หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ: ไทยทวงคืน กลืนไม่เข้า คายไม่ออก บอกไม่ได้ ไปไม่เป็น และอีสานถูกกีดกันจากประวัติศาสตร์ไทย

30.06.17 | 21:31 น.
เมืองพิมายเป็นศูนย์กลางอำนาจที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในอีสานที่ราบสูงโคราช ซึ่งเชื่อมโยงบ้านเมืองลุ่มน้ำโขง กับที่ราบลุ่มโตนเลสาบ และลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ภาพประตูเมืองพิมาย อ. พมาย จ. นครราชสีมา)

ทวงคืน เป็นเรื่องกลืนไม่เข้า คายไม่ออก บอกไม่ได้ ไปไม่เป็น ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยดูจากรายชื่อคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย

ดูแล้วไม่หวัง ไม่กังวล ต้องจำทนๆ กันไปในรัฐราชการ

ไม่สิ้นเพียร

ทวงคืนไม่ง่าย แต่ต้องทำต่อเนื่องตลอดไปอย่างไม่สิ้นเพียร เพื่อแสดงสิทธิอันชอบธรรมให้เป็นที่รับรู้ในระดับสากล ว่า “มึงเอาของกูไป” หรือ “มันเอาของกูไป”

วันหนึ่งข้างหน้า ทัศนะในโลกอาจเปลี่ยนแนวคิดจากแบบยุคล่าอาณานิคมเป็นตรงข้าม คือพากันส่งคืนโบราณวัตถุสู่เจ้าของดั้งเดิมที่ถูกขนไปโดยเจ้าอาณานิคม

Advertisement

หลายอย่างในโลกไม่เคยคิดว่าจะเปลี่ยน แต่แล้วเปลี่ยน ดูตัวอย่างก็ได้จากโซเชียล ฯลฯ

แบ่งปันข้อมูล

สำคัญควบคู่กับการทวงคืน คือแบ่งปันข้อมูลความรู้สู่สาธารณะเกี่ยวกับโบราณวัตถุที่จะทวงคืน ซึ่งเชื่อมโยงถึงโบราณสถานกับภูมิประเทศและผู้คนพลเมืองยุคนั้น บางคนคิดว่าสำคัญกว่าทวงคืนด้วยซ้ำ

โบราณวัตถุที่หายไปอยู่ต่างประเทศ ตามรายการที่เป็นข่าวในสื่อ ส่วนมากหรือเกือบหมดเคยอยู่บริเวณลุ่มน้ำมูลในอีสานใต้ หรือที่ราบสูงโคราช ซึ่งมีปราสาทพิมายเป็นแกนสำคัญมาก ต้องเร่งแบ่งปันข้อมูลเรื่องอีสาน แล้วเชื่อมโยงเข้าภูมิภาคอื่นๆ

โดยเฉพาะต้นลุ่มน้ำมูล มีเมืองพิมายเป็นศูนยก์กลาง และเป็นแหล่งบรรพชนกษัตริย์กัมพูชาที่สร้างนครวัด-นครธม สืบเครือญาติกับพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา

 

อีสาน ถูกกีดกันจากประวัติศาสตร์ไทย

“อีสานไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ดังนั้นประวัติศาสตร์ไทยจึงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอีสาน”

ข้อความยกมานี้เป็นสาระสำคัญเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว กระทรวงศึกษาธิการเคยแต่งแบบเรียนประวัติศาสตร์ไทยระดับมัธยมต้น ใช้สอนในโรงเรียนทั่วประเทศ

ต่อมาถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักมาก จนกระทรวงศึกษาฯ ต้องถอดออกจากแบบเรียน

แม้ทุกวันนี้ไม่มีข้อความอย่างนั้นอีกแล้ว แต่อีสานยังถูกกีดกันออกจากประวัติศาสตร์ไทย ทั้งๆ เกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ได้ โดยมีหลักฐานสนับสนุนไม่ว่าทางมานุษยวิทยา,ประวัติศาสตร์โบราณคดี, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ภาษาและวรรณกรรม, นาฏศิลป์และดนตรี, จนถึงอาหารการกินทำให้เน่าแล้วอร่อย เช่น ปลาแดก ฯลฯ

เรียนรู้ความล้มเหลว

เกินครึ่งศตวรรษ หรือมากกว่า 50 ปีมาแล้ว ข้าราชการทำงานเผยแพร่งานศิลปวัฒนธรรมตามแบบรัฐราชการ

ผลคือล้มเหลว มีประจักษ์พยานทั่วไป ใครๆ ก็รู้เห็น

ดังนั้น แบ่งปันข้อมูลความรู้สู่สาธารณะ (ที่ว่ามาแต่แรก) ต้องไม่ปล่อยให้อยู่ในมือข้าราชการเหมือนที่ทำล้มเหลวมาแล้ว