หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ | ‘น้ำหลาก ขยะโผล่’ มโหฬารปราจีนบุรี

8.10.26 | 17:41 น.
น้ำหลาก ทำขยะสิ่งปฎิกูลโสโครก จากบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรม โผล่ลอยตามน้ำท่วม เมืองมโหสถ ปราจีนบุรี (มติชนออนไลน์)

“อนุรักรักษนิยม” เป็นคำไทยที่ยืมจากบาลี-สันสกฤต ถอดความหมายคำฝรั่งว่าconservative-คอนเซอร์เวทีฟ


แต่ในสภาพสังคมไทยที่เป็นจริง เมื่อพูดคำว่าคอนเซอร์เวทีฟกับอนุรักษนิยม บางคนมีจินตนาการต่างกัน

“คอนเซอร์เวทีฟ” ชวนให้นึกถึงผู้มีความฉลาดปราดเปรื่องทางเศรษฐกิจ-การเมือง และสังคม-วัฒนธรรม แบบคลาสสิคของโลก เช่น อดีตประธานาธิบดีของมหาอำนาจ แล้วจินตนาการเห็นภาพสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (เสนาบดีคนแรกของกระทรวงมหาดไทย), ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, อานันท์ ปันยารชุน, สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ฯลฯ

แต่เมื่อได้ยินคำว่า “อนุรักษนิยม” ชวนให้มีความหมายไปทาง “อำนาจนิยม” ที่ “แอบอ้าง” คอนเซอร์เวทีฟ เช่น นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี, ข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวงในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ, นักการเมืองแสดงตนเป็น “คนดีย์” มีความรักชาติล้นเกินเพื่อเอาเปรียบประชาชน ฯลฯ คนกลุ่มนี้ไม่มีความสามารถมากพอจะดูแลสิ่งดีงามต่างๆ ที่เป็นมรดกตกทอดจากอดีตให้ทรงคุณค่า และดำรงอยู่อย่างสอดคล้องสนองความเปลี่ยนแปลงปัจจุบันและอนาคต ซึ่งข้อมูลและแนวคิดนี้อยู่ในข้อเขียนของปราปต์ บุนปาน ตอนหนึ่ง ดังนี้

Advertisement

เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม อดีตนายกฯ อานันท์ ออกมาแสดงความเห็นดังๆ ว่า สังคมไทยตอนนี้ไม่ได้มี “อนุรักษนิยม” ทว่าเรามีแค่พวก “อํานาจนิยม”

ถ้าตีความต่อจากคํากล่าวของคุณอานันท์ นั่นก็หมายความว่า กลุ่มผู้ครองอํานาจรัฐในระยะหลังที่มักถูกวิเคราะห์วิจารณ์ประทับตราว่าเป็น “ฝ่ายขวา-อนุรักษนิยม” นั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงคณะผู้ปกครองที่มีลักษณะ “อํานาจนิยม”

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงอาจมิได้มีความสามารถสูงส่งพอที่จะอนุรักษ์รักษาสิ่งดีงามต่างๆ ที่ตกทอดมาจากอดีตให้ยังทรงคุณค่าและดํารงอยู่อย่างสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและอนาคต

[ของดีมีอยู่ โดย ปราปต์ บุนปาน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 9-15 ตุลาคม 2569 หน้า 88]

โบราณวัตถุ โบราณสถาน, เมืองเก่ามีคูน้ำกำแพง ฯลฯ พวกอนุรักษ์-อำนาจนิยมใช้อ้างความยิ่งใหญ่ของความเป็นไทย แต่ขณะเดียวกันทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อ “ขาย” และเพื่อฮุบที่ดินสร้างอาคารพาณิชย์ซึ่งเห็นได้ทั่วประเทศ

อุตสาหกรรมโสโครกซึ่งผลิตกากอุตสาหกรรมมหาภัยและขยะพิษจะพบทั่วพื้นที่ ฝั่งทะเลตะวันออกและโดยเฉพาะที่ปราจีนบุรี (และปริมณฑลของเมืองมโหสถ อายุมากกว่า 1,550 ปี) ล้วนเป็นผลผลิตของผู้อวดอนุรักษนิยมเป็น “คนดีย์” ของอำนาจนิยมที่ตะโกนรักชาติเหมือนผายลมทางปาก แล้วเซ็นอนุญาตขนขยะพิษจากที่อื่นมาทิ้งเป็นกองพะเนินเทินทึกเหมือน “ภูเขาอาจม” เป็นพยานความชั่วร้ายของเจ้าหน้าที่รัฐอำนาจเถื่อน แอบอ้างตนเป็น “คนดีย์” ที่รักความเป็นไทยเพื่อเอาเปรียบประชาชนชาวบ้านที่อ่อนแอ

รัฐบาลล้มเหลวทางการบริหารจัดการน้ำหลาก จึงแสดงความสามารถพิเศษในการหาแพะตามวัฒนธรรม “เจ้าขุนมูลนาย” แล้วได้แพะบูชายัญ (ประหนึ่ง “จิ้งจกทิ้งหาง”) คือข้าราชการระดับอำเภอที่ไม่หนุนนโยบายเทิดทูน “จีนเทา” สร้างขยะพิษจากอุตสาหกรรมโสโครกที่พวก “อนุรักษ์อำนาจนิยม” มีเอี่ยวอยู่ลึกๆ

นี่ไม่ใช่ “น้ำลด ตอผุด” แต่เป็น “น้ำหลาก ขยะโผล่” มโหฬารบานบรมขย่มปราจีนบุรี จากพิษอุตสาหกรรมโสโครก