หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ขยะโสโครก คุกคามเมือง ‘พระคเณศ’ ปราจีนบุรี

7.10.26 | 17:24 น.
น้ำสีรุ้งโสโครก ไหลล้นบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม ไปตามพื้นที่น้ำท่วม ที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี (มติชนออนไลน์)

ประเทศไทย “ถังขยะโลก”


ปราจีนบุรี “ถังขยะอุตสาหกรรมโสโครก”

เมืองมโหสถ (เมืองโบราณมากกว่าพันปีของปราจีนบุรี) กำลังถูกคุกคามจากความโสโครกของขยะสารพัดสารพิษเหล่านั้น ซึ่งเป็นผลจากผู้บริหารกิจการโสโครกร่วมกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐคดโกง

น้ำท่วมใหญ่ปราจีนบุรีมีความโสโครกถูกน้ำซัดออกมาแล้วไหลเป็นสีรุ้งของพิษภัยไปทุกหัวระแหงที่น้ำไหลนอง ประจานการทำงานของ “รัฐบาลล้มเหลว” ในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งเรื่องขยะโสโครกปราจีนบุรีที่ประชาชนต่อสู้มาหลายปี แต่ผู้มีอำนาจในรัฐบาล มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกิจการโสโครกเหล่านั้น “ไม่เห็นหัวชาวบ้าน” ไม่สนองแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

Advertisement

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากมติชนออนไลน์ว่าขยะปนเปื้อนและการแพร่กระจายสารเคมีคุกคามถึงบ้านหัวหว้า ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เมืองมโหสถ ดังนี้

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา มูลนิธิบูรณะนิเวศเปิดเผยคลิปและข้อมูลระบุว่า ขณะที่นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม เครือข่าย “ปราจีนเข้มแข็ง” รอสังเกตการณ์การลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ “ทีมท็อปกัน” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดินทางเข้าพื้นที่มาตรวจสอบกรณีพบคราบสีรุ้งบนผิวน้ำที่ท่วมพื้นที่นา บริเวณด้านข้างบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท บริเวณถนนสาธารณะ

กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. รถยนต์มิตซูบิชิ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร คันหนึ่งขับเข้ามายังบริเวณดังกล่าว ชายสวมเสื้อสีขาวในรถไขกระจกลงและกล่าวหาสุเมธในทำนองว่า ร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ เป็นเหตุให้นายสุเมธและชายเสื้อสีขาวได้โต้เถียงกัน

ระหว่างนั้นมีชาย 2 คนเดินลุยน้ำท่วมออกมาจากฝั่งพื้นที่บริษัท และมุ่งหน้าเข้าหาสุเมธ ก่อนที่ชายอีกคนหนึ่งซึ่งสวมชุดสีดำพร้อมโม่งคลุมศีรษะจะปรี่เข้าถึงตัวแบบพร้อมปะทะ มีการผลักและง้างแขนเตรียมปล่อยหมัด แต่นายสุเมธถอยหนีและปัดป้องไว้ได้ ขณะเดียวกันชายคนดังกล่าวและเพื่อนก็หันหลังเดินกลับไป

นายสุเมธระบุว่าตนอยู่บนพื้นที่ถนนสาธารณะ พร้อมทั้งได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาการปนเปื้อนและการแพร่กระจายของสารเคมีในพื้นที่ ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีภาพปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้ โดยตอนหนึ่งได้ตั้งคำถามถึงการดำเนินงานและธรรมาภิบาลของบริษัท ชายบนรถยนต์มิตซูบิชิจึงกล่าวว่า “โดนเส้นเหรอๆ” แล้วขับรถออกไป

นายสุเมธหันมาพูดกับกลุ่มคนที่อยู่ฝั่งด้านหน้าบริษัท ซึ่งมีทีมท็อปกันรวมอยู่ด้วย และกล่าวกับประชาชนที่กำลังสังเกตการณ์ว่าให้ถ่ายภาพไว้เลย และกล่าวกับชายสวมโม่งว่า ตนจะเข้าแจ้งความ

ชายสวมโม่งตะโกนตอบกลับว่า “กูเด็กกรอกด้วนไอ้…. …..แจ้งเลย ไม่กลัวหรอก …แจ้งเลย”

ทั้งนี้ เหตุการณ์ได้กลับเข้าสู่ความสงบในเวลาประมาณ 16.15 น. ก่อนที่นายสุเมธและคณะจะเดินทางออกไป

ความร่มเย็น “เวลเนส”

บ้านหัวหว้า เป็นส่วนหนึ่งของเมืองมโหสถ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องระหว่าง อ.ศรีมหาโพธิ กับ อ.ศรีมโหสถ

เมืองมโหสถ (อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี) มีพระคเณศสลักจากหินทรายด้วยฝีมือช่างเก่าแก่ที่สุดและขนาดใหญ่ที่สุด ขุดพบที่เทวาลัยกลางเมืองมโหสถ (โดยนักโบราณคดี กรมศิลปากร เมื่อหลายปีมาแล้ว ขณะนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี)

ความร่มเย็น “เวลเนส” ของเมืองมโหสถมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาลต่อสังคมไทยและท้องถิ่นปราจีนบุรีในอนาคต

ไม่ควรถูกทำลายด้วยความโลภของรัฐบาลและผู้ประกอบการหวังรวยเฉพาะหน้าบนความฉิบหายของ “วัฒนธรรมชาติ” ของสังคมไทยและของมนุษยชาติโดยรวม