ปรากฏการณ์ Filter Bubble หมายถึงความเป็นกังวลที่ “ตัวคัดกรอง” อย่างเช่นเฟซบุ๊กทำงานได้ดีเกินไป มันเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้อย่างเราๆ ได้น่าประทับใจเกินไป เมื่อเรากดไลค์ เราคอมเมนต์ หรือเราใช้เวลาดูสิ่งไหนนานๆ อัลกอริธึมของเฟซบุ๊กจะจดจำและเรียนรู้ว่าเราชอบสิ่งนั้นๆ และแสดงของแบบเดียวกันออกมาให้เราได้เห็น ได้อ่าน มากขึ้น
เมื่อมันเรียนรู้ว่า เราจะหยุดไถลฟีดทุกครั้งเมื่อรูปกงยูปรากฏ มันก็อาจแสดงกงยูให้เราดูมากขึ้นในวันต่อมา
การเรียนรู้ที่จะทำให้เราพึงใจเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความไร้เดียงสาของเฟซบุ๊ก แต่เกิดขึ้นเพราะมันเป็นวิธีล่อให้เราอยู่กับหน้าจอเฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะบนแพลตฟอร์มไหน นานๆ เพื่อให้เรามีโอกาสคลิกโฆษณาหรือดูสินค้ามากขึ้น และเพื่อให้เฟซบุ๊กแปลง “ลูกตา” ของเราไปเป็นเม็ดเงินได้มากขึ้น
มีผู้กังวลว่า Filter Bubble จะทำให้สายตาของเราแคบลงเรื่อยๆ และจะทำให้มุมมองทางการเมืองของเราสุดโต่งขึ้น (radical) เรื่อยๆ เพราะเมื่อเราได้รับข้อมูลที่เราชอบซ้ำๆ เดิมๆ อยู่อย่างนั้น เราก็มักจะมีแนวโน้มที่จะเชื่อในสิ่งที่เราเคยไม่แน่ใจ ได้อย่างสนิทใจขึ้น ลองคิดภาพ หากคุณไม่แน่ใจในจุดยืนทางการเมืองนัก แต่ได้อ่านแต่ข่าวชื่นชมรัฐบาล คุณก็อาจมีแนวโน้มจะชื่นชมรัฐบาล (เพราะมีข้อมูลเช่นนั้นในหัวอยู่มาก) ในเวลาต่อมา, ในทางกลับกันก็เป็นจริงเช่นกัน
ความกลางไม่มีอยู่จริง ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะมองจากฝั่งไหน คุณอาจมองว่าตัวเอง “เป็นกลาง” แล้ว แต่คนที่ไม่เห็นด้วยกับคุณก็สามารถกล่าวหาได้ว่าคุณโอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ดี
กระทั่งสิ่งที่เราคิดว่า “เป็นกลาง” อย่างเช่น วิกิพีเดีย ซึ่งตั้งใจจะเป็นสารานุกรมที่ทุกคนสามารถแก้ไขได้ โดยที่การแก้ไขนั้นจะต้องมีหลักฐานยืนยันได้เท่านั้น ก็ยังไม่สามารถถูกมองว่าไม่เป็นกลางได้จากฝั่ง Alt-Right หรือพวกขวาจัด
Vox Day (นามแฝง) เป็นคนหนึ่งที่คิดว่าวิกิพีเดียเป็น “เครื่องมือของฝ่ายประชาธิปไตย” และไม่มีความเป็นกลาง เขาใช้คำอธิบายว่า “วิกิพีเดียนั้นถูกควบคุมโดยตำรวจความคิดฝั่งซ้าย” เมื่อความกดดันและความรู้สึกไม่เป็นธรรมสั่งสมมากๆ เข้า เขาจึงตัดสินใจที่จะแก้ไขปัญหานี้ ไม่ใช่ด้วยการล้มล้างวิกิพีเดีย แต่ด้วยการตั้งวิกิคู่แข่งขึ้นมา โดยตั้งใจจะให้เป็นวิกิที่ครบครัน และสื่อความคิดของฝั่งตนเองได้ดีขึ้น วิกิพีเดียของ Vox Day มีชื่อว่า Infogalactic
Infogalatic (https://infogalactic.com) เป็นเว็บไซต์ที่ใช้เครื่องมือ MediaWiki (ฟรี) ที่ถูกสร้างโดย Wikipedia อีกที หน้าตาของมันเหมือนกับวิกิพีเดีย กระทั่งเนื้อหาบางส่วนก็คล้ายคลึงกัน (บางบทความก็ใช้วิธีก๊อบปี้มา) แต่เมื่อคุณค้นหาคำบางคำที่มีเฉดทางการเมืองแล้ว คุณก็จะเห็นว่า Infogalactic นั้นมีจุดยืนที่ต่างจากวิกิพีเดียโดยสิ้นเชิง
Infogalactic นิยามตนเองไว้ว่า “ตั้งใจจะมีอคติทางการเมือง ที่เอียงซ้าย ก้าวหน้า หรือ ถูกต้องทางการเมือง” (politically correct) ให้น้อยกว่าวิกิพีเดีย
และจะอนุญาตให้บทความหรือข้อความที่ลงวิกิพีเดียไม่ได้ มีที่ยืนที่นี่ เพราะวิกิพีเดียมักจะอ้างนโยบายว่า “บทความต้องมีที่มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ” หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องเป็นไปตามอคติของบรรณาธิการของวิกิพีเดีย
เท่านั้น โดยสื่อฝั่งเดียวกันอย่าง Breitbart News ก็ชื่นชม InfoGalactic ว่าเป็น “ตัวแทนของวิกิพีเดียที่ตั้งใจจะมาขจัดปัญหาที่วิกิพีเดียมี ทั้งเรื่องการเซ็นเซอร์ การมีลำดับชั้นของบรรณาธิการ การถล่มเพจของผู้มีชื่อเสียงหรือการข่มขู่”
นอกจาก Infogalactic แล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีโปรเจ็กต์วิกิพีเดีย “สำหรับคนเห็นต่างทางการเมือง” หลายแห่ง เช่น Metapedia ซึ่งเป็นวิกิพีเดียที่เอียงไปทางด้าน White Supremacist (คนขาวเป็นใหญ่) นิตยสาร Wired ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ Metapedia นั้น ไม่ได้เขียนว่าโอบามาเป็นอดีตประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ยังต้องระบุไปด้วยว่าเป็น “ประธานาธิบดีเชื้อชาติผสม” (mixed race)
หรือ Conservapedia ที่ตั้งใจะให้เป็นวิกิพีเดียสำหรับศาสนิกชนอนุรักษนิยม
แล้ววิกิพีเดีย “ไม่เป็นกลาง” จริงๆ ไหม (ไม่ว่าคำว่าเป็นกลางจะหมายถึงอะไรก็ตาม) – มีผู้พยายามตอบคำถามนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดศึกษาคลังคำของวิกิพีเดีย โดยแยกคำที่เป็นอนุรักษนิยมและหัวก้าวหน้าออกจากกัน พวกเขาพบว่า วิกิพีเดียนั้นมี “ความเอียงทางการเมือง” มากกว่าสารานุกรมบริแทนนิกาอยู่นิดหน่อย โดยมีศัพท์ที่เอียงไปทางด้านซ้าย มากกว่าศัพท์ที่เอียงไปทางขวา 11% และยังมีการศึกษาต่อมาที่พบว่าบรรณาธิการวิกิพีเดียที่โอนเอียงไปทางด้านซ้ายนั้นจะอีดิตมากกว่าบรรณาธิการเอียงขวา ประมาณ 50%
วิกิพีเดียยังเคยมีปัญหาเรื่องความเป็นกลางทางเชื้อชาติ (เช่นว่า มีคนผิวขาวเป็นบรรณาธิการมากเกินไป) ทางเพศ (มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงมากเกินไป) และอื่นๆ ซึ่งนำมาสู่ปัญหาทางเนื้อหาด้วย เช่น เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นเพศชาย (เช่น เกมยิง FPS) จะได้รับการดูแลและเพิ่มเข้ามาเร็วมากกว่าเนื้อหาที่ผู้หญิงอาจสนใจกว่า
ไม่ว่าจะเป็น “ตัวกรองฟองสบู่” ที่มองไม่เห็นและไร้บรรณาธิการ (ที่เป็นมนุษย์) อย่าง Filter Bubble หรือ “ตัวกรองผ่านบรรณาธิการ” อย่าง Wikipedia ไม่ว่าจะเป็นตัวกรองแบบไหน เมื่อความจริงผ่านการคัดกรอง มันก็จะถูกแปรรูปไปตามความบิดเบี้ยวหรือลักษณะของภาชนะ และถูกตัดแต่งให้เข้ากับความเข้าใจของเราอีกครั้ง
อาจเป็นความท้าทายในยุคนี้ ยุคที่เราไม่มีอะไรให้ “ยึดเหนี่ยว” เป็นความจริงแท้เสมอไปหรือเป็นสัจนิรันดร์ ที่ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตนเองบ่อยๆ ว่าสิ่งที่เราอ่านนั้นถูกออกแบบมาอย่างไร
หรือกระทั่งสิ่งที่เราคิดเป็นเช่นนั้น เพราะเรามีฐานแบบไหน

