เห็นอาการของ สปท.บางคน สนช.บางคน ประสานเข้ากับ ประชาธิปัตย์บางคนต่อร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
ก็ “เข้าใจ”
1 เข้าใจในความมุ่งมั่นที่จะสำแดงตัวว่าเป็น “คนดี” ในระดับเลิศประเสริฐศรี ขณะเดียวกัน 1 เข้าใจในการดำรงจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน
จากรัฐประหาร 2549 ถึงรัฐประหาร 2557
ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ว่ารัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน
เพียงแต่ผ่านรัฐประหารปี 2549 มาแล้วรู้สึกว่า “เสียของ”
จึงจำเป็นต้องปลุกในเรื่อง “แช่แข็งประเทศไทย” ในปี 2555 และพัฒนามาเป็น “ชัตดาวน์” ในปลายปี 2556
“ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง”
เพียงแต่เป้าก่อนเดือนกันยายน 2549 คือ พรรคไทยรักไทย เพียงแต่เป้าก่อนเดือนพฤษภาคม 2550 คือ พรรคพลังประชาชน แล้วก็พรรคเพื่อไทย
รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงต้องสานต่อ
เพราะว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ทำให้รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เสียของ จึงจำเป็นต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
วาง “โครงสร้าง” และเครือข่ายแห่ง “อำนาจ”
ไม่ว่าจะผ่านองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะผ่านกระบวนการพรรคการเมือง กระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการยุทธศาสตร์ชาติ
ทำให้พรรคการเมือง “อ่อนแอ” ทำให้เกิดเบี้ยหัวแตก แหลกกระจาย
ผลก็คือ เมื่อพรรคการเมืองอ่อนแอ อำนาจของวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง 250 คน จึงเท่ากับเป็นหลักประกันพื้นฐาน
แล้วตอกฝาโลงด้วยกฎหมายลูกว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญานักการเมือง
บางส่วนของกฎหมายลูกนี้มาจากประกาศ คปค.อันส่งผลให้สามารถยุบพรรคไทยรักไทยในเดือนพฤษภาคม 2550
นั่นก็คือ การลงโทษ “ย้อนหลัง”
ด้านหลักของกฎหมายลูกนี้รวบหัวรวบหางบรรดา “นักการเมือง” ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เรื่อยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย
ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือไปได้
ทั้งหมดนี้ดำเนินไปตามสโลแกนอันเคยกึกก้องในการชุมนุมของ กปปส.ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 นั่นก็คือ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
เพียงแต่เป้าหมายที่จำเป็นต้องปฏิรูป คือ บรรดาคนที่เคยสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ที่คิดว่าอาจเป็นตัวปัญหา
เท่ากับเป็นจัดแถวให้กับพรรคเพื่อไทยใหม่
สะท้อนให้เห็นว่า ปรปักษ์ทางการเมืองจากก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ยังเป็นปรปักษ์เดิม
พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
มองอย่างอิงกับขบวนการรัฐประหาร นี่ย่อมเป็นความรอบคอบ นี่ย่อมเป็นความรัดกุม ไม่ยินดีเพียงตีงูให้หลังหัก
หากแต่กระหน่ำให้ตายคามือ
เมื่อรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 เสมอเป็นเพียงตีงูหลังหัก จึง “เสียของ” จำเป็นต้องดำรงจุดมุ่งหมายในการจัดการกับงูให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
จำเป็นต้องเผาบ้านเพื่อจัดการกับหนูต่อไป

