หน้าแรก คอลัมนิสต์ สงบดีแล้วน่า ...

สงบดีแล้วน่า โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

21.07.17 | 15:01 น.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำอีกครั้ง ที่ใช้คำว่าอีกครั้ง เพราะเส้นทางของแกนนำเสื้อแดงคนนี้ ต้องเข้าออกคุกมาแล้วหลายรอบ โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เคลื่อนไหวมวลชนทางการเมืองทั้งสิ้น

ไม่ใช่แค่นายจตุพรคนเดียว แต่ชะตากรรมของแกนนำองค์กรมวลชนฝ่ายนี้ ในรายอื่นๆ ก็วนเวียนเข้าออกเรือนจำกันคนละหลายหน

สำหรับหนล่าสุดของนายจตุพร มาจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยให้จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ต้องถูกคุมตัวเข้าเรือนจำไปทันที

คดีนี้นายอภิสิทธิ์ได้ยื่นฟ้อง ประธาน นปช.เป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีกล่าวปราศรัยต่อหน้าประชาชนเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 ในเรื่องการปราบม็อบเสื้อแดง โดยระบุว่า เป็นการพูดจาใส่ความนายอภิสิทธิ์ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้เสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าในทางการนำสืบรับฟังได้ว่า มีการปราศรัย แถลงข่าว วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นการตอบโต้ทางการเมือง เป็นวิถีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย จึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท

Advertisement

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ ซึ่งศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามชั้นต้น

นายอภิสิทธิ์ก็ยังคงยื่นฎีกาต่อ สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลย จำคุกโดยไม่รอลงอาญา

แน่นอนว่า เมื่อเป็นคำตัดสินของศาลสถิตยุติธรรม ย่อมต้องเคารพและปฏิบัติตามไม่มีเป็นอื่น

แกนนำเสื้อแดงทั้งหลายทั้งปวง หรือมวลชนฝ่ายนี้ ต้องรู้สึกเศร้าสลดและเสียอกเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่คงไม่มีใครปฏิเสธหลักแห่งกระบวนการยุติธรรม

ต้องยึดถือและเชื่อมั่นในกรอบกติกานี้

กระบวนการยุติธรรมต้องเป็นหลักในสังคม

ขณะที่กระบวนการยุติธรรมก็ยังคงเดินหน้าในอีกหลายๆ คดี เช่น คดีจำนำข้าวที่มีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ซึ่งใกล้วันตัดสินเข้ามาเต็มที

คดีสลายม็อบเสื้อเหลือง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งมีอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รวมถึงผู้รับผิดชอบฝ่ายตำรวจ ตกเป็นจำเลย การพิจารณาคดีเสร็จสิ้น นัดฟังคำพิพากษาแล้ว อีก 1 เดือน ได้รู้กันแน่

รวมทั้งอีกหลายๆ คดีที่กำลังดำเนินไป

เป็นที่น่าสังเกตว่า ตลอดเวลา 3 ปี ที่ คสช.ยึดอำนาจและเข้ามาปกครองบ้านเมือง ดูเหมือนทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดง ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่ก่อการเคลื่อนไหวต่อต้านใดๆ ไม่มีการปลุกมวลชนให้ลุกฮืออะไร

ช่วยให้บรรยากาศบ้านเมืองสงบสุข ไม่มีเรื่องขัดแย้งการเมืองรุนแรงให้น่าหวาดวิตก

ต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศนี้เอาไว้ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

ส่วนคดีที่นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำรัฐบาลในช่วงปี 2552 และ 2553 ถูกกล่าวหาเรื่องสลายม็อบ จนมีคนตาย 99 ศพ แม้ว่าจะต่อสู้ด้วยเทคนิคข้อกฎหมาย จนคดีอาจไม่ได้พิจารณาในศาลอาญา เป็นแค่คดีที่ส่งให้ ป.ป.ช.ไต่สวนเท่านั้น

คดีโรงพัก คดีข้าว คดีต่างๆ ในช่วงรัฐบาลดังกล่าว

คดียึดสนามบิน คดียึดทำเนียบ ของม็อบอีกสี

เหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไรก็ตามที

ก็อย่าได้นำมาขบคิดในด้านที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกอันร้อนรุ่ม

อย่าได้นำมาเปรียบเทียบ ให้เกิดปัญหาขัดแย้งใดๆ ขึ้นมาอีกเลย

บ้านเมืองกำลังสงบไปได้ด้วยดีน่า

…………..

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน