
ทีมโฆษกรัฐบาลเพิ่งยืนยันว่าคำเชิญของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ผู้นำไทยไปร่วมประชุมนั้นไม่ได้ยกเลิก เพียงแต่ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเป็นช่วงไหน เวลาใด เนื่องจากเป็นประชุมระดับผู้นำ ต้องเตรียมพร้อมทั้งสองฝ่าย
คำเชิญดังกล่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยกสายเชิญผู้นำในภูมิภาคนี้รวมถึงไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมให้ไปเยือนทำเนียบขาว จนทำให้ฝ่ายรณรงค์ประชาธิปไตยสงสัยและแปลกใจไม่น้อย
เพราะเมื่อเทียบกับผู้นำอียิปต์ที่สหรัฐสนับสนุนเต็มกำลังแล้ว กว่าจะเชิญไปทำเนียบขาวได้ นายพลอับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ก็ต้องไปลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีให้ถูกต้องตามกระบวนการก่อน
แต่ความที่นายทรัมป์มีแนวทางการทำงานแหวกประเพณีของผู้นำสหรัฐคนก่อนๆ มาหลายครั้ง จึงถูกมองว่าอะไรที่เป็นข้อยกเว้น แกอาจจะไม่เว้นก็ได้
อย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ก่อเสียงวิจารณ์อื้ออึงอีกครั้ง เป็นการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือจี 20 ที่เมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี ทรัมป์ให้ อิวานก้า ลูกสาว ไปนั่งเก้าอี้ของตนเองในห้องประชุมอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างที่เขาลุกออกไปเจรจาทวิภาคีกับผู้นำชาติอื่น
อิวานก้านั้นเป็นจุดสนใจอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดี แต่เพราะความเป็นลูกสาวคนโปรดของพ่อทรัมป์ จึงมีนักการทูตในห้องนั้นถ่ายภาพแล้วเผยแพร่ในโลกโซเชียล ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะคำถามว่า “แบบนี้ก็ได้เหรอ??”
นางสิงห์ แองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมตอบโดยหลักการที่ไม่ได้มองอิวานก้าเป็นลูกสาวนายทรัมป์ ว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพราะอิวานก้ามีตำแหน่งชัดเจนในรัฐบาล การที่บุคคลในรัฐบาลเป็นตัวแทนนั่งแทนผู้นำนั้นจึงทำได้
นายทรัมป์เองก็ปกป้องการกระทำนี้เช่นกันว่า เป็นมาตรฐานอย่างยิ่ง แต่ข้อความทวีตถัดมากลับจุดประเด็นให้เป็นข่าวอื้ออึง (อีกแล้ว) เพราะเผลอไปจิกกัดลูกสาวของอดีตผู้นำว่า ถ้าเป็น เชลซี คลินตัน สื่อคงจะเชียร์กันหัวปักหัวปำ
งานนี้ก็เลยโดนคุณหนูเชลซีย้อนกลับนิ่มๆ ว่า “ถ้าเป็นพ่อกับแม่ของดิฉันในฐานะตัวแทนของประเทศ คงไม่มีวันที่จะทิ้งเก้าอี้ให้ดิฉันหรือคนอื่นนั่งแทนหรอกค่ะ”
ความเป็นเครือญาติพัวพันในแวดวงการเมืองนั้นมักเป็นที่สนใจเสมอ แต่สหรัฐไม่ได้มีกรณีทับซ้อนให้วิจารณ์มากเท่ายุคนี้มาก่อน แม้จะเคยมีตระกูลเคนเนดี้ ตระกูลบุช และครอบครัวคลินตันมาแล้ว
กรณีของอิวานก้าอาจจะถูกจับจ้องมากหน่อย เพราะว่าทั้งสวยรวยเก่ง แต่เผอิญใช้เส้นทางฟาสต์แทร็กพร้อมสามีเข้าสู่ทำเนียบขาวจนมีตำแหน่งใหญ่โตก็เพราะคุณพ่อ
การก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ก็แสดงว่าต้องยอมรับแรงกดดันและเสียงวิจารณ์รอบด้านที่จะพิสูจน์ตัวเองด้วย
ในภายภาคหน้าถ้าอิวานก้าลงสมัครและชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.หรือแม้แต่เป็นประธานาธิบดีได้เมื่อใด เสียงครหาต่างๆ ก็คงบรรเทาเบาบางไปเอง
เพราะสังคมอเมริกันเป็นสังคมเปิด จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปหาวิธีใต้ดินมาโค่นล้มขับไล่เครือญาติผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง
………………
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์
