หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปฏิรูปตำรวจต้...

ปฏิรูปตำรวจต้องเริ่มที่คุณภาพ

18.07.17 | 13:00 น.

ถ้าผมมีอำนาจผมจะให้การปฏิรูปตำรวจเริ่มต้นที่การศึกษา คือที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจและโรงเรียนสำหรับนายตำรวจ ชั้นประทวน ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมกองบัญชาการตำรวจนครบาลและศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาคต่างๆ ที่ให้เริ่มที่การศึกษาก็เพราะว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจเป็นที่ผลิตนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร (ยศร้อยตำรวจตรี) และศูนย์ฝึกอบรมกองบัญชาการ ตำรวจนครบาล และศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาคเป็นที่ผลิตนายตำรวจชั้นประทวน (ยศสิบตำรวจตรี)

โรงเรียนนายร้อยตำรวจและศูนย์ฝึกเหล่านี้จึงเป็นเสมือนแม่พิมพ์หรือต้นแบบ ซึ่งหากบกพร่องไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ผลิตออกมาก็ย่อมมีตำหนิไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย และหากจะพิจารณาจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติและการทำงานของตำรวจแล้วก็จะเห็นว่าสิ่งผลิตที่มาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจและศูนย์ฝึกตำรวจนั้น ส่วนมากยังเป็นผลิตผลที่มีตำหนิและไม่สมบูรณ์

ตำรวจเกือบทุกชั้นยศมีปัญหาเรื่องการสัมพันธ์ประชาชน เรื่องการหาประโยชน์โดยมิชอบ รีดไถ รับและเรียกส่วย ถ่วงเวลาการสอบสวน บิดเบือนสำนวนการสอบสวน และในด้านการดำเนินการกับผู้ต้องหาก็มีพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าขาดความรู้ทางกฎหมายแม้จะเป็นความรู้เบื้องต้น

ตัวอย่างที่มักจะมีให้เห็นบ่อยๆ ก็คือการนำผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน ตำรวจหลายคนแม้ผู้ที่มียศสูงมักจะลืมไปว่า ผู้ต้องหานั้นกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะพิพากษาว่าได้กระทำความผิดจริง ตำรวจมักจะซักถามเป็นเชิงปรักปรำผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิด ยิ่งกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักผู้ต้องหาด้วย

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าหากโรงเรียนนายร้อยตำรวจและศูนย์ฝึกตำรวจพิถีพิถันในการผลิตตำรวจ

Advertisement

อีกสิ่งหนึ่งที่จะประกันคุณภาพของตำรวจคือคุณธรรมหรือจริยธรรม เกี่ยวกับเรื่องนี้แม้ว่าพระราชบัญญัติตำรวจ พ.ศ.2547 จะได้บัญญัติบังคับไว้ในมาตรา 77 และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติจะได้วางหลักเกณฑ์เอาไว้ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าได้มีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยส่วนราชการต่างๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เรื่องนี้ถ้าหากว่าโรงเรียนนายร้อยตำรวจและศูนย์ฝึกตำรวจต่างๆ วางเป็นระเบียบไว้ในการรับสมัครและในหลักสูตรบังคับไว้ในการฝึกอบรมว่าผู้สมัครและนักเรียนจะต้องเข้าใจศีลธรรมหรือจริยธรรมเบื้องต้น เช่น ศีล 5 สำหรับชาวพุทธ หรือบัญญัติ 10 ประการสำหรับคริสต์ศาสนิกชน หรือข้อบัญญัติสำหรับอิสลามิกชน คุณธรรมหรือจริยธรรมก็จะกลายเป็นเครื่องประกันคุณภาพของตำรวจได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อปี พ.ศ.2532 ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายบริหาร และรับผิดชอบด้านการศึกษาของตำรวจ ผมได้ริเริ่มให้มีการฝึกสมาธิให้แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ โดยเชิญอาจารย์อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไปแนะนำการทำสมาธิให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ ก่อนเข้าเรียนตอนเช้าและบ่าย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้นักเรียนนายร้อยตำรวจรู้จักทำใจให้สงบ ไม่ฟุ้งซ่านวอกแวกก่อนรับการเรียนการฝึก

และยังมีผลพลอยได้คือทำให้นักเรียนรู้จักถือศีล 5 เพราะก่อนทำสมาธินั้นนักเรียนจะต้องสมาทานศีลด้วย อาจารย์และนักเรียนนายร้อยตำรวจสมัยนั้นบอกกับผมว่าเมื่อรู้จักทำสมาธิแล้ว นักเรียนสามารถรับฟังคำสอนและการฝึกได้ดีขึ้น

นักเรียนนายร้อยตำรวจหลายคนไปฝึกเพิ่มเติมด้วยตนเอง เพราะเห็นประโยชน์ของ สมาธิ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ปรากฏว่าหลังจากที่ผมพ้นตำแหน่งรองอธิบดี กรมตำรวจฝ่ายบริหารแล้ว โรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ยกเลิกการสอนสมาธิ ก่อนเรียนและก่อนฝึกให้นักเรียนนายร้อยตำรวจไป

ถ้าหากว่ามีการปฏิรูปตำรวจโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพและคุณธรรมจริยธรรมของตำรวจ แม้จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้แลดูสวยงามวิเศษวิโสเพียงใด แต่การปฏิรูปก็คงไม่ต่างอะไรกับการซ่อมหรือสร้างบ้านหลังใหม่ แล้วเอาลิงเข้าไปอยู่

ในไม่ช้าลิงก็คงรื้อบ้าน