หน้าแรก คอลัมนิสต์ รากที่มา วิกฤ...

รากที่มา วิกฤต พิษ ราคา ‘ยางพารา’ บริหาร จัดการ

14.07.17 | 14:30 น.

ไม่ว่ายุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี ไม่ว่ายุค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ล้วนอยากสร้างผลงาน

โดยเฉพาะปัญหา “ราคา” พืชผลทาง “การเกษตร”

เห็นได้จากการประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2558 วางเป้าหมายที่จะให้ราคายางพาราไปอยู่ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม

อันเป็นเป้าหมายที่ “ชาวสวนยาง” เคยเรียกร้องเมื่อเดือนกันยายน 2556

เห็นได้จากการส่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ เข้าไปวางระบบกระตุ้นงานการตลาดภายในกระทรวงพาณิชย์หลังเดือนสิงหาคม 2559

Advertisement

แต่ไม่ว่ายุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ว่ายุค นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ล้วนล้มเหลว

เพราะราคายางพาราไม่เพียงแต่ดำเนินไปอย่างไม่เสถียร หากแต่แนวโน้มอันเด่นชัดอย่างยิ่งคือการลดลงอย่างเป็นอัตราเร่ง

กระทั่งใกล้ 3 โล 100 เป็นลำดับ

แน่นอน วิกฤตอันเนื่องแต่การเสื่อมทรุดลงของราคายางพารา ด้าน 1 มีปัจจัยมาจากการผลิตในลักษณะอนาธิปไตย ขณะเดียวกัน ด้าน 1 มีปัจจัยมาจากตลาดโลก

กระนั้น การผลิตในลักษณะ “อนาธิปไตย” ก็มีมูลเหตุ

ถามว่าในยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจสามารถบริหารจัดการกระทรวงเศรษฐกิจในทางเป็นจริงได้หรือไม่

ตอบได้เลยว่า ไม่ได้

แม้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จะมีรัฐมนตรีช่วยที่รู้เรื่องยางเป็นอย่างดีแต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็มิอาจกำกับงานกระทรวงพาณิชย์ได้

เช่นเดียวกับในยุคของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

แม้จะสามารถจัดส่ง นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

ไปนั่งในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แต่มือของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ยื่นไปไม่ถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เพราะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับ คือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง

นี่คือปัญหาอันเนื่องแต่การบริหารจัดการอย่างที่ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ สรุปอย่างรวบรัดว่าเป็นปัญหาในเรื่อง “แมเนจเมนต์”

แมเนจเมนต์อันเป็นศาสตร์ที่เติบใหญ่ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ในห้วงที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งอยู่ในฐานะประธานที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีก็อาจจะมองดูกระบวนการทำงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ด้วยความเป็นห่วง

ต่อเมื่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาอยู่ในสถานะแห่งรองนายกรัฐมนตรีลักษณะเดียวกันกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จึงได้เข้าใจ

เข้าใจไม่เพียงแต่ต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล

หากเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าในยุคที่นั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระหว่างเดือนมกราคม 2544 กระทั่งเดือนมกราคม 2548 เหตุใดจึงมากด้วยผลงานและความสำเร็จ

ปมเงื่อนอยู่ที่ “แมเนจเมนต์” อยู่ที่ “บริหารจัดการ”

ภายหลังถูกปรับออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล สรุปบทเรียนออกมาได้อย่างคมคาย

ผ่านคำว่า “แบ่งแยกแล้วปกครอง”

นี่คือกระบวนการบริหารที่เจ้าอาณานิคมนำไปใช้ในประเทศเมืองขึ้น ไม่ว่าจะโดยชาวอังกฤษ ไม่ว่าจะโดยชาวฝรั่งเศส

ต้นเค้ามาจาก “Devide and Rule”