ชี้แจง
เรื่อง ขอชี้แจงข่าวกรณีการคัดค้านมาตรา 44 ปลดล็อกการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน
ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2560 กรณีการคัดค้านมาตรา 44 ปลดล็อกการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.โดยมีสาระสำคัญ คือ การใช้มาตรา 44 ปลดล็อกการใช้ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กิจการผลิตไฟฟ้าจากกังหันลม และกิจการสำรวจเหมืองแร่ โดยมีบุคคลออกมาคัดค้าน ดังนี้ (1) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุเป็นการขัดต่อสัญญาประชาคม ที่หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เคยประกาศต่อประชาชนและสาธารณชนมาโดยตลอดว่า “ให้ทุกคนเคารพกฎหมาย” ซึ่งกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนมีสาเหตุมาจากการใช้อำนาจของข้าราชการที่เกี่ยวข้องที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายมาโดยตลอด นอกจากจะไม่ลงโทษข้าราชการแล้วกลับพยายามใช้มาตรา 44 เอื้อประโยชน์ ปกป้องนายทุน โดยทางสมาคมจะนำข้อพิพาทนี้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการใช้อำนาจของ คสช.เป็นโมฆะ (2) นายจตุพร
พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ระบุต่อไปจะไม่มีพื้นที่สำหรับเกษตรกรผู้ยากไร้เป็นหลักอีก แต่จะให้เป็นพื้นที่ทางธุรกิจ เพื่อให้ลานปิโตรเลียม กังหันลม สำรวจเหมืองแร่ สามารถทำได้ และเป็นการลบล้างเจตนารมณ์ของ ส.ป.ก.ที่ต้องจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรผู้ยากไร้นั้น
ในการนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขอเรียนว่า
1.เนื่องจากที่ดินของรัฐมีกฎหมายที่กำหนดเงื่อนไขให้ใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์สาธารณะของประเทศมากกว่าหนึ่งฉบับ โดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่
ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็ตาม เมื่อมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้มีความพยายามที่จะหารือและแก้ไขปัญหาเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประเทศชาติสูงสุดตลอดมา เมื่อปัจจุบันได้ปรากฏปัญหาว่าการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทางพลังงานซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนสำคัญ ได้เกิดอุปสรรคขัดข้องอันเนื่องมาจากการที่ศาลเพิกถอนระเบียบที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้การบังคับใช้กฎหมายแต่ละฉบับเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด จึงมีความจำเป็นต้องอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงการรักษาประโยชน์ของเกษตรกรและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศอย่างสมดุลและเป็นธรรม
2.ในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีประสิทธิภาพนั้น รัฐบาลและ ส.ป.ก.ได้ตระหนักถึงหน้าที่ในการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้เป็นสำคัญ ดังนั้น การอนุญาตให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อกิจการตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียมจะต้องกำหนดกรอบในการพิจารณาอนุญาตอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องเป็นกิจการตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของชาติเท่านั้น และจะต้องมีการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม การให้ความยินยอมแก่กิจการตามกฎหมายอื่นในที่ดิน
ของ ส.ป.ก.ที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.1 ของที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 40 ล้านไร่ เมื่อการกำหนดกรอบในการพิจารณาอนุญาตต่อไปจะมีความเข้มข้นและเคร่งครัดยิ่งขึ้น ดังนั้น ส.ป.ก.จึงสามารถให้ความมั่นใจแก่เกษตรกรได้ว่า การดำเนินการอนุญาตภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่จะมีผลกระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด และจะมีวิธีการเยียวยาและให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรให้มากที่สุด
ส.ป.ก.จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน ชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
นายสมปอง อินทร์ทอง
เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ตั้ง กก.สอบแล้ว
เรื่อง ชี้แจงข่าวเรื่อง ชาวบ้านงง! ชลประทานบอกสร้างประตูระบายน้ำเสร็จแล้ว แต่เหมือนยังไม่เสร็จ ปัญหาเพียบ
เรียน บรรณาธิการข่าว เว็บไซต์มติชน
ตามที่เว็บไซต์มติชน คอลัมน์ภูมิภาค ประจำวันที่ 21 มิถุนายน 2560 ได้เสนอข่าวเรื่องชาวบ้านงง! ชลประทานบอกสร้างประตูระบายน้ำเสร็จแล้ว แต่เหมือนยังไม่เสร็จ ปัญหาเพียบ สรุปความว่าชาวบ้านหมู่ที่ 5 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงประตูระบายน้ำคลองบ่อกุ่ม หรือคลองกระแจะ ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างประตูระบายน้ำ เนื่องจากมีผู้รับเหมาขุดลอกคลองล้ำเข้าไปในพื้นที่ของชาวบ้านและขุดหน้าดินบางส่วนบนที่ดินของชาวบ้านขึ้นมาถมที่ และเมื่อชาวบ้านสอบถามไปยังผู้รับเหมา ก็ยังไม่มีการรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงถนนเดิมที่ผ่านประตูระบายน้ำและมีการถมดินยกสูงขึ้นมา โดยไม่มีการบดอัดแต่อย่างใด รวมทั้งอาคารและบริเวณรอบๆ ประตูระบายน้ำ ที่ผู้รับเหมาแจ้งว่าสร้างเสร็จแล้วทั้งหมด แต่กลับมีบางจุดยังไม่เรียบร้อย ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
กรมชลประทานขอเรียนชี้แจงว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ประตูระบายน้ำที่ปรากฏในข่าวนั้นคือประตูระบายน้ำบ้านสระอินทนิน อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของโครงการชลประทานตราด สำนักงานชลประทานที่ 9 การก่อสร้างแล้วเสร็จและเพิ่งมีการตรวจรับงานไป แต่ปรากฏว่ามีบางจุดดำเนินการไม่เรียบร้อย และไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการ เป็นเหตุให้ประตูระบายน้ำดังกล่าวไม่พร้อมใช้งาน
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ กรมชลประทานได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 91 ประกอบกับกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ข้อ 5 (2) โดยจะดำเนินการสืบสวนและพิจารณาจัดทำรายงานการสืบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่ง ที่ ข917/2560 ให้ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักงานชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย จะขอบคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล
รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน
ยากกว่าภรรยาน้อย
เรื่อง กระทรวงแรงงานออกพระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560
เรียน บก.ฟอรั่ม ที่นับถือ
ด้วยผมได้อ่าน นสพ.มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2560 พาดหัวข้อข่าวหน้า น.1 ว่า “ยื่นค้าน พรก.จ้างต่างด้าว กกร.จี้ทบทวนใหม่” และได้อ่านรายละเอียดในหน้า 8 แล้ว รู้สึกใจชื้นขึ้นบ้าง และขอขอบพระคุณคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ
ผมต้องขอเรียนว่าความเดือดร้อนนี้มิใช่เกิดเฉพาะผู้ประกอบการเท่านั้น แต่มันส่งความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะข้าราชการบำนาญที่เกิดเมื่อปี พ.ศ.2470 มีสถานภาพโสด รับราชการปี พ.ศ.2494 เกษียณอายุราชการปี พ.ศ.2530 ได้รับเงินบำนาญเพียงเดือนละ 14,000 บาท อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง ได้อาศัยแรงงานต่างด้าวทำทุกอย่างตั้งแต่จูงไปอาบน้ำ ฯลฯ
มาวันนี้ผมจะต้องติดคุกเสียแล้วเพราะไม่มีเงินค่าปรับ ข้าราชการพลเรือนไม่ว่าระดับไหนต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวทั้งนั้น แต่บรรดาทหารที่เกษียณแล้วไม่เดือดร้อนเท่าไรนัก เพราะมีทหารผู้น้อยรับใช้
ผมขอเรียนว่า กรมแรงงานในอดีตและปัจจุบันไม่จริงใจ และไม่พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ต้องจ้างแรงงานต่างด้าว วิธีปฏิบัติของกรมแรงงานในอดีตมีดังนี้
1.ไม่มีสำนักงานของตัวเองสำหรับเจ้าหน้าที่ทำงานเพื่อรับแจ้ง และออกหนังสือสำคัญให้คนต่างด้าว แต่กรมแรงงานไปเช่าอาคารพาณิชย์ 3-4 ห้อง เป็นตึกแถว 4 ชั้นแล้วก็ประกาศให้คนต่างด้าว และนายจ้างรวม 3-4 สำนักงานเขตท้องที่ไปติดต่อขอรับหนังสือสำคัญประจำตัวแรงงานต่างด้าว โต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่แรงงานกระจายอยู่ทั่วทั้งสี่ชั้นของอาคารต้อง—ถือเรื่องวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่โต๊ะ 1 โต๊ะ 2 ฯลฯ ขึ้นๆ ลงๆ จนถึงเวลา 16.30 น.
2.ต่อมาอีก 3 เดือนแจ้งให้นำแรงงานต่างด้าวไปตรวจโรคที่โรงพยาบาลพระราม 9 ท้องที่เขตบางมด ถนนพระราม 2 ไกลแสนไกลก็ต้องพาแรงงานฯ ไปตรวจโรค พอไปถึงโรงพยาบาลเห็นแรงงานต่างด้าวมากันร่วม 200 คน แทบจะเป็นลม ค่าตรวจโรคคนละ 900 บาท
3.ต่อมามีหนังสือแจ้งให้พาแรงงานต่างด้าวไปทำบัตรประจำตัวที่สำนักงานเขตท้องที่ที่นายจ้างมีภูมิลำเนา เหมือนเดิม…แรงงานต่างด้าวมาทำบัตรกันเต็มสำนักงานเขต
4.ต่อมามีหนังสือแจ้งให้พาแรงงานต่างด้าวไปพิสูจน์สัญชาติอีก แรงงานต่างด้าวทนไม่ไหวจึงหนีกลับไปประเทศของเขาผมจึงเรียนมาเพื่อขอความกรุณาแจ้งให้กรมแรงงานจัดหาแรงงานไทยมาเปลี่ยนให้ผมด้วยครับ จะได้รู้บ้างว่าแรงงานไทยไม่ชอบงานหนัก และแรงงานไทยหายากกว่าหาภรรยาน้อยอีกครับ
ขอแสดงความนับถือ
ข้าราชการบำนาญ
ตอบคุณข้าราชการบำนาญ
ด้วยความเห็นใจจริงๆ นายกฯ ออก พ.ร.ก. เพื่อจะแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ที่อันดับของไทยมีปัญหา ก่อนจะออกเชื่อว่าต้องหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่น่าสงสัยว่าทางหน่วยงานได้ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนหรือไม่ว่าแรงงานต่างด้าวมีจำนวนเท่าไหร่แน่ ถ้าใช้ยาแรงแบบนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีอะไรบ้าง
ผลจาก พ.ร.ก.นี้ คงทำให้รัฐบาลเห็นภาพที่แท้จริงแล้วว่า แรงงานผิดกฎหมายมีมากน้อยอย่างไร และน่าจะได้รู้ด้วยว่า เหตุที่ผิดกฎหมาย หรือต้องเลี่ยงกฎหมาย เพราะระบบของเราไม่เอื้ออำนวยอย่างไร ต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงจนแทบล้มประดาตายอย่างไร
ขั้นตอนยุ่งยากที่ว่านี้ เป็นปัญหาพอๆ กัน น่าจะแก้ไขในตอนนี้เลยครับ

