หน้าแรก คอลัมนิสต์ อยากได้คนดีมี...

อยากได้คนดีมีธรรมาภิบาลใช่ไหม : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

7.07.17 | 13:50 น.

การแสดงความคิดเห็นของนักการเมืองระดับหัวหน้าพรรค เช่นกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงออกความไม่เห็นด้วยกับระบบ “ไพรมารี โหวต” ในการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นครั้งเดียวหรือตลอดไปก็ตาม

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยมีหลายระบบ แม้ในการเลือกตั้งครั้งแรกของการเปลี่ยนแปลงระบอบจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นประชาธิปไตย ธรรมนูญการปกครองสยามชั่วคราวฯ หมวด 3 สภาผู้แทนราษฎร ส่วนที่ 2 ผู้แทนราษฎร มาตรา 10 สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นไปตามกาลสมัยดังนี้

สมัยที่ 2 ภายในเวลา 6 เดือน หรือจนกว่าการจัดประเทศเป็นปกติเรียบร้อย สมาชิกในสภาจะต้องมีบุคคล 2 ประเภททำกิจการร่วมกันคือ

ประเภทที่ 1 ผู้แทนซึ่งราษฎรจะได้เลือกขึ้นจังหวัดละ 1 นาย ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกเกินกว่า 100,000 คน ให้จังหวัดนั้นเลือก

ผู้แทนเพิ่มขึ้นอีก 1 นาย ทุกๆ 100,000 นั้น เศษของ 100,000 ถ้าเกินกว่าครึ่งให้นับเพิ่มขึ้นอีก 1

Advertisement

ประเภทที่ 2 ผู้ที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วในสมัยที่ 1 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกประเภทที่ 1 ถ้าจำนวนเกินให้เลือกกันเองว่าผู้ใดจะคงเป็นสมาชิกต่อไป ถ้าจำนวนขาดให้ผู้ที่มีตัวอยู่เลือกบุคคลใดๆ เข้าแทนจนครบ

สมัยที่ 3 เมื่อจำนวนราษฎรทั่วพระราชอาณาเขตต์ได้สอบไล่วิชชาปถมศึกษาได้เป็นจำนวนเกินกว่าครึ่ง และอย่างช้าต้องไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันใช้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป้นผู้ที่ราษฎรได้เลือกตั้งขึ้นเองทั้งสิ้น สมาชิกประเภทที่ 2 เป็นอันไม่มีอีกต่อไป

มาตรา 11 คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้แทนประเภทที่ 1 คือ

6 เฉพาะผู้สมัครรับเลือกเป็นผู้แทนประเภทที่ 1 ในสมัยที่ 2 จะต้องได้รับความเห็นชอบของสมาชิกในสมัยที่ 1 เสียก่อนว่าเป็นผู้ที่ไม่ควรสงสัยว่าจะนำมาซึ่งความไม่เรียบร้อย

มาตรา 12 การเลือกตั้งสมาชิกประเภทที่ 1 ที่ 2 ให้ทำดังนี้

1.ราษฎรในหมู่บ้านเลือกผู้แทนเพื่อออกเสียงตั้งผู้แทนตำบล

2.ผู้แทนหมู่บ้านเลือกผู้แทนตำบล

3.ผู้แทนตำบลเป็นผู้เลือกตั้งสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร

การเลือกตั้งสมาชิกในสมัยที่ 3 จะมีกฎหมายบัญญัติภายหลังโดยจะดำเนินวิธีการที่จะให้สมาชิกได้เลือกตั้งผู้แทนในสภาโดยตรง

นับแต่นั้นมา รัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับเปลี่ยนแปลงกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนในหลายกรณี ทั้งที่ไม่ต้องสังกัดพรรค ทั้งที่ต้องสังกัดพรรค ทั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้แต่ต้องสังกัดพรรคหรือไม่

กระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีกำหนดการเลือกตั้งว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรค และเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดว่าเป็นอย่างไร จะเลือกจากสมาชิกพรรคการเมืองโดยตรง หรือต้องผ่านการกลั่นกรองและเลือกเป็นลำดับชั้นขึ้นมาที่เรียกว่า “ไพรมารี โหวต”

หากเป็นประการหลังที่ยังมีบางพรรคการมืองและนักการเมืองบางคนคัดค้านคงต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าคำถามทั้ง 4 ข้อของนายกรัฐมนตรีจะได้ผล ได้คนดีมีธรรมาภิบาลได้รับเลือกตั้งเข้ามาหรือไม่

อนึ่ง ระยะนี้ถึงเดือนหน้า จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงลงมา ปัญหามีว่า ทำไมการแต่งตั้งระดับปลัดกระทรวง เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจะแต่งตั้งอธิบดีจากกระทรวงอื่น เช่น กระทรวงมหาดไทยมาลงในตำแหน่งนี้

คนดีมีธรรมาภิบาลของกระทรวงนี้ที่จะเป็นปลัดไม่มีแล้วหรือ ท่านรัฐมนตรีนายพลตำรวจคนดี

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์