หน้าแรก คอลัมนิสต์ คุณภาพคือความ...

คุณภาพคือความอยู่รอด : ความรู้ด้านการเงิน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

22.07.17 | 12:00 น.

ความรู้ด้านการเงิน

ว่ากันว่า “คนไทยรู้เรื่องการเงินน้อย” เพราะปรากฏข้อมูลว่า “ไทยอ่อนหัดการเงิน ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย คิดดอกเบี้ยทบต้นไม่เป็น ขาดการวางแผนการเงิน รายได้ยังไม่พอใช้” (ข่าวโพสต์ทูเดย์ 16 กรกฎาคม 2560)

นางลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยว่า ADB ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จัดทำ “โครงการสำรวจความรู้ทางด้านการเงิน” ของคนไทย โดยสอบถาม 3 ด้าน คือ ความรู้ด้านการเงิน พฤติกรรมทางการเงิน และทัศนคติทางการเงิน เพื่อที่จะนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD และประเทศที่สมัครใจเข้าโครงการร่วม 29 ประเทศ

ปรากฏว่าไทยได้คะแนนรวม 12.8 ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยในกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งอยู่ที่ 13.7 และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคะแนนของประเทศที่อยู่ 13.2 หรือไทยอยู่อันดับที่ 17 จาก 29 ประเทศ ส่วน 3 ประเทศ ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ฝรั่งเศส ได้คะแนน 14.9 ฟินแลนด์ 14.8 และนอร์เวย์ 14.6

อย่างไรก็ตาม ด้านความรู้ทางการเงินนั้น คนไทยก็มีความรู้ด้านการเงินไม่น้อย หน้าประเทศอื่น เช่น มีความรู้และเข้าใจเรื่องเงินเฟ้อ ความเสี่ยง แต่เรื่องที่เข้าใจน้อยมาก คือ เรื่องการคิดดอกเบี้ยทบต้น

Advertisement

ด้านพฤติกรรมทางการเงินไทย ก็ดีกว่ามาตรฐานของประเทศอื่น เช่น มีการคิดไตร่ตรองก่อนที่จะซื้อ แต่ก็ยังมีข้อที่ได้คะแนนน้อย คือ เรื่องการติดตามหรือจดบันทึกทางการเงิน ส่วนด้านทัศนคติรู้ว่าจะต้องมีการเก็บออมไว้ใช้ในวันข้างหน้า แต่มีปัญหาเรื่องยังอยากได้มากขึ้น เพื่อมาใช้จ่ายแสดงว่า “ยังไม่พอ” เท่าไร

เรื่องความรู้ความสามารถในการบริหารการเงินนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะประสบการณ์จากการประชุมคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ หรือธุรกิจเอกชน ส่วนใหญ่มักจะหมดเวลาไปกับการพิจารณาเรื่องการเงิน (งบประมาณ งบดุล งบกำไรขาดทุน การบริหารความเสี่ยง การวางแผนทางการเงิน เป็นต้น) ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ Audit Committee แล้ว และมีข่าวแว่วๆ ว่า คุณสมบัติประการสำคัญของผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ จะต้องมีความรู้ด้านการเงินการบัญชี
เป็นเบื้องต้น

ที่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “การเงิน” คือพื้นฐานของการประกอบกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยมี “กำไรขาดทุน” เป็นตัวตัดสินความสำเร็จของธุรกิจอุตสาหกรรมใดๆ ซึ่งต่างจากการอาศัยความรู้ทางการเงินเพื่อ “การตกแต่งตัวเลข” ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี