเคยเป็นทะเลอ่าวไทยนับหมื่นปีมาแล้ว จึงเป็นที่ราบลุ่มน้ำล้น

ความรุนแรงของน้ำในฤดูน้ำหลาก ทำให้เมืองมโหสถ (เมืองโบราณ ที่ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี 1,500 ปีมาแล้ว ซึ่งพบพระคเณศ สลักจากหินทราย อายุเก่าสุด และขนาดใหญ่สุด) ขุดคูน้ำกว้างใหญ่และลึก ขณะเดียวกันทำคันเบี่ยงเบนน้ำเพื่อป้องกันเมืองมิให้ถูกน้ำป่าทำลาย (คันเบี่ยงน้ำนี้ชาวบ้านเรียกถนน ชื่อถนนพระมโหสถ กับถนนนางอมรเทวี)

อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี (เขตติดต่อ อ.องครักษ์ จ.นครนายก) เป็นที่ราบลุ่มต่ำ เพราะเคยเป็นทะเลอ่าวไทยเมื่อหลายพันปีมาแล้ว จึงเป็นที่ลุ่มกว่าปกติ ทำให้น้ำจากทุกทิศทางไหลมารวม

คำว่า “สร้าง” ในชื่อ อ.บ้านสร้าง น่าจะกลายคำจากภาษาอื่นที่ยังไม่รู้ว่ามาจากไหน? แต่พบเสียงคล้าย ได้แก่ “ส้าง” แปลว่าบ่อน้ำที่ขุดลึกลงไปในดิน มีน้ำกินน้ำใช้ตลอดปี หรือร่องที่เกิดจากน้ำเซาะจนเป็นแอ่งอยู่ตามฝั่งน้ำ เรียก “ส้างโศก” (สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ โดย ปรีชา พิณทอง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532 หน้า 782)

อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา มีคลองท่าลาดไหลรวมแม่น้ำบางปะกง ตรงอนุสาวรีย์พระเจ้าตาก-ปากน้ำเจ้าโล้ ซึ่งไหลมาจากคลองท่าลาด มีต้นน้ำอยู่คลองระบม-คลองสียัด (อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา)

“คล้า” (ในชื่อบางคล้า) มาจากพรรณไม้ชื่อต้นคล้า ใช้ทำสิ่งทอได้ เช่น กระสอบ, เสื่อ ฯลฯ

ปากน้ำเจ้าโล้ พระราชพงศาวดารบอกว่ากองทัพพม่าควบคุมเมื่อก่อนกรุงแตก พ.ศ. 2310

ดังนั้นพระเจ้าตากไม่ไปทางปากน้ำเจ้าโล้ (บางคล้า) แต่หลบกองทัพพม่าขึ้นไปทางเขาดงยาง (พนมสารคาม) ตัดตรงลงไปเมืองระยอง