วันชาติสหรัฐอเมริกา 4 กรกฎาคมนั้น อันที่จริงมีที่มาและความหมายค่อนข้างเท่ เพราะเป็นวันประกาศอิสรภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐได้รับการยกย่องในเรื่องการยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพ เป็นผู้นำโลกเสรี โลกประชาธิปไตย
ขณะที่สหรัฐกับประเทศไทยเรานั้น มีความสัมพันธ์แนบแน่นยาวนาน
แต่พร้อมๆ กัน มีความขัดแย้งระหว่างประชาชนไทย นำโดยขบวนการนิสิตนักศึกษา กับรัฐบาลสหรัฐและบทบาททางทหารในภูมิภาคนี้ มาเป็นระยะๆ เช่นเดียวกัน
ตั้งแต่ยุคสงครามในเวียดนาม กัมพูชา และลาว ซึ่งนักศึกษาไทยเคยเดินขบวนขับไล่ฐานทัพมะกันในไทยอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
มาล่าสุด ในวาระวันชาติสหรัฐปีนี้ มีเรื่องราวให้ได้ฮือฮากัน ระหว่างนิสิตไทยกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นการตั้งคำถามถึงท่าทีของรัฐบาลสหรัฐต่อปัญหาประชาธิปไตยในประเทศไทย
โดย นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และประธานสภานิสิตจุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ประกาศปฏิเสธคำเชิญของทูตสหรัฐไม่ขอไปร่วมงานฉลองวันชาติครบ 241 ปี ซึ่งจัดที่โรงแรมในกรุงเทพฯ
เนติวิทย์ระบุว่า ได้รับจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าการได้รับเชิญในครั้งนี้ก็คงจะเป็นเพราะทางสหรัฐอเมริกาเห็นความสำคัญของประชาธิปไตยไทย เห็นว่าเยาวชนและประชาชนที่หวงแหนและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่สำคัญ
“ดังนั้นการที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานอิสรภาพโดยประเทศที่ก่อเกิดนักคิด นักต่อสู้ และผู้นำที่สรรเสริญสิทธิเสรีภาพย่อมทำให้นักศึกษาผู้ศรัทธาในประชาธิปไตยคนนี้ย่อมปีติอย่างหาที่สุดมิได้ ทว่า เมื่อคิดหลายๆ ครั้งแล้ว ข้าพเจ้ากลับรู้สึกถึงความขัดแย้งกันเกิดขึ้นของบทบาทสหรัฐอเมริกา 1.สหรัฐอเมริกาเชิญข้าพเจ้าไปในฐานะที่เป็นนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย เหมือนที่บรรดาผู้ก่อตั้งประเทศของเขาเห็นความสำคัญแล้ว แล้วเหตุใด 2.ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ ถึงเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช.ไปเยี่ยมทำเนียบขาวเล่า มันขัดแย้งกันไหม”
นี่เป็นเหตุผลหลักในการประกาศปฏิเสธที่จะไปร่วมงานวันชาติของสหรัฐอเมริกา
จุดสำคัญคือเป็นการแสดงท่าทีจากคนรุ่นใหม่ในไทย ให้รัฐบาลสหรัฐได้ตระหนัก
อันที่จริงไม่น่าแปลกใจนัก ในนโยบายที่เปลี่ยนไปของสหรัฐในยุคทรัมป์
จากเดิมทีในยุคโอบามา จะเข้มข้นเรื่องความเป็นผู้นำโลกประชาธิปไตย นำมาสู่การกำหนดความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยในยุครัฐประหารไว้แบบหนึ่ง
พอมาเป็นทรัมป์ ซึ่งให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสหรัฐมากกว่าเรื่องประชาธิปไตย ก็เริ่มกำหนดความสัมพันธ์กับรัฐบาล คสช.ในอีกแบบหนึ่ง
นี่คือเรื่องราววันชาติสหรัฐในปี 2560 ขณะที่หากย้อนไปช่วงปี 2517-2518 ในยุคนั้น รัฐบาลสหรัฐเดินแนวทางขวาจัด เป็นผู้นำโลกเสรีต่อต้านอิทธิพลของคอมมิวนิสต์เข้าร่วมรบในสงครามเวียดนาม เขมร ลาว โดยตั้งฐานทัพมหึมาในไทยเรา
เลยถูกนิสิตนักศึกษาไทย เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้ถอนฐานทัพออกไปจากบ้านเรา เพราะเป็นการใช้ไทยเป็นฐานไปก่อสงครามรุกรานเพื่อนบ้าน
ตอนนั้นขบวนการนักศึกษาไทยมีพลังค่อนข้างมาก สุดท้ายสหรัฐต้องยอมถอนฐานทัพกลับ
แต่ในระหว่างการเคลื่อนไหวต่อสู้เรื่องนี้ กลุ่มฝ่ายขวาในไทยเป็นฝ่ายปกป้องสหรัฐและฐานทัพอย่างเอาเป็นเอาตาย
ที่น่าตลกก็คือ เวลาผ่านไป พ้นจากยุคสงครามเย็น ฝ่ายสหรัฐเล่นบทใหม่คือ ผู้นำโลกประชาธิปไตย
คราวนี้หันมากดดันรัฐบาลทหารไทย ไม่ยอมรับการรัฐประหาร ทำให้ฝ่ายขวาในบ้านเรา โดดออกมายืนตรงข้ามกับมหามิตรอเมริกา
จนเมื่อทรัปท์มาแทนโอบามา
นั่นแหละฝ่ายอนุรักษนิยมทางการเมืองในบ้านเรา จึงสบายใจขึ้น
………………….
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

