เมื่อหลายปีก่อน ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมคำนับ นากาโซเน่ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เพื่อศึกษาดูว่า วิธีการที่การเมืองแบบเดิม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนายกฯทานากะ โดนคดีคอร์รัปชั่นล็อกฮีต 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ศาลจำคุก 4 ปี แต่เสียชีวิตระหว่างอุทธรณ์ หรือนายกฯทาเกฮิตะ คดีซื้อหุ้นบริษัทเงินทุนแจกลูกพรรค ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรีนั้น
เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ คล้ายกับสิ่งที่นักการเมืองของไทยเราเคยทำมากันจนชิน และคำว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น ก็ติดเป็นนิสัยของคนไทยเสียแล้ว
จนนักวิชาการทั้งหลายปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ โดยไม่รู้จะแก้กันอย่างไร
ผมเห็นว่าที่ญี่ปุ่น แต่เดิมก็มีการซื้อเสียงแจกของแจกเงิน และเขาแก้ไปสำเร็จแล้ว แก้อย่างไร
ผมถามท่านนากาโซเน่ว่า ท่านปฏิรูปการเมืองสำเร็จแล้ว ท่านทำอย่างไร
ท่านย้อนถามผมว่า การเมือง คืออะไร
การเมือง คือ วิธีการปกครองบ้านเมือง วิธีการปกครองบ้านเมืองในโลกเขาวางกฎเกณฑ์ไว้ดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบประธานาธิบดี หรือระบบนายกรัฐมนตรี คุณจะไปปฏิรูปทำไม
ผู้ที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายนั้น คือ ตัวนักการเมืองต่างหาก
ญี่ปุ่นได้ออกกฎหมายเลือกตั้งใหม่ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1.โปสเตอร์ มีได้ขนาดเดียว คือ 42×42 เซนติเมตร ถามเขาว่าทำไมจึงเล็ก เขาตอบว่า แผ่นใหญ่ทำให้บ้านเมืองสกปรก
2.ห้ามแจกของทุกชนิด/ห้ามแจกเงิน
3.ห้ามจัดเลี้ยงทุกชนิด
4.ห้ามบริจาคเงินทุกชนิด ถ้าจะบริจาคต้องบริจาคนอกเขตเลือกตั้ง
5.การหาเสียง ห้ามใช้ลำโพงไปตามถนน แต่พูดในห้องประชุมได้
6.ระยะเวลาหาเสียง เลือก ส.ส./ส.ว./ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เวลา 15 วัน เลือกนายกเทศมนตรี ให้เวลา 7 วัน ถามว่าเพราะเหตุใด ท่านตอบว่า การหาเสียงของนักการเมืองนั้น “โกหก อวดเก่ง” ทั้งนั้น ประชาชนผู้ใช้สิทธิต้องศึกษาเอง
7.การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถือเป็นคดีอาญา
8.เมื่อมีการทำผิด ให้ลงโทษผู้มีส่วนด้วย (Joint Responsibility) เช่น หัวคะแนน, ลูกเมีย, เลขาฯ, ผู้จัดการหาเสียง
9.คดีเลือกตั้ง ศาลชั้นต้นต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 100 วัน ศาลอุทธรณ์ 100 วัน ศาลฎีกา 100 วัน
กฎหมายฉบับนี้ ผู้ริเริ่มคือ นายโฮโซกาวา ซึ่งเป็น ส.ส.พรรครัฐบาล แต่ไม่สามารถผ่านมติของพรรคได้ จึงลาออกจากพรรครัฐบาล และไปร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน
จึงสามารถออกมาได้
นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง
อุดร ตันติสุนทร

