


•…เนื่องเพราะ “รัฐธรรมนูญ 2560” มาตรา 263 บัญญัติว่าเมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ “สมาชิก สนช.” จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มิได้ “เว้นแต่จะพ้นจากตำแหน่ง สนช.ภายใน 90 วัน”
•…ยก “รธน.” ทั้งฉบับมาเป็นตัวตั้ง ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 6 เมษายน ครบ 90 วันเต็ม คือ 6 กรกฎาคม จะถึงเส้นยาแดงอยู่หลัดๆ ไม่วันนี้ก็วันพรุ่ง เลยพากันหวั่นวิตกว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หัวหน้า คสช.จะกลายเป็น “เสือติดจั่น” หมดสิทธิเป็นเชนคัมแบ๊ก ไปโดยอัตโนมัติด้วยหรือไม่
•…การที่ “บิ๊กตู่” หรือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สงวนท่าที ตีบท “กำนันเฉย” ไม่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช.หรือ “นายกฯ” เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือตั้งพรรคการเมือง จึงเท่ากับว่า “ขาดคุณสมบัติ” ถูกน็อกมืดตามมาตรา 263


•…อย่างไรก็ตาม แต่ดังที่ทราบกันดีว่าการยกร่าง “รัฐธรรมนูญ 2560” ธงใหญ่ ใจความหลัก คือ “ล็อกสเปกเพื่อสืบทอดอำนาจ” มาตราเดียวกัน ยังห้อยติงไว้ว่า “ด้วยโดยอนุโลม” ดังนั้น ต้องตีความกันต่อไปด้วยว่าตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ นิยาม หรือคำจำกัดความว่า “สนช.” มีอันสิ้นสุดลง นั้นหมายถึง “คสช.” ด้วยหรือไม่ อย่าไปตื่นเต้นตกใจอะไรมากนัก
•…หรือกรณีที่เกิดรายการ “เหมาเข่ง” ต้องซาโยนาระพร้อมกันหมด ลงเอยด้วยเงื่อนไข 90 วัน ตามกรอบมาตรา 263 ตายน้ำตื้นพร้อมกันถ้วนหน้าทั้ง “คสช.-ครม.-สนช.-สปท.”
•…แต่ “บิ๊กตู่” และเครือข่าย “คสช.” ก็มีช่องทาง “เกิดใหม่” สามารถตีวิถีโค้งอ้อมกำแพงเมืองจีน กลับมาคุมศูนย์อำนาจได้ดุจเดิม เป็นไปได้ง่ายและสบายตัวกว่ากันเยอะเลย ไม่ต้องเปลืองตัว
•…ลงเอยตามมาตรา 272 ที่ระบุว่า 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
•…“ให้กระทำในที่ประชุมรัฐสภาและมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา”
•…จุดเปลี่ยนของเกม มันอยู่ที่ “วรรคต่อไปนี้” คือ “หากไม่อาจแต่งตั้งนายกฯจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองไม่ว่าเหตุใด สมาชิกสองสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา เพื่อมีมติยกเว้น”

•…เพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ เปิดทางสะดวกไว้ในโซนท้ายๆ เพื่ออาคันตุกะ “คนนอก” โดยมติต้องมีเสียงไม่น้อยกว่า “สองในสาม” ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
•…ยกยอดสัดส่วนของสมาชิก “สองสภารวมกัน” คือ “สภาเลือกตั้ง” กับ “สภาลากตั้ง” ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ จำนวน 500 คน “ส.ว.แต่งตั้ง” 250 คน รวมเป็น 750 คน แม้เมื่อคูณคำนวณดูตัวเลขแล้ว จะลำบากสักกะหน่อย แต่ศึกเลือกตั้ง ไม่ว่าจะระเบิดเทิดเทิงขึ้นเมื่อใด เป็น “ยุคทองของ คสช.” เพราะรัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ให้ทุกประตู
•…“นายกรัฐมนตรี” คนต่อไป ไม่ว่าจะนำมาตราไหน วรรคใดมาคัดท้าย หวยล็อกไม่แคล้วคลาด ชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ไม่ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ลงเลือกตั้ง
•…“นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์” ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร จะจัดงานมอบรางวัลเกียรติยศ “Money & Banking Awards 2017”

•…ในวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.00 น. ณ ห้องแอทธินี คริสตัล ฮอลล์ (ชั้น 3 ฝั่งแอทธินี ทาวเวอร์) โรงแรมพลาซา แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ถนนวิทยุ โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานมอบรางวัล
